Sony WH-XB900N รีวิวหูฟังเบสหนัก ตัดเสียงรบกวนดี ในราคาที่จับต้องได้
ในตลาดหูฟังตัดเสียงรบกวน Sony ได้สร้างมาตรฐานที่แข็งแกร่งผ่านซีรีส์ 1000X จนกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของ Bose แต่สำหรับผู้ที่มองหาประสิทธิภาพใกล้เคียงกันในราคาที่ย่อมเยากว่า Sony WH-XB900N จากไลน์ Extra Bass คือทางเลือกที่น่าสนใจ โดยวางตำแหน่งเป็นหูฟังที่เน้นพลังเสียงย่านต่ำและฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันในงบประมาณที่ประหยัดลง
ดีไซน์และการออกแบบที่เน้นความสบาย
หากมองเผินๆ WH-XB900N มีรูปลักษณ์ที่คล้ายกับรุ่นเรือธงอย่าง 1000XM3 โดยเฉพาะบริเวณตัวครอบหู (Earcups) ที่รองรับการสั่งงานด้วยระบบสัมผัส อย่างไรก็ตาม จุดที่แตกต่างคือพื้นผิวสัมผัสของ XB900N จะเป็นชิ้นเดียวเรียบเนียนกว่า ในขณะที่ 1000XM3 จะมีรายละเอียดการแบ่งส่วนที่ชัดเจนกว่า นอกจากนี้ยังมีโลโก้ Sony บนสายคาดศีรษะที่โดดเด่นสะดุดตา
ในด้านความสบาย Sony ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก ตัวหูฟังมีน้ำหนักเบาใกล้เคียงกับรุ่นท็อป มาพร้อมสายคาดศีรษะที่นุ่มนวลและฟองน้ำครอบหูที่กระชับแต่ไม่บีบรัดศีรษะจนเกินไป ทำให้สามารถสวมใส่เพื่อฟังเพลงหรือใช้ในการเดินทางไกลได้หลายชั่วโมงโดยไม่รู้สึกล้า
ระบบควบคุมและการใช้งานอัจฉริยะ
การควบคุมหลักใช้ระบบ Touch Control หรือการสัมผัส ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับระดับเสียง (รูดขึ้น-ลง), เปลี่ยนเพลง (รูดซ้าย-ขวา) และสั่งหยุดหรือเล่นเพลง รวมถึงรับสายโทรศัพท์ (แตะตรงกลาง) แม้ว่าในบางครั้งการตอบสนองอาจมีความคลาดเคลื่อนบ้าง เช่น การเผลอหยุดเพลงขณะต้องการปรับเสียง
ฟีเจอร์ที่โดดเด่นคือ Quick Attention Mode ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถฟังเสียงรอบข้างได้ทันทีเพียงแค่ใช้ฝ่ามือปิดครอบหูข้างขวา โดยระบบจะลดระดับเสียงเพลงลงให้เหลือเพียงเสียงพึมพำเบาๆ เหมาะสำหรับการสนทนาสั้นๆ ในออฟฟิศหรือระหว่างเดินทางโดยไม่ต้องถอดหูฟังออก
ทางเลือกในการตั้งค่าปุ่มกด
Sony มอบอิสระให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าจะใช้ปุ่มกดสำหรับเรียก Google Assistant หรือ Alexa แต่ต้องแลกกับการเสียปุ่มสำหรับสลับโหมดการตัดเสียงรบกวน (Noise Cancellation) ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่พบแม้ในรุ่นที่แพงกว่าอย่าง 1000XM3
ประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนและคุณภาพเสียง
ระบบ Active Noise Cancellation (ANC) หรือระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟของ WH-XB900N ทำงานได้ดีในระดับที่น่าพอใจ แม้จะไม่มีชิป QN1 เหมือนในรุ่น 1000XM3 ซึ่งชิปดังกล่าวทำหน้าที่แยกการประมวลผลเสียงและการตัดเสียงรบกวนออกจากกัน (ทำให้คุณภาพเสียงไม่ดรอปขณะเปิด ANC) แต่สำหรับ XB900N แม้จะไม่มีชิปตัวนี้ แต่ก็ยังสามารถจัดการเสียงรบกวนในสถานการณ์ส่วนใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพในราคาที่ถูกกว่าถึง 100 ดอลลาร์
ด้านคุณภาพเสียง สมชื่อซีรีส์ Extra Bass เพราะเน้นย้ำเสียงเบสที่หนักหน่วงและทรงพลัง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเพลงแนว Hip-Hop และ Electronic ที่ต้องการแรงปะทะของเสียงกลองและเบสที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม สำหรับเพลงแนว Acoustic หรือ Bluegrass ที่เน้นความละเอียดของเครื่องดนตรี เสียงเบสที่มากเกินไปอาจเข้าไปกลบรายละเอียดส่วนอื่นได้
โชคดีที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งเสียงได้ผ่าน Clear Bass control ในแอปพลิเคชัน Sony Headphones เพื่อลดระดับเบสให้สมดุลตามความชอบของแต่ละบุคคล
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
|---|---|
| การตัดเสียงรบกวน | Active Noise Cancellation (ANC) ระดับมาตรฐาน |
| แนวเสียง | Extra Bass (เน้นเสียงต่ำ ทรงพลัง) |
| อายุการใช้งานแบตเตอรี่ | สูงสุด 30 ชั่วโมง (เมื่อเปิด ANC) |
| พอร์ตชาร์จ | USB-C |
| การควบคุม | Touch Control และปุ่มกดเลือกผู้ช่วยอัจฉริยะ |
แบตเตอรี่และการชาร์จไฟ
WH-XB900N ให้ระยะเวลาการใช้งานที่ยาวนานถึง 30 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งใกล้เคียงกับรุ่นเรือธง อย่างไรก็ตาม จุดที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือความเร็วในการชาร์จ โดยการชาร์จเต็มผ่าน USB-C ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง (ในขณะที่ 1000XM3 ใช้เวลา 5 ชั่วโมง) และระบบชาร์จเร็วของ XB900N จะให้เวลาฟังเพลงเพียง 1 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 10 นาที ซึ่งน้อยกว่ารุ่นท็อปที่ให้ถึง 5 ชั่วโมง
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ราคาคุ้มค่า: มอบประสบการณ์ตัดเสียงรบกวนและคุณภาพเสียงระดับสูงในราคาที่ต่ำกว่ารุ่นเรือธง
- เบสทรงพลัง: ออกแบบมาเพื่อคนรักเสียงเบสโดยเฉพาะ แต่ปรับลดได้ผ่านแอปพลิเคชัน
- สวมใส่สบาย: น้ำหนักเบาและวัสดุนุ่มนวล เหมาะสำหรับการใช้งานต่อเนื่องยาวนาน
- แบตเตอรี่อึด: ใช้งานได้นาน 30 ชั่วโมง แต่ใช้เวลาชาร์จเต็มค่อนข้างนาน
- ฟังก์ชันอำนวยความสะดวก: มี Quick Attention Mode ที่ใช้งานได้จริงและรวดเร็ว
คำถามที่พบบ่อย
Sony WH-XB900N เหมาะกับใคร?
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเพลงแนวเบสหนัก เช่น EDM หรือ Hip-Hop และต้องการหูฟังตัดเสียงรบกวนคุณภาพดีในราคาประหยัด โดยไม่จำเป็นต้องใช้ฟีเจอร์ระดับสูงสุดเหมือนรุ่น 1000XM3
การตัดเสียงรบกวนต่างจากรุ่น 1000XM3 อย่างไร?
WH-XB900N ไม่มีชิป QN1 ทำให้ประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนไม่เด็ดขาดเท่ารุ่น 1000XM3 และไม่สามารถปรับแต่ง ANC ตามความกดอากาศ (เช่น บนเครื่องบิน) ได้ แต่ยังคงทำงานได้ดีในชีวิตประจำวัน
สามารถปรับลดเสียงเบสได้หรือไม่?
ได้ โดยสามารถปรับแต่งผ่านฟีเจอร์ Clear Bass ในแอปพลิเคชัน Sony Headphones บนสมาร์ทโฟน เพื่อให้เหมาะสมกับแนวเพลงที่ฟัง
ระบบสัมผัสใช้งานยากหรือไม่?
ระบบสัมผัสมีความสะดวกในการใช้งานพื้นฐาน เช่น ปรับเสียงหรือเปลี่ยนเพลง แต่อาจมีการตอบสนองที่ผิดพลาดบ้างในบางครั้ง เช่น การเผลอแตะหยุดเพลงขณะกำลังรูดปรับระดับเสียง
ชาร์จแบตเตอรี่เร็วแค่ไหน?
การชาร์จเต็มใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง และมีระบบชาร์จด่วนที่ให้เวลาใช้งาน 1 ชั่วโมงจากการชาร์จเพียง 10 นาที



