Sony WF-1000XM4 รีวิวหูฟัง True Wireless ตัวท็อป ฟีเจอร์ล้ำแต่มีจุดสังเกตเรื่องการสวมใส่

หลังจากที่ Sony ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับรุ่น WF-1000XM3 ในปี 2019 ซึ่งโดดเด่นทั้งเรื่องเสียงและฟังก์ชันการใช้งาน แม้จะมีจุดอ่อนเรื่องขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ ในที่สุดการกลับมาครั้งนี้กับ Sony WF-1000XM4 ได้มีการยกเครื่องใหม่เกือบทั้งหมด เพื่อยกระดับประสบการณ์การฟังให้เหนือชั้นยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการดีไซน์ ระบบตัดเสียงรบกวน และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น

ดีไซน์ใหม่ที่กะทัดรัดและทันสมัยขึ้น

Sony ได้เปลี่ยนรูปลักษณ์ของ WF-1000XM4 จากทรงสี่เหลี่ยมมนในรุ่นก่อน ให้กลายเป็นทรงกลมที่ดูเป็นธรรมชาติและทันสมัยมากขึ้น แม้ขนาดโดยรวมจะลดลงเพียง 10% และยังมีความลึกที่ทำให้ตัวหูฟังยื่นออกมาจากใบหูอยู่บ้าง แต่ก็ดูเรียบเนียนและไม่สะดุดตาเท่ารุ่นเดิม

ในส่วนของการควบคุม ใช้ระบบสัมผัสบริเวณแผงวงกลม โดยด้านขวาใช้ควบคุมเพลงและเรียกผู้ช่วยอัจฉริยะ ส่วนด้านซ้ายใช้สำหรับสลับโหมด Active Noise Cancellation (ANC) หรือระบบตัดเสียงรบกวน และฟีเจอร์ Quick Attention ซึ่งผู้ใช้สามารถปรับแต่งคำสั่งเหล่านี้ได้ผ่านแอปพลิเคชันของ Sony หรือเลือกตั้งค่าการควบคุมระดับเสียง (Volume Control) แทนได้

Sony totally overhauled its true wireless earbuds with a new design, more powerful noise cancellation, improved battery life and more. However, the choice to change to foam tips leads to an awkward fit that could be an issue for some people. The M4 is also more expensive than its predecessor, which wouldn’t be a big deal if fit wasn’t a concern.

สำหรับเคสชาร์จมีการออกแบบใหม่ให้มีขนาดเล็กลงถึง 40% ทำให้พกพาในกระเป๋ากางเกงได้สะดวกขึ้น พร้อมเปลี่ยนมาใช้พอร์ต USB-C และมีไฟ LED แสดงสถานะแบตเตอรี่ที่ด้านหน้า

Article image

ความสบายและการสวมใส่: จุดที่ต้องพิจารณา

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดคือการเปลี่ยนจากจุกซิลิโคนแบบเดิม มาเป็น Noise Isolation Earbud Tips ซึ่งเป็นจุกโฟมที่ออกแบบมาให้ยืดหยุ่นและแนบสนิทกับรูหู เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกั้นเสียงจากภายนอก (Passive Isolation)

อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์การใช้งานจริงพบว่าจุกโฟมนี้อาจไม่เหมาะกับทุกคน แม้จะผ่านการทดสอบ Fit Test ในแอปพลิเคชัน แต่การสวมใส่เป็นเวลานานอาจทำให้รู้สึกไม่สบายหรือเกิดอาการเจ็บหูได้ ซึ่งหากใครที่ถนัดใช้จุกซิลิโคนแบบเดิม อาจพบว่าการนำจุกจากรุ่น M3 มาใช้แทนนั้นให้ความรู้สึกที่สบายกว่า

Article image

ซอฟต์แวร์และฟีเจอร์อัจฉริยะ

แอปพลิเคชันของ Sony ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือตั้งค่า แต่เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้หูฟังรุ่นนี้ทรงพลัง ฟีเจอร์เด่นที่น่าสนใจ ได้แก่:

  • Adaptive Sound Control: ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวและตำแหน่งของผู้ใช้ เพื่อปรับโหมดเสียงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น เมื่ออยู่ที่บ้าน ออฟฟิศ หรือยิม
  • Speak-to-Chat: ฟีเจอร์ที่จะหยุดเพลงและเปิดโหมดรับเสียงภายนอกโดยอัตโนมัติเมื่อตรวจพบว่าผู้ใช้กำลังพูดคุย ช่วยให้ไม่ต้องถอดหูฟังออกขณะสนทนาสั้นๆ
  • Ambient Sound Control: ปรับระดับเสียงรอบข้างได้ละเอียดถึง 20 ระดับ และสามารถเน้นเสียงพูดเพื่อลดเสียงรบกวนพื้นหลังได้
Image 1

ประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนและคุณภาพเสียง

Sony ติดตั้งชิปประมวลผล V1 Integrated Processor ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้การตัดเสียงรบกวนครอบคลุมทุกย่านความถี่ (ตั้งแต่เสียงเครื่องยนต์ไปจนถึงเสียงพูด) แต่ยังใช้พลังงานน้อยลง ทำงานร่วมกับไมโครโฟนตรวจจับเสียง 2 ตัวต่อข้าง และไดรเวอร์ขนาด 6 มม. ทำให้การตัดเสียงรบกวนทำได้ยอดเยี่ยมกว่ารุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงมีระบบลดเสียงลม (Automatic Wind Noise Reduction) ที่ช่วยลดเสียงรบกวนขณะใช้งานกลางแจ้ง

Article image

ในด้านคุณภาพเสียง WF-1000XM4 ยังคงรักษามาตรฐานความสมดุล (Balanced) ได้ดีเยี่ยม เบสมีพลังแต่ไม่กลบย่านอื่น เสียงกลางและแหลมมีความชัดเจนสูง สามารถถ่ายทอดรายละเอียดเล็กๆ ของเครื่องดนตรีได้อย่างแม่นยำ

นอกจากนี้ยังรองรับ LDAC ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการส่งสัญญาณเสียงคุณภาพสูงผ่าน Bluetooth ที่มี Bitrate สูงสุดถึง 990kbps ทำให้ใกล้เคียงกับคุณภาพเสียงแบบ Lossless และมีระบบ DSEE Extreme ที่ใช้ AI ช่วยอัปสเกลไฟล์เพลงที่ถูกบีบอัดให้มีคุณภาพดีขึ้นแบบเรียลไทม์ รวมถึงรองรับ 360 Reality Audio เพื่อสร้างมิติเสียงที่โอบล้อมรอบตัว

Article image

คุณภาพการโทรและแบตเตอรี่

ด้วยเทคโนโลยี Precise Voice Pickup ที่ผสานการทำงานระหว่างไมโครโฟนแบบ Beamforming และเซนเซอร์ตรวจจับการสั่นสะเทือนของกระดูก (Bone-conduction sensors) ทำให้เสียงสนทนามีความคมชัดสูง และสามารถตัดเสียงรบกวนรอบข้างขณะพูดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Image 2

ด้านพลังงาน Sony พัฒนาให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น โดยเปิด ANC จะใช้งานได้สูงสุด 8 ชั่วโมง (รวมชาร์จในเคสได้อีก 2 รอบ) และหากปิด ANC จะใช้งานได้สูงสุดถึง 12 ชั่วโมง รองรับการชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi และมีระบบ Quick Charge ที่ชาร์จเพียง 5 นาที แต่ใช้งานได้นานถึง 1 ชั่วโมง

Article image
สรุปสเปกและคุณสมบัติเด่น Sony WF-1000XM4
หัวข้อ รายละเอียด
ชิปประมวลผล V1 Integrated Processor
การตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation (ANC) พร้อมลดเสียงลมอัตโนมัติ
การส่งสัญญาณเสียง LDAC, DSEE Extreme, 360 Reality Audio
แบตเตอรี่ (เปิด ANC) สูงสุด 8 ชั่วโมง (ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง)
การชาร์จ USB-C และ Wireless Charging (Qi)
ประเภทจุกหูฟัง Noise Isolation Earbud Tips (โฟม)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ดีไซน์ใหม่เล็กลง 10% และเคสชาร์จเล็กลง 40% เมื่อเทียบกับรุ่น M3
  • ใช้ชิป V1 ที่ตัดเสียงรบกวนได้ดีขึ้นและประหยัดพลังงานกว่าเดิม
  • รองรับ LDAC เพื่อการฟังเพลงความละเอียดสูงผ่าน Bluetooth
  • มีฟีเจอร์ Speak-to-Chat หยุดเพลงอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้พูด
  • จุกหูฟังแบบโฟมช่วยตัดเสียงได้ดี แต่อาจทำให้บางคนรู้สึกไม่สบายหู

คำถามที่พบบ่อย

Sony WF-1000XM4 ต่างจากรุ่น M3 อย่างไร?

รุ่น M4 มีดีไซน์ที่เล็กลงและเป็นทรงกลมมากขึ้น มีระบบตัดเสียงรบกวนที่ทรงพลังกว่าด้วยชิป V1 แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้น และเปลี่ยนมาใช้จุกหูฟังแบบโฟมแทนซิลิโคน

ฟีเจอร์ Speak-to-Chat ทำงานอย่างไร?

ระบบจะใช้ไมโครโฟนตรวจจับเสียงพูดของผู้ใช้ เมื่อเริ่มพูด เพลงจะหยุดชั่วคราวและเปิดโหมดรับเสียงภายนอก (Ambient Sound) เพื่อให้สนทนาได้โดยไม่ต้องถอดหูฟัง และจะกลับมาเล่นเพลงต่อเมื่อหยุดพูดสักพัก

LDAC คืออะไรและดีอย่างไร?

LDAC คือเทคโนโลยีของ Sony ที่ช่วยให้ส่งข้อมูลเสียงผ่าน Bluetooth ได้มากขึ้น (สูงสุด 990kbps) ทำให้คุณภาพเสียงที่ได้รับมีความละเอียดสูงและใกล้เคียงกับไฟล์ต้นฉบับมากกว่า Bluetooth ทั่วไป

หากใส่จุกโฟมแล้วเจ็บหู แก้ไขได้อย่างไร?

แนะนำให้ลองเปลี่ยนขนาดจุกโฟมที่มีมาให้ในกล่อง (S, M, L) และทำ Fit Test ในแอปพลิเคชันเพื่อให้ได้ขนาดที่เหมาะสมที่สุด หรือหากยังไม่สบาย อาจพิจารณาใช้จุกซิลิโคนจากรุ่นก่อนหน้าหากมี

แบตเตอรี่ใช้งานได้นานแค่ไหน?

หากเปิดระบบตัดเสียงรบกวน (ANC) จะใช้งานได้สูงสุด 8 ชั่วโมง และหากปิด ANC จะใช้งานได้สูงสุด 12 ชั่วโมง โดยสามารถชาร์จซ้ำผ่านเคสได้อีก 2 รอบ