Snowflake และ Ticketmaster ถูกเจาะข้อมูลผ่านช่องโหว่บริษัทคู่สัญญาและมัลแวร์ขโมยรหัสผ่าน

เหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อ Snowflake ผู้ให้บริการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลบนคลาวด์ระดับโลก กลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อแฮกเกอร์กลุ่ม ShinyHunters อ้างว่าสามารถเข้าถึงบัญชีของลูกค้าหลายราย รวมถึงยักษ์ใหญ่อย่าง Ticketmaster และธนาคาร Santander โดยใช้ช่องทางผ่านบริษัทคู่สัญญาภายนอก

จากการสืบสวนพบว่า บัญชีลูกค้าประมาณ 165 รายอาจได้รับผลกระทบ โดยข้อมูลที่ถูกขโมยจาก Santander นั้นมีความรุนแรงอย่างมาก ประกอบด้วยรายละเอียดบัญชีธนาคารของลูกค้า 30 ล้านราย ซึ่งในจำนวนนี้มีเลขที่บัญชีและยอดเงินคงเหลือถึง 6 ล้านราย รวมถึงหมายเลขบัตรเครดิตอีก 28 ล้านใบ และข้อมูลทรัพยากรบุคคลของพนักงาน ขณะที่ Ticketmaster มีข้อมูลผู้บริโภคที่ถูกนำมาประกาศขายสูงถึง 560 ล้านราย

เบื้องหลังการโจมตี: จากพนักงานคนเดียวสู่ข้อมูลนับล้าน

แฮกเกอร์ระบุว่าจุดเริ่มต้นของการเจาะระบบครั้งนี้มาจาก EPAM Systems บริษัทวิศวกรรมซอฟต์แวร์รายใหญ่ที่ทำหน้าที่เป็นคู่สัญญาช่วยบริหารจัดการบัญชี Snowflake ให้กับลูกค้า โดยเหตุการณ์เริ่มจากการใช้ Spear-phishing (การส่งอีเมลหลอกลวงแบบระบุเป้าหมาย) เพื่อติดตั้ง Infostealer หรือมัลแวร์ขโมยข้อมูล ลงในคอมพิวเตอร์ของพนักงาน EPAM รายหนึ่งในประเทศยูเครน

เมื่อเข้าควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ได้แล้ว แฮกเกอร์ได้ติดตั้ง Remote-access Trojan (มัลแวร์ที่ช่วยให้ผู้โจมตีควบคุมเครื่องจากระยะไกล) ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลทุกอย่างในเครื่อง รวมถึงชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่ไม่ได้เข้ารหัส ซึ่งถูกเก็บไว้ใน Jira เครื่องมือสำหรับบริหารจัดการโครงการ

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การโจมตีประสบความสำเร็จคือ บัญชี Snowflake เหล่านี้ไม่ได้เปิดใช้งาน Multifactor Authentication (MFA) หรือการยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน ซึ่งปกติจะต้องใช้รหัสชั่วคราวควบคู่กับรหัสผ่าน ทำให้แฮกเกอร์สามารถใช้เพียงชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่ขโมยมาล็อกอินเข้าสู่ระบบได้ทันที

การใช้ข้อมูลเก่าและการขยายผลของแฮกเกอร์

นอกจากการเจาะผ่านพนักงาน EPAM แล้ว Mandiant บริษัทด้านความปลอดภัยในเครือ Google ระบุว่าประมาณ 80% ของเหยื่อในแคมเปญนี้ถูกโจมตีด้วยรหัสผ่านที่เคยรั่วไหลจากเหตุการณ์อื่นในอดีต (บางส่วนย้อนไปถึงปี 2020) ซึ่งแฮกเกอร์มักจะนำรหัสผ่านเหล่านี้มาทดลองใช้กับหลายๆ บริการ หากผู้ใช้ไม่เปลี่ยนรหัสผ่านหรือใช้รหัสซ้ำกันในหลายบัญชี ก็จะกลายเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่

แม้ว่า EPAM จะปฏิเสธความเกี่ยวข้องและระบุว่าข้อมูลของแฮกเกอร์อาจเป็นการกุเรื่องขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอิสระพบหลักฐานในคลังข้อมูลมัลแวร์ออนไลน์ ซึ่งมีทั้งประวัติการเข้าชมเว็บของพนักงาน EPAM และ URL ภายในที่เชื่อมไปยังบัญชี Snowflake ของ Ticketmaster พร้อมรหัสผ่านแบบข้อความธรรมดา (Plaintext)

สรุปผลกระทบและรายละเอียดการโจมตี Snowflake Campaign
หัวข้อ รายละเอียด
กลุ่มแฮกเกอร์ ShinyHunters
จำนวนบัญชีที่ได้รับผลกระทบ ประมาณ 165 บัญชี
บริษัทที่ได้รับผลกระทบหลัก Ticketmaster, Santander, Lending Tree, Advance Auto Parts
ช่องทางหลักในการเข้าถึง มัลแวร์ Infostealer ผ่านบริษัทคู่สัญญา (BPO)
จุดอ่อนสำคัญ การไม่ใช้ MFA และการเก็บรหัสผ่านแบบไม่เข้ารหัส

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การโจมตีไม่ได้เกิดจากช่องโหว่โดยตรงของระบบ Snowflake แต่เกิดจากการขโมยข้อมูลประจำตัว (Credentials) ของผู้ใช้งาน
  • บริษัท BPO หรือคู่สัญญาภายนอก กลายเป็นเป้าหมายหลักเพราะเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวอาจเข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้หลายบริษัท
  • ข้อมูลที่รั่วไหลจาก Santander รวมไปถึงเลขบัญชีและยอดเงินของลูกค้าหลายล้านราย
  • Snowflake กำลังพัฒนาฟีเจอร์ ที่จะบังคับให้ลูกค้าต้องใช้ MFA เพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย

คำถามที่พบบ่อย

การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

เริ่มจากการใช้ Spear-phishing ติดตั้งมัลแวร์ขโมยข้อมูลในเครื่องพนักงานบริษัทคู่สัญญา จากนั้นแฮกเกอร์จึงนำรหัสผ่านที่พบในเครื่องไปล็อกอินเข้าบัญชี Snowflake ของลูกค้าที่ไม่ได้เปิดใช้งาน MFA

ทำไมการไม่ใช้ MFA ถึงเป็นปัญหาใหญ่?

เพราะ MFA คือการเพิ่มชั้นความปลอดภัยที่ต้องใช้รหัสชั่วคราว เมื่อไม่มี MFA แฮกเกอร์ที่ได้รหัสผ่านไปจะสามารถเข้าถึงระบบได้ทันทีโดยไม่มีอะไรกั้น

บริษัท EPAM เกี่ยวข้องอย่างไรในเหตุการณ์นี้?

แฮกเกอร์อ้างว่าใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของพนักงาน EPAM ในยูเครนเป็นทางผ่านเพื่อขโมยรหัสผ่านของลูกค้า แม้ทาง EPAM จะปฏิเสธ แต่มีหลักฐานจากนักวิจัยอิสระที่พบข้อมูลรหัสผ่านของพนักงานหลุดอยู่ใน Dark Web

ข้อมูลประเภทใดบ้างที่ถูกขโมยไป?

ข้อมูลมีความหลากหลายตั้งแต่ข้อมูลผู้บริโภคของ Ticketmaster 560 ล้านราย ไปจนถึงเลขบัญชีธนาคาร ยอดเงิน และหมายเลขบัตรเครดิตของลูกค้าธนาคาร Santander

เราจะป้องกันตัวเองจากมัลแวร์ Infostealer ได้อย่างไร?

ควรหลีกเลี่ยงการคลิกลิงก์จากอีเมลที่ไม่น่าเชื่อถือ เปลี่ยนรหัสผ่านอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช้รหัสผ่านซ้ำกันในหลายเว็บไซต์ และที่สำคัญที่สุดคือการเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน (MFA) ในทุกบัญชีที่ทำได้