Sigfox สตาร์ทอัพ IoT ฝรั่งเศส ระดมทุน Series E ได้ 150 ล้านยูโร มุ่งสร้างเครือข่ายเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั่วโลก
Sigfox บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้าน IoT (Internet of Things) หรืออินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งจากประเทศฝรั่งเศส ประกาศความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Series E มูลค่า 150 ล้านยูโร (ประมาณ 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อผลักดันการสร้างเครือข่ายระดับโลกที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมต่อ ตรวจสอบ และควบคุมอุปกรณ์อัจฉริยะโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นระบบสัญญาณกันขโมยในบ้าน เครื่องจักรในโรงงาน ตู้เย็นอัจฉริยะ ไปจนถึงไฟถนนในเมือง
แม้ทางบริษัทจะไม่ได้เปิดเผยตัวเลขมูลค่าบริษัทอย่างเป็นทางการ แต่แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า Sigfox มีมูลค่าบริษัทสูงถึง 600 ล้านยูโร (ประมาณ 637 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ส่งผลให้ยอดระดมทุนรวมทั้งหมดของบริษัทพุ่งสูงกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพด้าน IoT ที่มีเงินทุนหมุนเวียนแข็งแกร่งที่สุดในตลาดปัจจุบัน
กลยุทธ์การสร้างเครือข่ายที่แตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่น
ในขณะที่ผู้เล่นรายอื่นในตลาดพยายามนำอุปกรณ์ทั่วไปมาเชื่อมต่อกับเครือข่ายไร้สายที่มีอยู่เดิม แต่ Sigfox เลือกเดินเกมที่แตกต่างด้วยการ สร้างเครือข่ายใหม่ขึ้นมาตั้งแต่ต้น เพื่อรองรับอุปกรณ์ IoT โดยเฉพาะ ซึ่งแยกส่วนออกจากเครือข่ายไร้สายแบบดั้งเดิมที่ใช้ในโทรศัพท์มือถือ
แนวทางนี้ทำให้ Sigfox กลายเป็นคู่แข่งที่น่าจับตามองสำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย (Carriers) ที่กำลังพยายามขยายธุรกิจข้อมูลและองค์กรเพื่อชดเชยรายได้ที่ลดลงจากบริการเสียงและโทรศัพท์พื้นฐาน โดยในปัจจุบันยักษ์ใหญ่หลายราย เช่น Verizon ที่เพิ่งเข้าซื้อกิจการ LQD WiFi หรือ Microsoft และ Cisco (เจ้าของแพลตฟอร์ม Jasper) ต่างก็กำลังเร่งสร้างฐานที่มั่นในโลก IoT เช่นกัน
วิสัยทัศน์แห่งอนาคตและการก้าวข้ามขีดจำกัด
Sigfox ไม่ได้มองเพียงแค่การเชื่อมต่อ แต่ยังมีเป้าหมายที่ทะเยอทะยานในการกำจัดปัญหาเรื่องค่าบริการโรมมิ่งข้อมูล ลดความซับซ้อนและต้นทุนในการฝังชิปซิลิคอนในอุปกรณ์ และอาจรวมถึงการทำให้เครื่องมือสื่อสารไม่จำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่ในอนาคต โดยผู้ก่อตั้งบริษัทระบุว่าพวกเขาได้นำหลักการทางฟิสิกส์ดาราศาสตร์มาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างสิ่งที่เปรียบเสมือนกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่ใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับ IoT ซึ่งสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์นับแสนล้านชิ้นเข้ากับอินเทอร์เน็ตได้
การขยายตัวและพันธมิตรทางธุรกิจ
ปัจจุบัน Sigfox มีอุปกรณ์ลงทะเบียนในระบบแล้วกว่า 10 ล้านเครื่อง ครอบคลุมพื้นที่ 1.35 ล้านตารางกิโลเมตรใน 26 ประเทศ ซึ่งดูแลประชากรกว่า 358 ล้านคน โดยบริษัทมีแผนจะขยายเครือข่ายให้ครอบคลุม 60 ประเทศภายในปี 2018 โดยมุ่งเน้นตลาดสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกา (ซึ่งเพิ่งติดตั้งใน 100 เมือง) รวมถึงจีนและอินเดีย
สำหรับการระดมทุนครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนรายใหญ่มากมาย เช่น Salesforce Ventures, ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานอย่าง Total, Henri Seydoux ผู้ก่อตั้ง Parrot, รวมถึงนักลงทุนเดิมอย่าง Intel Capital และ Air Liquide นอกจากนี้ Sigfox ยังมีแผนที่จะบูรณาการระบบเข้ากับ IoT Cloud ของ Salesforce เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลอุปกรณ์ IoT ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ยอดระดมทุนรอบ Series E | 150 ล้านยูโร |
| มูลค่าบริษัทโดยประมาณ | 600 ล้านยูโร |
| จำนวนอุปกรณ์ในเครือข่าย | 10 ล้านเครื่อง |
| พื้นที่ครอบคลุมปัจจุบัน | 26 ประเทศ |
| เป้าหมายการขยายตัว (ปี 2018) | 60 ประเทศ |
| ราคาเริ่มต้น | 1 ยูโร ต่ออุปกรณ์ ต่อเดือน |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- โมเดลธุรกิจ: สร้างเครือข่ายไร้สายเฉพาะสำหรับ IoT แยกจากเครือข่ายมือถือทั่วไป
- จุดเด่นทางเทคนิค: มุ่งเน้นการใช้พลังงานต่ำ ลดต้นทุนฮาร์ดแวร์ และกำจัดการโรมมิ่ง
- การเติบโต: ขยายตัวอย่างรวดเร็วจาก 8 ล้านเป็น 10 ล้านอุปกรณ์ภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน
- พันธมิตรเชิงกลยุทธ์: ร่วมมือกับ Total เพื่อรุกตลาดพลังงาน และ Salesforce เพื่อการจัดการข้อมูล
คำถามที่พบบ่อย
Sigfox แตกต่างจากเครือข่ายไร้สายทั่วไปอย่างไร?
Sigfox ไม่ได้ใช้โครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ แต่สร้างเครือข่ายใหม่ขึ้นมาเพื่ออุปกรณ์ IoT โดยเฉพาะ ซึ่งช่วยให้ประหยัดพลังงานมากกว่าและมีต้นทุนการเชื่อมต่อที่ต่ำกว่า
ค่าบริการของ Sigfox คิดอย่างไร?
ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1 ยูโรต่ออุปกรณ์ต่อเดือน โดยจะมีอัตราค่าบริการที่ลดลงตามจำนวนอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น (Sliding Scale)
เป้าหมายในการระดมทุนครั้งนี้คืออะไร?
เงินทุนจำนวน 150 ล้านยูโรจะถูกนำไปใช้ในการขยายโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายให้ครอบคลุมทั่วโลก โดยตั้งเป้าให้ถึง 60 ประเทศภายในปี 2018
ใครคือนักลงทุนรายสำคัญในรอบ Series E?
นักลงทุนรายใหม่ที่โดดเด่น ได้แก่ Salesforce Ventures, Total, Henri Seydoux, Alto Invest, Swen CP และ Tamer Group ร่วมกับกลุ่มนักลงทุนเดิม เช่น Intel Capital และ Bpifrance
เทคโนโลยีของ Sigfox มีประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมอย่างไร?
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการดำเนินงานทางอุตสาหกรรม ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และช่วยให้บริษัทสามารถให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นผ่านการเชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนมหาศาล



