Sigfox สตาร์ทอัพ IoT ยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศสยื่นขอคุ้มครองการล้มละลาย หวังหาผู้ซื้อกอบกู้ธุรกิจ

กลายเป็นข่าวช็อกวงการเทคโนโลยีเมื่อ Sigfox สตาร์ทอัพผู้บุกเบิกด้าน IoT (Internet of Things) หรืออินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งจากประเทศฝรั่งเศส ได้ตัดสินใจยื่นคำร้องขอคุ้มครองการล้มละลายต่อศาลพาณิชย์ในเมืองตูลูส โดยบริษัทระบุว่าจำเป็นต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายนี้เพื่อหาผู้ซื้อรายใหม่ที่จะเข้ามาช่วยประคองธุรกิจในระยะยาวและรักษาการจ้างงานของพนักงานเอาไว้

แม้ว่า Sigfox จะเคยเป็นดาวรุ่งที่ระดมทุนได้มหาศาลกว่า 300 ล้านดอลลาร์ และเคยถูกขนานนามว่าเป็น Unicorn (บริษัทสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์) แต่ปัจจัยลบหลายด้านได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสถานะทางการเงินของบริษัท

สาเหตุหลักที่นำไปสู่การล้มละลาย

ทางบริษัทได้ชี้แจงว่าวิกฤตการณ์ COVID-19 เป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้กิจกรรมในอุตสาหกรรม IoT ชะลอตัวลงในช่วงสองปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดขายผลิตภัณฑ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่อง การขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ทั่วโลก ซึ่งทำให้การพัฒนาและขยายเทคโนโลยีทำได้ยากลำบากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น การยอมรับในเทคโนโลยีของ Sigfox เกิดขึ้นช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้จะได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ แต่ด้วยสภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูงขึ้นและภาระหนี้สินที่พอกพูน ทำให้บริษัทไม่สามารถขับเคลื่อนธุรกิจต่อไปได้ด้วยตนเอง

สถานะทางการเงินและประวัติการระดมทุน

หากพิจารณาจากตัวเลขทางบัญชีจะพบว่า Sigfox ประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก โดยในปีงบประมาณล่าสุด บริษัทมีรายได้เพียง 24 ล้านยูโร แต่กลับมียอดขาดทุนสุทธิสูงถึง 91 ล้านยูโร และมีหนี้สินทางการเงินสะสมถึง 118 ล้านยูโร

ในอดีต Sigfox เคยได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุนระดับโลกมากมาย เช่น Salesforce, Intel, Samsung, NTT, SK Telecom รวมถึงกลุ่มพลังงานอย่าง Total และ Air Liquide โดยในปี 2016 บริษัทเคยระดมทุนรอบหนึ่งได้ถึง 150 ล้านยูโร ซึ่งส่งผลให้มูลค่าบริษัทพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในขณะนั้น

สรุปข้อมูลสำคัญของ Sigfox
หัวข้อ รายละเอียด
ยอดระดมทุนรวม มากกว่า 300 ล้านดอลลาร์
จำนวนประเทศที่ให้บริการ 75 ประเทศ
จำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ 20 ล้านชิ้น
ปริมาณข้อความต่อวัน 80 ล้านข้อความ
สถานะปัจจุบัน ยื่นขอคุ้มครองการล้มละลาย (ระยะเวลาสังเกตการณ์ 6 เดือน)

จุดเด่นของเทคโนโลยีและอนาคตที่ยังมีความหวัง

สิ่งที่ทำให้ Sigfox แตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นคือแนวคิดการสร้างเครือข่ายที่เน้น ความยั่งยืนและประสิทธิภาพ โดยใช้เทคโนโลยีที่ใช้พลังงานต่ำและต้นทุนต่ำ ซึ่งช่วยให้อุปกรณ์ IoT สามารถทำงานได้ยาวนานขึ้น

ปัจจุบันเครือข่ายของ Sigfox ทำงานร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่าย (Carriers) 75 ราย ครอบคลุมประชากรกว่า 1.4 พันล้านคน และมีลูกค้ากว่า 5,000 รายที่เตรียมติดตั้งอุปกรณ์รวม 50 ล้านชิ้น ซึ่งตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานของ Sigfox ยังคงมีมูลค่าและสามารถนำไปต่อยอดได้หากมีผู้ซื้อที่เหมาะสมเข้ามาบริหารจัดการ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การยื่นล้มละลาย: ยื่นต่อศาลพาณิชย์เมืองตูลูส โดยมีระยะเวลาดำเนินการเบื้องต้น 6 เดือน
  • ผลกระทบจากโควิด: ทำให้ยอดขายตกต่ำและเกิดการขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
  • สถานะการดำเนินงาน: บริษัทยังคงให้บริการลูกค้าตามปกติภายใต้การกำกับดูแลของศาล
  • การเปลี่ยนแปลงผู้นำ: Ludovic Le Moan ผู้ก่อตั้งลาออกเมื่อกุมภาพันธ์ 2021 โดยมี Jeremy Prince ดำรงตำแหน่ง CEO แทน

คำถามที่พบบ่อย

Sigfox ยังให้บริการเครือข่ายอยู่หรือไม่?

ยังคงให้บริการตามปกติ โดยบริษัทระบุว่ากระบวนการคุ้มครองการล้มละลายจะช่วยให้สามารถดำเนินกิจกรรมทางการค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าต่อไปได้

ทำไมบริษัทถึงล้มละลายทั้งที่มีเงินระดมทุนจำนวนมาก?

เกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน ทั้งการยอมรับเทคโนโลยีที่ช้ากว่าคาด, วิกฤตโควิด-19 ที่ทำให้ธุรกิจชะลอตัว, ปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วน และภาระหนี้สินที่สูงเกินกว่ารายได้จะรองรับได้

เป้าหมายของการยื่นขอคุ้มครองการล้มละลายครั้งนี้คืออะไร?

เพื่อใช้เวลาในช่วง 6 เดือนแรกในการค้นหาผู้ซื้อรายใหม่ที่จะเข้ามาลงทุนและสนับสนุนการพัฒนาของบริษัทในระยะยาว รวมถึงรักษาตำแหน่งงานของพนักงาน

เทคโนโลยีของ Sigfox มีความพิเศษอย่างไร?

เน้นการสื่อสารไร้สายที่ใช้พลังงานต่ำมาก (Low Energy) และต้นทุนต่ำ ทำให้เหมาะสำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนมหาศาลในระบบ IoT อย่างมีประสิทธิภาพ