Securam ProLogic ตู้เซฟความปลอดภัยสูงที่อาจถูกเจาะได้ในไม่กี่วินาที
เมื่อพูดถึงตู้เซฟอิเล็กทรอนิกส์ หลายคนเชื่อมั่นว่าทรัพย์สินภายในจะปลอดภัยจากการโจรกรรม แต่การค้นพบล่าสุดจากนักวิจัยด้านความปลอดภัย James Rowley และ Mark Omo กลับชี้ให้เห็นว่า ตู้เซฟที่ใช้ระบบล็อกของ Securam ProLogic ซึ่งถูกนำไปใช้ในตู้เซฟแบรนด์ดังหลายยี่ห้อ มีช่องโหว่ร้ายแรงที่ช่วยให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเปิดตู้เซฟได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
จุดเริ่มต้นของการค้นพบนี้เกิดจากความสงสัยในกรณีของ Liberty Safe ผู้ผลิตตู้เซฟรายใหญ่ในสหรัฐฯ ที่เคยถูกวิจารณ์ว่ามอบรหัสลับให้ FBI เพื่อใช้เปิดตู้เซฟของผู้ต้องสงสัยตามหมายศาล ซึ่งทำให้ Rowley และ Omo ตั้งคำถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยทางกายภาพจะมี "ประตูหลัง" (Backdoor) หรือช่องทางลับที่อนุญาตให้ผู้อื่นเข้าถึงข้อมูลได้โดยที่เจ้าของไม่ทราบ
ช่องโหว่ 2 รูปแบบที่ทำให้ตู้เซฟไม่ปลอดภัย
จากการวิเคราะห์ระบบ Firmware (ซอฟต์แวร์ที่ควบคุมการทำงานของฮาร์ดแวร์) ของระบบล็อก Securam ProLogic นักวิจัยพบวิธีการเจาะระบบที่แตกต่างกัน 2 วิธี ดังนี้:
1. ResetHeist: การคำนวณรหัสรีเซ็ต
วิธีนี้เป็นการใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อให้ช่างกุญแจช่วยเจ้าของตู้เซฟที่ลืมรหัส โดยปกติช่างจะต้องใช้รหัสกู้คืน (Recovery Code) และรหัสเข้ารหัส (Encryption Code) เพื่อขอรหัสรีเซ็ตจากบริษัท Securam อย่างไรก็ตาม นักวิจัยพบว่าอัลกอริทึมที่ใช้คำนวณรหัสนี้ไม่มีการป้องกันทางฮาร์ดแวร์ที่เพียงพอ ทำให้พวกเขาสามารถเขียนสคริปต์ด้วยภาษา Python เพื่อคำนวณรหัสรีเซ็ตได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษใดๆ

2. CodeSnatch: การดึงรหัสผ่านจากพอร์ตดีบัก
วิธีที่สองมีความซับซ้อนกว่า โดยการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก Raspberry Pi เชื่อมต่อเข้ากับ Debug Port (พอร์ตสำหรับทดสอบระบบ) ภายในตัวล็อก เพื่อดึง "Super Code" หรือรหัสผ่านระดับสูงออกมา แม้ในรุ่นใหม่จะมีการตั้งรหัสผ่านป้องกันพอร์ตนี้ไว้ แต่นักวิจัยสามารถใช้เทคนิค Voltage Glitching (การรบกวนแรงดันไฟฟ้าในจังหวะที่ระบบตรวจสอบรหัสผ่าน) เพื่อข้ามขั้นตอนการตรวจสอบและเข้าถึงข้อมูลภายในชิปประมวลผล Renesas ได้สำเร็จ

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- แบรนด์ที่ได้รับผลกระทบ: รวมถึง Liberty Safe, Fort Knox, High Noble, FireKing, ProSteel, Rhino Metals, Sun Welding, Corporate Safe Specialists รวมถึงตู้เก็บยาในร้าน CVS และ NarcSafe
- ความเสี่ยง: วิธี ResetHeist สามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ หากเจ้าของตู้เซฟไม่ได้เปลี่ยนรหัสกู้คืนเริ่มต้น (Default Code)
- การตอบสนองจากผู้ผลิต: Securam ยอมรับว่าจะมีผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่แก้ไขปัญหานี้ แต่ ไม่มีแผนที่จะอัปเดตเฟิร์มแวร์ ให้กับตู้เซฟรุ่นเก่าที่ใช้งานอยู่
- คำแนะนำ: ผู้ที่กังวลเรื่องความปลอดภัยอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนชุดล็อกใหม่ทั้งหมด
| คุณสมบัติ | ResetHeist | CodeSnatch |
|---|---|---|
| อุปกรณ์ที่ใช้ | คอมพิวเตอร์ทั่วไป (Python Script) | Raspberry Pi และอุปกรณ์บัดกรี |
| ระดับความยาก | ต่ำ (หากใช้รหัสเริ่มต้น) | ปานกลาง (ต้องมีความรู้ด้านฮาร์ดแวร์) |
| วิธีการทำงาน | คำนวณรหัสรีเซ็ตจาก Firmware | ดึง Super Code จาก Debug Port |
| การป้องกัน | เปลี่ยน Recovery/Encryption Code | อัปเดตฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ |

การโต้ตอบระหว่างนักวิจัยและผู้ผลิต
ทาง Chunlei Zhou CEO ของ Securam ระบุว่าช่องโหว่เหล่านี้เป็นที่ทราบกันดีในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ และการโจมตีต้องใช้ทักษะและอุปกรณ์เฉพาะทาง โดยยืนยันว่ายังไม่มีรายงานลูกค้าที่ถูกโจรกรรมด้วยวิธีนี้ อย่างไรก็ตาม Rowley และ Omo แย้งว่าวิธี ResetHeist ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ และความเสี่ยงนี้ร้ายแรงกว่าการเจาะตู้เซฟแบบดั้งเดิม เช่น การเจาะหรือตัดเหล็ก ซึ่งใช้เวลานานและสังเกตเห็นได้ง่ายกว่า
นอกจากนี้ กรณีนี้ยังถูกนำไปเชื่อมโยงกับประเด็นความมั่นคงระดับชาติ โดย วุฒิสมาชิก Ron Wyden ได้เตือนว่าการมี "ประตูหลัง" ในอุปกรณ์ความปลอดภัยเป็นความเสี่ยงที่ร้ายแรง และเป็นเหตุผลที่รัฐบาลสหรัฐฯ ห้ามใช้ล็อกของ Securam (ซึ่งมีบริษัทแม่ในจีน) ในหน่วยงานรัฐบาล

คำถามที่พบบ่อย
ตู้เซฟของฉันใช้ล็อก Securam ProLogic หรือไม่?
คุณสามารถตรวจสอบได้จากคู่มือการใช้งาน หรือดูยี่ห้อของตู้เซฟ หากเป็นแบรนด์อย่าง Liberty Safe, Fort Knox หรือ FireKing มีโอกาสสูงที่จะใช้ระบบล็อกนี้
ฉันจะป้องกันการโจมตีแบบ ResetHeist ได้อย่างไร?
วิธีที่ง่ายที่สุดคือการเปลี่ยน Recovery Code และ Encryption Code จากค่าเริ่มต้นที่โรงงานตั้งมา ให้เป็นรหัสที่คุณกำหนดเอง
Securam จะมีการออกซอฟต์แวร์แก้ไข (Patch) หรือไม่?
จากการยืนยันของบริษัท Securam จะไม่มีการออกแพ็กเกจอัปเดตเฟิร์มแวร์สำหรับรุ่นเก่า แต่จะแก้ไขในผลิตภัณฑ์รุ่นถัดไปที่จะวางจำหน่ายแทน
หากต้องการความปลอดภัยสูงสุดควรทำอย่างไร?
หากคุณเก็บทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงมากและกังวลเรื่องช่องโหว่ทางดิจิทัล การเปลี่ยนไปใช้ระบบล็อกรุ่นใหม่ที่ได้รับการแก้ไขแล้ว หรือการใช้ล็อกแบบกลไก (Mechanical Lock) อาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า




