Sandworm แฮกเกอร์รัสเซีย ยกระดับสงครามไซเบอร์โจมตีโครงข่ายไฟฟ้าควบคู่การยิงขีปนาวุธ

ในโลกของสงครามไซเบอร์ ชื่อของ Sandworm หรือหน่วย 74455 ภายใต้หน่วยข่าวกรองทางทหารของรัสเซีย (GRU) เป็นที่รู้จักในฐานะกลุ่มแฮกเกอร์เพียงกลุ่มเดียวที่สามารถสร้างเหตุการณ์ไฟดับเป็นวงกว้างได้สำเร็จ ล่าสุดมีการเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า กลุ่มนี้ได้สร้างบรรทัดฐานใหม่ที่โหดร้ายยิ่งขึ้น โดยการโจมตีระบบไฟฟ้าในยูเครนให้ดับลงในเวลาเดียวกับที่มีการยิงขีปนาวุธถล่มเมือง ซึ่งเป็นการผสานการโจมตีทางดิจิทัลและทางกายภาพเข้าด้วยกันอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

บริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ Mandiant รายงานว่า ในเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา Sandworm ได้โจมตีระบบไฟฟ้าของยูเครนเป็นครั้งที่สาม ส่งผลให้พลเรือนจำนวนมากต้องเผชิญกับภาวะไฟดับ สิ่งที่ทำให้การโจมตีครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ คือการประสานเวลาให้เกิดขึ้นพร้อมกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่มุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานวิกฤตในเมืองเดียวกัน นอกจากนี้ หลังจากเกิดไฟดับได้สองวัน แฮกเกอร์ยังได้ใช้มัลแวร์ประเภท Wiper (ซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อลบข้อมูลในฮาร์ดไดรฟ์อย่างถาวร) เพื่อทำลายหลักฐานการบุกรุกในเครือข่ายของหน่วยงานไฟฟ้า

กลยุทธ์การโจมตีที่เปลี่ยนไป: จากมัลแวร์เฉพาะทางสู่การพรางตัว

จากการวิเคราะห์ของ Mandiant พบว่า Sandworm ได้พัฒนารูปแบบการโจมตีให้มีความแนบเนียนและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเปลี่ยนจากการใช้มัลแวร์ที่เขียนขึ้นมาโดยเฉพาะ มาเป็นการใช้เทคนิคที่เรียกว่า Living off the Land ซึ่งคือการใช้เครื่องมือที่มีอยู่แล้วในระบบปฏิบัติการของเหยื่อเพื่อเคลื่อนที่ภายในเครือข่าย ทำให้ระบบตรวจจับมัลแวร์ทั่วไปตรวจพบได้ยาก

ในการโจมตีครั้งล่าสุดนี้ แฮกเกอร์ได้ใช้สคริปต์อัตโนมัติสั่งการผ่านซอฟต์แวร์ MicroSCADA ซึ่งเป็นระบบควบคุมอุตสาหกรรม (Industrial Control System - ICS) ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการการไหลของกระแสไฟฟ้าในสถานีไฟฟ้าย่อย เพื่อทำให้เกิดไฟดับในที่สุด

เปรียบเทียบวิวัฒนาการการโจมตีโครงข่ายไฟฟ้าของ Sandworm
ปีที่เกิดเหตุ เครื่องมือที่ใช้ ลักษณะการโจมตี ผลลัพธ์
2016 Crash Override / Industroyer ใช้มัลแวร์เฉพาะทางสั่งเปิดเซอร์กิตเบรกเกอร์ ไฟดับในสถานีส่งไฟฟ้าทางเหนือของเคียฟ
2022 Industroyer2 ใช้มัลแวร์เวอร์ชันอัปเกรด พยายามทำให้ไฟดับแต่ไม่สำเร็จ
ตุลาคม 2023 Living off the Land & MicroSCADA ใช้เครื่องมือในระบบและสคริปต์อัตโนมัติ ไฟดับพร้อมการโจมตีด้วยขีปนาวุธ

ความเร็วในการปฏิบัติการก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในอดีต Sandworm อาจใช้เวลาแฝงตัวในระบบนานกว่า 6 เดือน แต่ในครั้งล่าสุดนี้ พวกเขาใช้เวลาเพียง 3 เดือนในการเข้าถึงระบบควบคุมอุตสาหกรรม และใช้เวลาอีกเพียง 2 เดือนในการพัฒนาเทคนิคจนสามารถสั่งให้ไฟดับได้ ซึ่งความคล่องตัวนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในสภาวะสงคราม

Image 7

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การโจมตีแบบผสมผสาน: เป็นครั้งแรกที่มีการประสานการโจมตีทางไซเบอร์ (ไฟดับ) พร้อมกับการโจมตีทางกายภาพ (ขีปนาวุธ) ในพื้นที่เดียวกัน
  • เทคนิคการพรางตัว: เปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์ Living off the Land เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับของเครื่องมือรักษาความปลอดภัย
  • เป้าหมายทางจิตวิทยา: การโจมตีมุ่งเน้นการสร้างความโกลาหลและความรู้สึกสิ้นหวังให้กับพลเรือนมากกว่าผลทางยุทธวิธี
  • การทำลายหลักฐาน: มีการใช้มัลแวร์ CaddyWiper เพื่อลบข้อมูลในเครือข่าย IT หลังปฏิบัติการเสร็จสิ้น

บทวิเคราะห์ผลกระทบและแนวป้องกัน

แม้การโจมตีจะประสบความสำเร็จ แต่ทาง SSSCIP (หน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์ของยูเครน) และ Mandiant ระบุว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้หมายความว่าระบบป้องกันของยูเครนล้มเหลว ในความเป็นจริง รัสเซียได้พยายามโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของยูเครนหลายสิบครั้ง แต่ส่วนใหญ่ถูกสกัดกั้นไว้ได้ การที่เหตุการณ์ไฟดับครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงจุดเดียวจึงเป็นข้อพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพของทีมป้องกันไซเบอร์ของยูเครน

ในด้านผลกระทบทางจิตวิทยา John Hultquist จาก Mandiant มองว่าการทำให้ไฟดับในขณะที่มีขีปนาวุธตกใส่เมือง อาจไม่ได้สร้างความหวาดกลัวเพิ่มขึ้นมากนัก เนื่องจากชาวยูเครนต้องเผชิญกับการโจมตีอย่างต่อเนื่องมานานกว่าสองปี จนความเด็ดเดี่ยวในการต่อสู้มีมากกว่าความกลัว และในบางกรณี การโจมตีทางไซเบอร์อาจถูกกลบด้วยความรุนแรงของการโจมตีทางกายภาพเสียด้วยซ้ำ

คำถามที่พบบ่อย

Sandworm คือใคร?

Sandworm คือชื่อเรียกในวงการไซเบอร์ของหน่วย 74455 ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองทางทหารของรัสเซีย (GRU) ที่เชี่ยวชาญด้านการโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน

เทคนิค Living off the Land คืออะไร?

คือวิธีการที่แฮกเกอร์ไม่ใช้มัลแวร์ที่สร้างขึ้นเอง แต่เลือกใช้เครื่องมือหรือคำสั่งที่มีอยู่แล้วในระบบของเหยื่อ เพื่อให้การบุกรุกแนบเนียนและตรวจจับได้ยากขึ้น

มัลแวร์ Wiper ทำหน้าที่อะไร?

Wiper คือมัลแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อลบข้อมูลในคอมพิวเตอร์อย่างถาวร ในกรณีนี้ถูกนำมาใช้เพื่อทำลายร่องรอยหลักฐานที่แฮกเกอร์ทิ้งไว้ในระบบ

ทำไมรัสเซียถึงโจมตีระบบไฟฟ้าพร้อมกับการยิงขีปนาวุธ?

เชื่อว่าเป็นการสร้างผลกระทบทางจิตวิทยา เพื่อให้พลเรือนรู้สึกถึงความโกลาหล ไร้ทางสู้ และเป็นการบั่นทอนกำลังใจของประชาชนในยูเครน

การโจมตีครั้งนี้สะท้อนว่าระบบป้องกันของยูเครนอ่อนแอหรือไม่?

ไม่เป็นความจริง เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญระบุว่ามีการโจมตีเกิดขึ้นจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ถูกป้องกันไว้ได้ เหตุการณ์นี้เป็นเพียงส่วนน้อยที่เล็ดลอดเข้ามาได้เท่านั้น