Sandworm และ Evgenii Serebriakov: เบื้องหลังผู้นำหน่วยแฮกเกอร์ระดับโลกของรัสเซีย
ในโลกของการจารกรรมทางไซเบอร์ ชื่อของ Sandworm เป็นที่รู้จักในฐานะหน่วยปฏิบัติการที่อันตรายที่สุดของ GRU (หน่วยข่าวกรองทางทหารของรัสเซีย) ซึ่งสร้างความเสียหายระดับโลกมาแล้วมากมาย ทั้งการทำให้ไฟฟ้าดับทั้งเมือง หรือการปล่อยมัลแวร์ทำลายข้อมูล แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือตัวตนของผู้นำหน่วยนี้ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นบุคคลที่เคยถูกเปิดโปงและถูกสั่งฟ้องในคดีระดับนานาชาติมาแล้ว
แหล่งข่าวจากหน่วยข่าวกรองตะวันตกเปิดเผยว่า Evgenii Serebriakov คือผู้บัญชาการของ Sandworm ในปัจจุบัน โดยเขาได้รับตำแหน่งนี้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2022 และปัจจุบันมียศเป็นพันเอก ซึ่งการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนี้เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ เนื่องจากเขาเคยเป็นหนึ่งในสายลับที่ปฏิบัติการพลาดจนถูกจับกุมในเนเธอร์แลนด์เมื่อปี 2018
เส้นทางจากสายลับภาคสนามสู่ผู้บัญชาการไซเบอร์
ก่อนจะมาคุม Sandworm นั้น Serebriakov เคยเป็นรองผู้บัญชาการของ APT28 (หรือที่รู้จักในชื่อ Fancy Bear) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหน่วยแฮกเกอร์ชื่อดังของ GRU ในปี 2018 เขาและทีมงานถูกเจ้าหน้าที่เนเธอร์แลนด์จับกุมขณะพยายามจารกรรมข้อมูลจากองค์การห้ามอาวุธเคมี (OPCW) ในกรุงเฮก
ในการบุกจับครั้งนั้น เจ้าหน้าที่ยึดอุปกรณ์ทางเทคนิคจำนวนมากจากกระเป๋าเป้และรถเช่าของเขา รวมถึง Wi-Fi Pineapple ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้จำลองเครือข่าย Wi-Fi ปลอมเพื่อหลอกให้เหยื่อเชื่อมต่อ จากนั้นจึงทำการโจมตีแบบ Man-in-the-Middle (การดักจับหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลระหว่างทาง) เพื่อขโมยข้อมูลสำคัญ

ข้อมูลจากอุปกรณ์ที่ถูกยึดทำให้พนักงานสอบสวนสามารถแกะรอยการเดินทางของ Serebriakov ย้อนหลังได้หลายปี พบว่าเขาเคยปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายสำคัญ เช่น เจ้าหน้าที่ในโอลิมปิกฤดูร้อน 2016 ที่ริโอเดจาเนโร และการประชุมด้านการต่อต้านการใช้สารกระตุ้นในสวิตเซอร์แลนด์

Sandworm: อาวุธไซเบอร์ที่ทำลายล้างรุนแรงที่สุด
ภายใต้การนำของ Serebriakov หน่วย Sandworm (หรือชื่อทางการคือ GRU Unit 74455 และมีฉายาว่า Voodoo Bear หรือ Iridium) ได้กลายเป็นเครื่องมือหลักในสงครามไซเบอร์ของรัสเซีย โดยเฉพาะการโจมตีประเทศยูเครน
- การโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน: เจาะระบบไฟฟ้าในยูเครนจนเกิดไฟดับครั้งใหญ่ถึงสองครั้ง
- NotPetya: การปล่อยมัลแวร์ที่แพร่กระจายตัวเองได้ในปี 2017 ซึ่งสร้างความเสียหายทั่วโลกสูงถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์
- การก่อกวนระดับโลก: แทรกแซงการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว 2018 ในเกาหลีใต้ และโจมตีสถานีโทรทัศน์ในจอร์เจียปี 2019
ปัจจุบัน Sandworm ปฏิบัติการจากฐานบัญชาการในย่านคิมกิ ชานเมืองมอสโก โดยมุ่งเน้นการใช้มัลแวร์ทำลายข้อมูล และแคมเปญแรนซัมแวร์ปลอมที่ชื่อว่า Prestige เพื่อโจมตีองค์กรในยูเครนและโปแลนด์

ทำไมคนที่เคยพลาดถึงยังได้รับความไว้วางใจ?
การที่ Serebriakov ยังคงเติบโตในหน้าที่การงานแม้จะถูกเปิดเผยตัวตนและถูกสั่งฟ้อง สะท้อนให้เห็นว่าเขามีทักษะทางเทคนิคที่สูงมากและมีเครือข่ายกว้างขวางในชุมชนวิจัยด้านความปลอดภัย ซึ่ง GRU มองว่าเขามีค่าเกินกว่าจะทิ้งไป
นอกจากนี้ ในวัฒนธรรมของ GRU การถูกสั่งฟ้องในระดับสากลอาจถูกมองว่าเป็นเครื่องหมายของความกล้าหาญและการยอมรับความเสี่ยง ซึ่งช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของหน่วยงานในฐานะ "นักรบไซเบอร์" ที่น่าเกรงขาม
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อบุคคล | Evgenii Serebriakov (ยศพันเอก) |
| หน่วยงานปัจจุบัน | Sandworm (GRU Unit 74455) |
| อดีตสังกัด | APT28 (Fancy Bear) |
| ผลงานที่สร้างความเสียหายสูงสุด | NotPetya (ความเสียหาย 1 หมื่นล้านดอลลาร์) |
| เทคนิคที่เชี่ยวชาญ | Close-access operation (การแฮกระยะใกล้ผ่าน Wi-Fi) |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Sandworm คือหน่วยแฮกเกอร์ของรัสเซียที่เชี่ยวชาญการทำลายข้อมูลและก่อวินาศกรรมไซเบอร์
- Evgenii Serebriakov เคยถูกจับในเนเธอร์แลนด์ปี 2018 แต่ถูกปล่อยตัวเนื่องจากเหตุผลทางการทูต
- NotPetya เป็นหนึ่งในมัลแวร์ที่สร้างความเสียหายทางการเงินสูงที่สุดในประวัติศาสตร์
- Close-access operation คือการโจมตีทางไซเบอร์ในระยะใกล้ เช่น การใช้ Wi-Fi Pineapple ดักข้อมูล
คำถามที่พบบ่อย
Sandworm แตกต่างจาก APT28 อย่างไร?
แม้ทั้งคู่จะเป็นหน่วยงานภายใต้ GRU แต่ Sandworm จะเน้นไปที่การก่อวินาศกรรมไซเบอร์ (Cyber Sabotage) และการทำลายข้อมูล ในขณะที่ APT28 หรือ Fancy Bear จะเน้นหนักไปที่การจารกรรมข้อมูล (Cyber Espionage)
ทำไมเนเธอร์แลนด์ถึงปล่อยตัว Serebriakov ในปี 2018?
อดีตเจ้าหน้าที่รัฐระบุว่าเกิดจากความไม่แน่ใจว่ามีการละเมิดกฎหมายเนเธอร์แลนด์อย่างชัดเจนหรือไม่ และที่สำคัญคือความกังวลด้านการทูต โดยเกรงว่ารัสเซียจะตอบโต้เจ้าหน้าที่การทูตของเนเธอร์แลนด์ในมอสโก
Wi-Fi Pineapple ทำงานอย่างไรในเชิงเทคนิค?
เป็นอุปกรณ์ที่สร้างจุดกระจายสัญญาณ Wi-Fi ปลอมขึ้นมา เพื่อหลอกให้ผู้ใช้เชื่อมต่อ จากนั้นแฮกเกอร์จะสามารถดักจับข้อมูลที่ส่งผ่านเครือข่ายนั้น หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลก่อนส่งถึงปลายทางได้
ทำไมผู้เชี่ยวชาญถึงบอกว่าโลกของแฮกเกอร์ระดับรัฐนั้น "แคบ"?
เพราะบุคคลที่มีทักษะสูงพอที่จะปฏิบัติการระดับชาติมีจำนวนจำกัด ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยมักจะพบเห็นบุคคลหน้าเดิมๆ ย้ายจากหน่วยหนึ่งไปสู่อีกหน่วยหนึ่ง หรือปรากฏตัวในปฏิบัติการที่แตกต่างกันแต่ใช้เทคนิคเดิม



