Sandworm และ BadPilot ภัยคุกคามไซเบอร์จากรัสเซียที่ขยายเป้าหมายสู่ชาติตะวันตก

ในโลกของการสงครามไซเบอร์ ชื่อของ Sandworm (หรือที่ Microsoft เรียกว่า Seashell Blizzard) เป็นที่รู้จักในฐานะหน่วยปฏิบัติการที่ดุร้ายที่สุดของเครมลิน โดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างความปั่นป่วนให้กับยูเครนมาตลอดทศวรรษที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดจาก Microsoft บ่งชี้ว่ากลุ่มแฮกเกอร์นี้ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ โดยเริ่มขยายการโจมตีแบบไม่เลือกหน้าไปยังเครือข่ายทั่วโลก และมุ่งเน้นเป็นพิเศษไปยังกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในซีกโลกตะวันตก

ทำความรู้จัก BadPilot: หน่วยทะลวงด่านหน้าของ Sandworm

Microsoft ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มย่อยภายใน Sandworm ที่ชื่อว่า BadPilot ซึ่งทำหน้าที่เป็น "หน่วยปฏิบัติการเข้าถึงขั้นต้น" (Initial Access Operation) หรือเปรียบเสมือนหน่วยกล้าตายที่ทำหน้าที่เจาะระบบเพื่อสร้างทางเข้าในเครือข่ายของเหยื่อ เมื่อ BadPilot สามารถยึดพื้นที่ในระบบได้แล้ว จะส่งต่อสิทธิ์การเข้าถึงนั้นให้กับแฮกเกอร์คนอื่นๆ ในองค์กร Sandworm เพื่อดำเนินการขั้นต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการขโมยข้อมูลความลับหรือการปล่อยการโจมตีทางไซเบอร์ที่รุนแรง

จากการวิเคราะห์พบว่า BadPilot ใช้วิธีการ "หว่านแห" โดยพยายามเจาะระบบจำนวนมหาศาลเพื่อดูว่าระบบใดมีช่องโหว่ จากนั้นจึงเลือกเป้าหมายที่น่าสนใจเพื่อดำเนินการเจาะลึก โดยมีวิวัฒนาการของเป้าหมายดังนี้:

  • ปี 2022: มุ่งเน้นโจมตีภายในยูเครนเป็นหลัก
  • ปี 2023: ขยายขอบเขตการโจมตีไปยังเครือข่ายทั่วโลก
  • ปี 2024: เจาะจงเป้าหมายในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดา และออสเตรเลีย

Sherrod DeGrippo ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ข่าวกรองด้านภัยคุกคามของ Microsoft ระบุว่า การเปลี่ยนเป้าหมายมายังประเทศตะวันตกในครั้งนี้ น่าจะมีแรงจูงใจมาจากปัจจัยทางการเมือง โดยเฉพาะการเลือกตั้งระดับโลกที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งส่งผลให้กลุ่มแฮกเกอร์ต้องปรับเปลี่ยนยุทธวิธีเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลก

เทคนิคการโจมตีและช่องโหว่ที่ถูกนำมาใช้

BadPilot อาศัย ช่องโหว่ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข (Unpatched Vulnerabilities) ในซอฟต์แวร์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะในโปรแกรม Microsoft Exchange, Outlook รวมถึงแอปพลิเคชันอย่าง OpenFire, JetBrains และ Zimbra สำหรับการโจมตีในกลุ่มประเทศตะวันตกช่วงปีที่ผ่านมา พบว่ามีการใช้ช่องโหว่ของเครื่องมือรีโมทอย่าง Connectwise ScreenConnect และ Fortinet FortiClient EMS (ซอฟต์แวร์จัดการความปลอดภัยของ Fortinet บนพีซี)

เมื่อเข้าสู่ระบบได้แล้ว แฮกเกอร์จะติดตั้งซอฟต์แวร์เพื่อให้สามารถเข้าถึงเครื่องเหยื่อได้อย่างต่อเนื่อง (Persistent Access) โดยมักใช้เครื่องมือรีโมทที่ถูกกฎหมาย เช่น Atera Agent หรือ Splashtop Remote Services นอกจากนี้ ในบางกรณีมีการตั้งค่าเครื่องของเหยื่อให้ทำงานเป็น Onion Service บนเครือข่าย Tor (เครือข่ายนิรนามที่ใช้ Proxy เพื่อปกปิดตัวตน) เพื่อใช้เป็นเซิร์ฟเวอร์ในการสื่อสารที่ตรวจจับได้ยาก

Image 6

การโจมตีรูปแบบอื่นผ่านซอฟต์แวร์เถื่อน

นอกเหนือจาก BadPilot แล้ว บริษัท EclecticIQ ยังพบแคมเปญแยกต่างหากของ Sandworm ที่ใช้เครื่องมือละเมิดลิขสิทธิ์ Windows (Piracy Tool) ที่ติดมัลแวร์ ซึ่งแพร่กระจายผ่าน Bittorrent เพื่อเจาะเข้าสู่เครือข่ายรัฐบาลยูเครน โดยมีการติดตั้งเครื่องมือรีโมทที่ชื่อว่า Dark Crystal RAT เพื่อใช้ในการจารกรรมทางไซเบอร์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • สังกัด: Sandworm ถูกระบุว่าเป็นหน่วยหนึ่งของ GRU ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองทางทหารของรัสเซีย
  • เป้าหมายหลัก: พลังงาน, น้ำมันและก๊าซ, โทรคมนาคม, การขนส่งทางเรือ, การผลิตอาวุธ และรัฐบาลระหว่างประเทศ
  • ประวัติความรุนแรง: เคยทำให้เกิดไฟฟ้าดับในยูเครนถึง 3 ครั้ง และปล่อยมัลแวร์ NotPetya ที่สร้างความเสียหายทั่วโลกกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์
  • สถานะปัจจุบันในตะวันตก: ปัจจุบันยังพบเพียงการจารกรรมข้อมูล (Espionage) แต่มีความเสี่ยงที่จะพัฒนาเป็นการโจมตีที่ทำลายล้างในอนาคต
สรุปพฤติกรรมและเป้าหมายของ BadPilot (Sandworm)
หัวข้อ รายละเอียด
บทบาทหน้าที่ เจาะระบบขั้นต้น (Initial Access) เพื่อส่งต่อให้ทีมอื่น
วิธีการเข้าถึง ใช้ช่องโหว่ซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้อัปเดต และเครื่องมือรีโมท
เป้าหมายปี 2024 สหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร, แคนาดา, ออสเตรเลีย
วัตถุประสงค์หลัก จารกรรมข้อมูลและเตรียมความพร้อมสำหรับการโจมตี

คำถามที่พบบ่อย

BadPilot แตกต่างจาก Sandworm อย่างไร?

BadPilot เป็นเพียงกลุ่มย่อยหรือทีมปฏิบัติการภายใน Sandworm โดยทำหน้าที่เฉพาะด้านคือการหาทางเจาะเข้าสู่เครือข่ายของเหยื่อเป็นด่านแรก ก่อนจะส่งต่อให้สมาชิกคนอื่นใน Sandworm เข้าไปดำเนินการโจมตีหรือขโมยข้อมูล

ทำไมกลุ่มแฮกเกอร์ถึงหันมาโจมตีประเทศตะวันตกในตอนนี้?

ผู้เชี่ยวชาญจาก Microsoft วิเคราะห์ว่าปัจจัยด้านการเมืองโลกและการเลือกตั้งในหลายประเทศ เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้กลุ่มแฮกเกอร์เปลี่ยนเป้าหมายเพื่อผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์และการจารกรรม

มัลแวร์ NotPetya คืออะไรและเกี่ยวข้องอย่างไร?

NotPetya เป็นมัลแวร์ทำลายล้างที่สร้างโดย Sandworm ซึ่งแพร่กระจายไปทั่วโลกและสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า Sandworm ไม่ได้ทำเพียงแค่การสอดแนม แต่มีความสามารถในการทำลายระบบโครงสร้างพื้นฐานอย่างรุนแรง

เราจะป้องกันการโจมตีในลักษณะนี้ได้อย่างไร?

จากพฤติกรรมของ BadPilot วิธีการป้องกันที่สำคัญที่สุดคือการหมั่นอัปเดตซอฟต์แวร์ (Patching) ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ เพื่อปิดช่องโหว่ในโปรแกรมอย่าง Microsoft Exchange, Outlook และเครื่องมือรีโมทต่างๆ ที่แฮกเกอร์มักใช้เป็นทางเข้า