Samsung The Frame Pro ทีวีที่เปลี่ยนบ้านให้เป็นแกลเลอรีศิลปะ พร้อมอัปเกรดสเปกขั้นโปร
เมื่อเทคโนโลยีผสานเข้ากับงานศิลปะได้อย่างลงตัว Samsung The Frame จึงกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในการเปลี่ยนหน้าจอทีวีสีดำที่ดูจืดชืดให้กลายเป็นงานศิลปะประดับผนัง และในปี 2025 นี้ Samsung ได้ยกระดับประสบการณ์ขึ้นไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัว The Frame Pro ที่มุ่งเน้นการลบจุดอ่อนด้านคุณภาพของภาพ เพื่อให้เป็นทีวีที่สมบูรณ์แบบทั้งในแง่ของดีไซน์และประสิทธิภาพการใช้งาน
ยกระดับคุณภาพภาพด้วยเทคโนโลยี Mini LED แบบใหม่
สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้มีคำว่า "Pro" ต่อท้าย คือการนำเทคโนโลยี Mini LED (ไดโอดเปล่งแสงขนาดเล็ก) มาใช้เพื่อเพิ่มความสว่าง คอนทราสต์ และการแสดงผลสีดำให้ลึกยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่รุ่นมาตรฐานไม่เคยทำได้ อย่างไรก็ตาม ระบบ Mini LED ของ The Frame Pro มีความแตกต่างจากทีวีทั่วไป โดยแทนที่จะวางหลอดไฟขนาดเล็กไว้เต็มแผ่นหลังจอ Samsung กลับเลือกวาง Mini LED ไว้บริเวณขอบด้านล่างของหน้าจอ ซึ่งทางบริษัทระบุว่ายังคงสามารถทำ Local Dimming (การหรี่แสงเฉพาะจุด) ได้ แม้ว่าลักษณะการทำงานจะมีความคล้ายคลึงกับทีวีแบบ Edge-lit หรือการส่องสว่างจากขอบก็ตาม

นอกจากนี้ เพื่อตอบโจทย์เหล่าเกมเมอร์ที่ใช้งานผ่าน PC ทาง Samsung ได้อัปเกรด Refresh Rate (อัตราการรีเฟรชหน้าจอ) จากเดิม 120Hz เพิ่มขึ้นเป็น 144Hz ช่วยให้การเคลื่อนไหวของภาพมีความลื่นไหลมากยิ่งขึ้น แต่สำหรับผู้ที่รอคอยการรองรับ Dolby Vision ในรุ่นนี้ยังคงไม่มีการเพิ่มฟีเจอร์ดังกล่าวเข้ามา
บอกลาสายไฟด้วยระบบเชื่อมต่อไร้สายเต็มรูปแบบ
หนึ่งในไฮไลต์ที่น่าประทับใจที่สุดคือการกำจัดสายเชื่อมต่อเส้นบางๆ ระหว่างตัวจอและกล่องควบคุมออกไป โดยเปลี่ยนมาใช้ Wireless One Connect Box ซึ่งเป็นกล่องรวมพอร์ตเชื่อมต่อ HDMI และระบบประมวลผลที่ทำงานแบบไร้สายเต็มรูปแบบ รองรับมาตรฐาน Wi-Fi 7 ช่วยให้การติดตั้งทีวีบนผนังดูสะอาดตาและแนบเนียนเหมือนกรอบรูปจริงๆ โดยไม่มีสายไฟรบกวนสายตา ยกเว้นเพียงสายไฟเลี้ยงตัวจอเท่านั้น ซึ่งระบบนี้สามารถส่งสัญญาณได้ไกลถึง 10 เมตร แม้จะมีสิ่งกีดขวาง

ฉลาดล้ำด้วยขุมพลัง AI แห่งปี 2025
The Frame Pro มาพร้อมกับฟีเจอร์ AI อัจฉริยะที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน โดยมีปุ่มลัดบนรีโมทสำหรับ Click to Search ที่สามารถระบุตัวตนนักแสดง สถานที่ถ่ายทำ หรือแม้แต่เสื้อผ้าที่ตัวละครสวมใส่ได้ทันที นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Samsung Food ที่สามารถวิเคราะห์เมนูอาหารที่ปรากฏบนจอและแนะนำสูตรอาหารที่ใกล้เคียงให้ผู้ใช้ได้ลองทำตาม
ในด้านความบันเทิงและการเข้าถึง AI ยังเข้ามาช่วยปรับแต่งภาพและเสียงให้เหมาะสมกับคอนเทนต์ รวมถึงฟีเจอร์ Live Translate ที่สามารถแปลคำบรรยาย (Closed Captions) ของรายการสดได้ทันทีถึง 7 ภาษา เพื่อทลายกำแพงด้านภาษาในการรับชมสื่อจากทั่วโลก

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- หน้าจอ: ใช้ผิวสัมผัสแบบ Matte (ผิวด้าน) เพื่อลดแสงสะท้อนและทำให้ภาพศิลปะดูสมจริง
- การแสดงผล: อัปเกรดเป็น Mini LED แบบวางขอบล่าง และรองรับรีเฟรชเรทสูงสุด 144Hz
- การเชื่อมต่อ: ใช้ Wireless One Connect Box รองรับ Wi-Fi 7 เชื่อมต่อไร้สายได้ไกล 10 เมตร
- ฟีเจอร์ AI: มีระบบ Click to Search, Samsung Food และ Live Translate แปลภาษาคำบรรยายสด
| หัวข้อ | The Frame (รุ่นมาตรฐาน) | The Frame Pro |
|---|---|---|
| เทคโนโลยีแสงหลังจอ | Standard LED | Mini LED (Edge-based) |
| อัตราการรีเฟรชหน้าจอ | 120Hz | 144Hz |
| การเชื่อมต่อกล่องควบคุม | สาย One Connect (เส้นบาง) | Wireless One Connect (ไร้สาย) |
| มาตรฐาน Wi-Fi | รุ่นมาตรฐาน | Wi-Fi 7 |
| ฟีเจอร์ AI พิเศษ | พื้นฐาน | Click to Search / Live Translate |
คำถามที่พบบ่อย
The Frame Pro แตกต่างจากรุ่นปกติอย่างไร?
ความแตกต่างหลักอยู่ที่การใช้ Mini LED เพื่อเพิ่มความสว่างและคอนทราสต์, การเพิ่มรีเฟรชเรทเป็น 144Hz, และการเปลี่ยนมาใช้การเชื่อมต่อกล่องควบคุมแบบไร้สาย (Wireless One Connect Box) รวมถึงฟีเจอร์ AI ที่ล้ำสมัยขึ้น
ระบบ Mini LED ในรุ่น Pro ทำงานอย่างไร?
แทนที่จะมีโซนหรี่แสงกระจายอยู่ทั่วหลังจอเหมือน Mini LED ทั่วไป The Frame Pro จะวางหลอด Mini LED ไว้ที่ขอบด้านล่างของหน้าจอ เพื่อให้ได้เอฟเฟกต์การหรี่แสงเฉพาะจุด (Local Dimming) ในขณะที่ยังคงรักษาความบางของตัวเครื่องไว้ได้
Wireless One Connect Box คืออะไร?
คือกล่องที่รวบรวมพอร์ตเชื่อมต่อทั้งหมด เช่น HDMI และระบบประมวลผลไว้ในที่เดียว โดยส่งสัญญาณภาพและเสียงไปยังตัวจอแบบไร้สายผ่าน Wi-Fi 7 ทำให้ไม่ต้องเดินสายสัญญาณจากกล่องไปยังทีวี
หน้าจอแบบ Matte มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร?
ข้อดีคือช่วยลดแสงสะท้อนจากสภาพแวดล้อม ทำให้ภาพงานศิลปะดูเหมือนภาพวาดจริงมากขึ้น แต่ข้อเสียคืออาจทำให้ความสดใสหรือความคมชัด (Punch) ของภาพลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับหน้าจอกระจก
The Frame Pro รองรับ Dolby Vision หรือไม่?
ไม่รองรับ แม้จะเป็นรุ่น Pro แต่ Samsung ยังคงไม่ใส่การรองรับ Dolby Vision มาให้ในรุ่นนี้
ราคาของ The Frame Pro อยู่ที่เท่าไหร่?
ปัจจุบัน Samsung ยังไม่ได้เปิดเผยราคาอย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าจะมีการประกาศราคาและเริ่มวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2025

