Samsung Galaxy S8 และ S8 Plus รีวิวสมาร์ทโฟนที่กลับมาทวงบัลลังก์ความเหนือชั้น
หลังจากเหตุการณ์ความวุ่นวายของ Galaxy Note 7 ในปีที่ผ่านมา Samsung ได้ส่ง Galaxy S8 และ S8 Plus ลงสู่สนามเพื่อกู้คืนความเชื่อมั่น ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือสมาร์ทโฟนที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีตและทรงพลัง จนสามารถเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดในตลาดขณะนี้ แม้จะมีบางจุดที่ยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่โดยรวมแล้วนี่คือการเริ่มต้นเส้นทางแห่งการไถ่บาปที่น่าประทับใจ
ดีไซน์ล้ำสมัยและฮาร์ดแวร์ระดับพรีเมียม

สัมผัสแรกของ S8 (ราคา 750 ดอลลาร์) และ S8 Plus (ราคา 850 ดอลลาร์) คือความหรูหราที่ยากจะบรรยายด้วยคำพูด ตัวเครื่องใช้วัสดุโลหะและกระจกที่มีความโค้งมน ให้ความรู้สึกคล้ายกับ Note 7 ในเวอร์ชันที่เพรียวบางลง จุดเด่นที่สุดคือ Infinity Display หรือหน้าจอไร้ขอบที่มีความโค้งมน ขนาด 5.8 นิ้วสำหรับรุ่น S8 และ 6.2 นิ้วสำหรับรุ่น S8 Plus ซึ่งช่วยให้ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัด จับถนัดมือมากขึ้นแม้จะมีหน้าจอขนาดใหญ่

ในด้านการปลดล็อก Samsung นำระบบ Iris Scanner (การสแกนม่านตา) มาใช้ ซึ่งทำงานได้รวดเร็วในหลายสถานการณ์ แม้บางครั้งอาจต้องปรับตำแหน่งเครื่องให้ตรงเพื่อให้ระบบทำงานได้แม่นยำ นอกจากนี้ยังมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ย้ายมาไว้ด้านหลังข้างกล้อง แม้ตำแหน่งจะเยื้องศูนย์กลางทำให้บางครั้งกดยากไปบ้าง และที่สำคัญคือการตัดปุ่ม Home แบบเดิมออก โดยเปลี่ยนเป็นจุดสัมผัสที่ไวต่อแรงกดพร้อมระบบสั่นตอบสนองแทน

สำหรับพอร์ตการเชื่อมต่อ Samsung ยังคงรักษา ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ไว้ควบคู่กับพอร์ต USB-C ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้หลายคนโหยหา พร้อมมาตรฐานการกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 ที่สามารถแช่น้ำได้นานถึง 30 นาที

สเปกภายในที่ทรงพลัง
ทั้งสองรุ่นขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 835 แบบ Octa-core พร้อม RAM 4GB LPDDR4 และ GPU Adreno 540 ให้พื้นที่เก็บข้อมูลภายใน 64GB และรองรับการเพิ่มความจุผ่าน microSD Card ได้สูงสุดถึง 256GB นอกจากนี้ยังรองรับ Bluetooth 5.0 ที่รับส่งข้อมูลได้เร็วและไกลขึ้น

| คุณสมบัติ | Galaxy S8 | Galaxy S8 Plus |
|---|---|---|
| ขนาดหน้าจอ | 5.8 นิ้ว | 6.2 นิ้ว |
| ความละเอียดสูงสุด | 2960 x 1440 (Quad HD+) | 2960 x 1440 (Quad HD+) |
| ชิปเซ็ต | Snapdragon 835 | Snapdragon 835 |
| หน่วยความจำ (RAM) | 4GB | 4GB |
| ความจุแบตเตอรี่ | 3,000 mAh | 3,500 mAh |
| มาตรฐานการกันน้ำ | IP68 | IP68 |

ประสบการณ์การแสดงผลและระบบเสียง

หน้าจอของ S8 Series มีอัตราส่วน 18.5:9 ซึ่งยาวกว่าหน้าจอทั่วไป ทำให้การใช้งานแบบ Multi-window (การแบ่งหน้าจอทำงานหลายแอปพร้อมกัน) ทำได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยผู้ใช้สามารถปรับความละเอียดหน้าจอได้ 3 ระดับ คือ Quad HD+, Full HD+ (ค่าเริ่มต้น) และ HD+ เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน

ฟีเจอร์ Always-on Display กลับมาอีกครั้งพร้อมความสามารถในการปรับแต่งที่มากขึ้น ทั้งการใส่รูปภาพและวิดเจ็ตต่างๆ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อแบตเตอรี่อย่างมีนัยสำคัญ ในส่วนของเสียง แม้ลำโพงตัวเดียวที่ด้านล่างจะให้เสียงที่ค่อนข้างบาง แต่ Samsung ได้แถมหูฟังจาก AKG มาให้ในกล่อง ซึ่งมีคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมกว่าหูฟังแถมทั่วไปอย่างมาก

ซอฟต์แวร์และการใช้งาน Bixby

ตัวเครื่องรันบน Android 7.0 Nougat ภายใต้หน้ากาก TouchWiz เวอร์ชันปรับปรุงใหม่ที่ดูสะอาดตาและทันสมัยขึ้น มีฟีเจอร์เด่นอย่าง Smart Select ที่สามารถบันทึกหน้าจอเป็น GIF ได้ และ Secure Folder สำหรับเก็บไฟล์หรือแอปพลิเคชันที่เป็นความลับแยกจากส่วนอื่นของเครื่อง

หนึ่งในไฮไลท์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ Bixby ผู้ช่วยอัจฉริยะของ Samsung ที่มีปุ่มกดแยกเฉพาะด้านซ้ายมือ อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรก Bixby ยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะฟีเจอร์การดึงข้อความจากภาพและการแปลภาษาที่ยังมีความไม่เสถียรและทำงานช้าในบางครั้ง ทำให้เป็นส่วนที่ดู "ดิบ" ที่สุดของเครื่องนี้

ประสิทธิภาพกล้องถ่ายภาพ

กล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ยังคงมาตรฐานความยอดเยี่ยมด้วยระบบ Dual-pixel ที่โฟกัสได้รวดเร็วมาก พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว (OIS) ให้ภาพที่คมชัดและสีสันสดใส แม้ในที่แสงน้อยจะเริ่มเห็นขอบภาพเบลอบ้างแต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ ส่วนการถ่ายวิดีโอรองรับความละเอียดสูงสุด 4K ที่มีความนิ่งและสีสันสวยงาม

กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล ถูกอัปเกรดให้มีมุมมองกว้างขึ้น เหมาะสำหรับการถ่ายเซลฟี่กลุ่ม พร้อมรูรับแสง f/1.7 ที่ช่วยให้ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดี นอกจากนี้ยังมีฟิลเตอร์ตรวจจับใบหน้าแนวสนุกสนานถึง 31 แบบ ให้ผู้ใช้ได้สร้างสรรค์ภาพถ่ายที่แปลกใหม่

การทดสอบประสิทธิภาพและอายุการใช้งานแบตเตอรี่

ด้วยพลังของ Snapdragon 835 และ RAM 4GB ทำให้ S8 และ S8 Plus ทำงานได้อย่างลื่นไหลไร้ที่ติ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมกราฟิกสูงอย่าง Hearthstone หรือการรันแอปพลิเคชันหนักๆ ก็ไม่มีอาการกระตุกให้เห็น ซึ่งผลการทดสอบ Benchmark ยืนยันว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ทำคะแนนได้สูงกว่าคู่แข่งหลายรายในตลาด

ด้านแบตเตอรี่ รุ่น S8 (3,000mAh) สามารถใช้งานทั่วไปได้ประมาณ 1.5 ถึง 2 วัน ส่วนรุ่น S8 Plus (3,500mAh) สามารถลากยาวได้เกือบ 2 วันเต็ม จากการทดสอบเปิดวิดีโอ HD ต่อเนื่อง รุ่น S8 ทำได้ 13 ชั่วโมง 27 นาที ขณะที่ S8 Plus ทำได้ถึง 15 ชั่วโมง 8 นาที ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมมาก

การเปรียบเทียบกับคู่แข่ง

เมื่อเทียบกับ LG G6 ที่มีหน้าจอยาวเช่นกัน S8 จะได้เปรียบในเรื่องของความแรงและดีไซน์ที่ประณีตกว่า ส่วน Google Pixel และ Pixel XL แม้จะมีกล้องที่อาจจะเหนือกว่าเล็กน้อยและได้อัปเดตซอฟต์แวร์ที่รวดเร็ว แต่ก็ขาดความหรูหราของฮาร์ดแวร์แบบที่ Samsung มอบให้ สำหรับฝั่ง iOS อย่าง iPhone 7 และ 7 Plus ยังคงมีจุดแข็งที่ระบบ Ecosystem ของแอปพลิเคชัน แต่ดีไซน์ของ S8 ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ใช้บางส่วนอยากเปลี่ยนค่าย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

- ดีไซน์: ใช้หน้าจอ Infinity Display โค้งมน ไร้ขอบ พร้อมวัสดุพรีเมียม
- ประสิทธิภาพ: ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 835 ทำงานรวดเร็วและลื่นไหลในทุกการใช้งาน
- กล้อง: กล้องหลัง 12MP โฟกัสไว และกล้องหน้า 8MP มุมกว้างพร้อมฟิลเตอร์สนุกๆ
- แบตเตอรี่: S8 Plus โดดเด่นที่สุดด้วยการใช้งานที่ยาวนานกว่า 15 ชั่วโมงในการทดสอบวิดีโอ
- จุดด้อย: Bixby ยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์และตำแหน่งสแกนลายนิ้วมือที่กดยากในบางครั้ง

คำถามที่พบบ่อย


























S8 และ S8 Plus ต่างกันอย่างไรบ้าง?
ความแตกต่างหลักคือขนาดหน้าจอ (5.8 นิ้ว vs 6.2 นิ้ว) และความจุของแบตเตอรี่ (3,000 mAh vs 3,500 mAh) ซึ่งส่งผลให้รุ่น Plus ใช้งานได้ยาวนานกว่า
หน้าจอ Infinity Display มีข้อดีอย่างไร?
ช่วยให้มีพื้นที่แสดงผลมากขึ้นในขณะที่ตัวเครื่องไม่ใหญ่จนเกินไป และรองรับการใช้งานแบบแบ่งหน้าจอ (Multi-window) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Bixby ใช้งานได้ดีแค่ไหนในปัจจุบัน?
ในขณะนี้ Bixby ยังอยู่ในช่วงพัฒนา ฟีเจอร์บางอย่างเช่นการแปลภาษาจากภาพยังทำงานไม่เสถียรและมีความล่าช้าในบางครั้ง
เครื่องกันน้ำได้จริงหรือไม่?
จริง โดยได้รับมาตรฐาน IP68 ซึ่งสามารถทนต่อฝุ่นและแช่น้ำได้ลึกในระดับที่กำหนดเป็นเวลาสูงสุด 30 นาที
สามารถเพิ่มความจุหน่วยความจำได้หรือไม่?
ได้ โดยทั้งสองรุ่นรองรับการใส่ microSD Card เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลได้สูงสุดถึง 256GB



