SafeGraph กับดีลลับกองทัพอากาศสหรัฐฯ เปลี่ยนข้อมูลพิกัดเป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์

จากบริษัท Data Broker (ตัวกลางซื้อขายข้อมูล) ที่เคยเป็นข่าวฉาวเรื่องการขายข้อมูลพิกัดของผู้ที่เข้าใช้คลินิกทำแท้ง วันนี้ SafeGraph กำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของการทำธุรกิจด้วยการเซ็นสัญญากับกองทัพอากาศสหรัฐฯ เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานที่สำคัญและกิจกรรมของรัฐคู่แข่งทั่วโลก ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการขายข้อมูลเพื่อการตลาดไปสู่การสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารระดับสูง

ความร่วมมือนี้เริ่มต้นผ่าน AFWERX ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านนวัตกรรมของกองทัพอากาศสหรัฐฯ โดยในระยะแรก (Phase 1) มีมูลค่าสัญญาอยู่ที่ 74,888 ดอลลาร์ เพื่อทดสอบและนำเสนอผลิตภัณฑ์ของ SafeGraph ให้กับผู้ใช้งานในกองทัพในช่วงปลายปี 2022 ถึงต้นปี 2023 โดยบริษัทมีเป้าหมายที่จะขยายความร่วมมือสู่สัญญาขนาดใหญ่ขึ้นในอนาคต

ยกระดับข้อมูลพิกัดสู่การวางแผนโจมตีทางอากาศ

หัวใจสำคัญที่ SafeGraph นำเสนอต่อกองทัพคือความสามารถในการระบุ Sensitive Places หรือสถานที่อ่อนไหว เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน สถานทูต และศาสนสถาน เพื่อสร้าง "รายการห้ามโจมตี" (No-Strike List) ด้วยความเร็วระดับเครื่องจักร ซึ่งบริษัทอ้างว่าสิ่งนี้จะช่วยลด Collateral Damage หรือความเสียหายข้างเคียงที่เกิดกับพลเรือน

ข้อเสนอนี้น่าสนใจเป็นพิเศษเมื่อพิจารณาจากประวัติการปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในศตวรรษที่ 21 ที่มักเกิดความผิดพลาดในการโจมตีทางอากาศ เช่น เหตุการณ์ถล่มโรงพยาบาลของ Doctors Without Borders ในอัฟกานิสถานปี 2015 หรือการโจมตีด้วยโดรนในคาบูลปี 2021 ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียชีวิตพลเรือนจำนวนมาก โดย SafeGraph เชื่อว่าข้อมูลพิกัดของตนสามารถปิดช่องโหว่ด้านข่าวกรองเหล่านี้ได้

การเฝ้าระวังคู่แข่งและยุทธศาสตร์ระดับโลก

นอกจากการลดความสูญเสีย SafeGraph ยังเสนอเครื่องมือในการติดตามความเคลื่อนไหวของประเทศคู่แข่ง โดยเฉพาะโครงการ Belt and Road Initiative (BRI) ของจีน ซึ่งเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกเพื่อขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจ รวมถึงการระบุตำแหน่งของรัฐวิสาหกิจของประเทศคู่แข่ง เพื่อใช้ในการเตรียมพื้นที่การรบ (Intelligence Preparation of the Battlespace) และสนับสนุนปฏิบัติการทางไซเบอร์ที่เชื่อมโยงกับโลกทางกายภาพ

เส้นทางธุรกิจจากข้อมูลการตลาดสู่ความมั่นคง

SafeGraph ก่อตั้งขึ้นในปี 2016 โดย Auren Hoffman ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารบริษัทข้อมูลอย่าง RapLeaf และ LiveRamp ในช่วงแรกบริษัทเน้นขายข้อมูลการเคลื่อนที่รายบุคคลผ่าน Device ID ก่อนจะแยกบริษัทลูกชื่อ Veraset ออกมาดูแลการจัดหาข้อมูลดิบ ส่วนแบรนด์ SafeGraph หันมาเน้นขายข้อมูลแบบรวมกลุ่ม (Aggregated Data) ที่ผ่านการประมวลผลแล้ว

แม้บริษัทจะเคยปฏิเสธว่าไม่มีลูกค้าเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย แต่ในความเป็นจริง SafeGraph และบริษัทในเครือมีประวัติการทำงานร่วมกับภาครัฐมากมาย เช่น กระทรวงคมนาคมรัฐอิลลินอยส์, CDC ในช่วงการระบาดของโควิด-19 รวมถึงการให้ข้อมูลแก่หน่วยงานสาธารณสุขในวอชิงตัน ดี.ซี. และการติดตามการเข้าโบสถ์ในเทศมณฑลซานตาคลาราเพื่อบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์

สรุปความร่วมมือและเป้าหมายของ SafeGraph กับหน่วยงานต่างๆ
หน่วยงาน / กลุ่มเป้าหมาย วัตถุประสงค์การใช้ข้อมูล ลักษณะข้อมูล
กองทัพอากาศสหรัฐฯ (AFWERX) ระบุจุดลงจอด, เลี่ยงสถานที่อ่อนไหว, ติดตาม BRI ของจีน พิกัดสถานที่และกิจกรรมมนุษย์
CDC / สาธารณสุขท้องถิ่น ติดตามการแพร่ระบาดและการรวมกลุ่มช่วงโควิด-19 ข้อมูลการเคลื่อนที่รายบุคคล/กลุ่ม
หน่วยงานความมั่นคงภายใน เฝ้าระวังจุดเข้า-ออกชายแดนสหรัฐฯ ข่าวกรองเชิงยุทธศาสตร์
ภาคธุรกิจ / นักลงทุน วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายและผู้ใช้เครือข่ายมือถือ โปรไฟล์ลูกค้า (Spend product)

เทคโนโลยีเบื้องหลังและผู้สนับสนุนระดับบิ๊ก

SafeGraph ไม่ได้พึ่งพาเพียงข้อมูลพิกัดจากมือถือ แต่ยังใช้ Global Language Model ที่สามารถประมวลผลข้อมูลจาก 193 ประเทศ และมากกว่า 100 ภาษา ผ่านการทำ Web-crawling และ Machine Learning (การเรียนรู้ของเครื่อง) เพื่อวิเคราะห์สถานที่ที่กองทัพสนใจ โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ด้านการเงิน บริษัทได้รับการสนับสนุนจาก In-Q-Tel ซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุนที่สนับสนุนโดย CIA โดยมี George Hoyem ผู้บริหารของ In-Q-Tel นั่งเป็นบอร์ดบริหาร นอกจากนี้ยังมีนักลงทุนชื่อดังอย่าง Peter Thiel, Sam Harris รวมถึงอดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของซาอุดีอาระเบีย โดยมูลค่าบริษัทล่าสุดอยู่ที่ 370 ล้านดอลลาร์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • สัญญา AFWERX: ระยะแรกมีมูลค่า 74,888 ดอลลาร์ มุ่งเน้นการระบุสถานที่อ่อนไหวเพื่อลดความสูญเสียของพลเรือน
  • เป้าหมายทางยุทธศาสตร์: ติดตามโครงการ BRI ของจีนและรัฐวิสาหกิจของประเทศคู่แข่ง
  • เทคโนโลยี: ใช้ Machine Learning และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ในการวิเคราะห์ข้อมูลจากทั่วโลก
  • ความเชื่อมโยงกับ CIA: ได้รับเงินทุนจาก In-Q-Tel ซึ่งเป็น VC ของ CIA
  • ประวัติอื้อฉาว: เคยถูกกดดันจากวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ หลังขายข้อมูลผู้เข้าคลินิกทำแท้ง

คำถามที่พบบ่อย

SafeGraph ทำอะไรให้กองทัพอากาศสหรัฐฯ?

SafeGraph ให้บริการข้อมูลพิกัดและกิจกรรมรอบสถานที่สำคัญทั่วโลก เพื่อช่วยกองทัพในการเลือกจุดลงจอดของเครื่องบิน และระบุสถานที่ที่ห้ามโจมตี เช่น โรงเรียนหรือโรงพยาบาล เพื่อป้องกันความสูญเสียของพลเรือน

ข้อมูลที่ SafeGraph ใช้มาจากไหน?

ข้อมูลหลักมาจากพิกัดการเคลื่อนที่ของอุปกรณ์มือถือ รวมถึงการใช้ Web-crawling และ Machine Learning เพื่อรวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์และแหล่งข้อมูลสาธารณะในหลายภาษาทั่วโลก

บริษัทนี้มีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานจารกรรมหรือไม่?

บริษัทได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก In-Q-Tel ซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุนของ CIA และมีผู้บริหารจาก In-Q-Tel ร่วมอยู่ในคณะกรรมการบริหารของบริษัท

SafeGraph เคยมีปัญหาด้านจริยธรรมข้อมูลอย่างไร?

บริษัทเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการขายข้อมูลพิกัดของผู้ที่ไปใช้บริการคลินิกทำแท้ง จนนำไปสู่การเรียกร้องจากวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ และบริษัทต้องตกลงที่จะหยุดขายข้อมูลดังกล่าวในที่สุด

เป้าหมายต่อไปของ SafeGraph กับกองทัพคืออะไร?

บริษัทมีแผนจะยื่นขอสัญญาในระยะที่ 2 (Phase 2) ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2023 โดยมุ่งเป้าไปที่ Task Force 99 ณ ฐานทัพอากาศ Al Udeid ในประเทศกาตาร์