Rogue One กับก้าวสำคัญและคำเตือนเรื่องการคืนชีพนักแสดงด้วย CG

ในจักรวาล Star Wars ภาค Rogue One ไม่ได้เป็นเพียงภาพยนตร์ภาคแยกที่เล่าถึงภารกิจชิงแบบแปลนดาวมรณะ (Death Star) เพื่อปูทางไปสู่เหตุการณ์ใน A New Hope เท่านั้น แต่ตัวหนังยังสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการภาพยนตร์ในฐานะหมุดหมายสำคัญของการใช้เทคโนโลยี CG (Computer Graphics) หรือการสร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์ เพื่อ "คืนชีพ" นักแสดงที่ล่วงลับไปแล้วให้กลับมามีบทบาทบนหน้าจออีกครั้ง

การกลับมาของ Grand Moff Tarkin ในรูปแบบดิจิทัล

จุดที่น่าสนใจที่สุดคือการปรากฏตัวของ Peter Cushing นักแสดงระดับตำนานผู้รับบท Grand Moff Tarkin ซึ่งเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 1994 โดยในภาคนี้ทีมงานได้สร้างตัวละครจำลองดิจิทัลขึ้นมา โดยมี Guy Henry เป็นผู้แสดงแทนและให้เสียงพากย์ ซึ่งบทบาทของ Tarkin ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปรากฏตัวสั้นๆ แต่มีฉากสำคัญและบทสนทนาที่ยาวนานกับตัวละครอื่นๆ เช่น Orson Krennic ที่รับบทโดย Ben Mendelsohn

แม้ว่าในแง่ของงานสร้าง ILM (Industrial Light & Magic) จะสามารถจำลองใบหน้าของ Cushing ออกมาได้อย่างน่าทึ่งจนแทบแยกไม่ออกในแวบแรก แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียด กลับพบข้อจำกัดของเทคโนโลยีการเรนเดอร์ (Rendering) หรือการประมวลผลภาพในปัจจุบัน ที่ทำให้การเคลื่อนไหวดูแข็งทื่อ และดวงตาที่ดูไร้วิญญาณ ซึ่งส่งผลให้ผู้ชมบางส่วนรู้สึกขาดความเชื่อมโยงทางอารมณ์กับตัวละคร

Article image

ความท้าทายระหว่างเทคนิคและความสมจริง

หากเปรียบเทียบกับตัวละครดิจิทัลในอดีตอย่าง Jar Jar Binks เราจะเห็นว่าแม้เทคนิคจะก้าวหน้าขึ้นมาก แต่การสร้าง "มนุษย์」ให้ดูสมจริงนั้นยากกว่าการสร้างสัตว์ประหลาดหรือสิ่งมีชีวิตสมมติ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิชวลเอฟเฟกต์ระบุว่า ในขณะที่วงการภาพยนตร์สามารถสร้างตัวละครอย่าง Caesar จาก Planet of the Apes ให้ดูมีชีวิตชีวาได้ แต่การจำลองมนุษย์ โดยเฉพาะรายละเอียดเล็กน้อยอย่างการขยับริมฝีปากในระบบ Motion-capture (การบันทึกการเคลื่อนไหวของนักแสดงจริงเพื่อนำไปใช้กับตัวละครดิจิทัล) ยังคงเป็นโจทย์ที่ท้าทาย

Article image
สรุปการใช้เทคโนโลยีคืนชีพนักแสดงในภาพยนตร์และสื่อต่างๆ
นักแสดง/บุคคล ผลงาน/สื่อ ลักษณะการนำกลับมาใช้
Peter Cushing Rogue One ตัวละคร CG เต็มรูปแบบ
Paul Walker Furious 7 การสร้างใบหน้าดิจิทัลทดแทน
Oliver Reed Gladiator การสร้างใบหน้าดิจิทัลหลังเสียชีวิต
Audrey Hepburn / Bruce Lee โฆษณา ภาพจำลองดิจิทัลเพื่อการค้า
Tupac / Michael Jackson คอนเสิร์ต การแสดงในรูปแบบโฮโลแกรม (Hologram)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Rogue One ใช้ CG คืนชีพ Peter Cushing ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วกว่า 20 ปี ให้กลับมารับบทเดิม
  • Guy Henry คือนักแสดงที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวและเสียงของ CG Tarkin
  • ปัญหาหลักของตัวละครดิจิทัลในเรื่องคือ ความแข็งทื่อของการเคลื่อนไหว และ ดวงตาที่ขาดความสมจริง
  • การคืนชีพนักแสดงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เคยเกิดขึ้นใน Gladiator และ Furious 7 มาก่อน
  • เกิดคำถามด้าน จริยธรรม เกี่ยวกับการนำภาพลักษณ์ของผู้ล่วงลับมาใช้โดยที่เจ้าตัวไม่สามารถยินยอมได้
Image 2

อนาคตและประเด็นทางจริยธรรมของ Digital Likeness

ปรากฏการณ์ใน Rogue One ทำให้เราต้องกลับมาขบคิดถึงเรื่อง Digital Likeness หรือสิทธิในภาพลักษณ์ดิจิทัล เหมือนกับที่ถูกนำเสนอในภาพยนตร์ไซไฟเรื่อง The Congress ที่นักแสดงต้องขายสิทธิในรูปลักษณ์ของตนให้สตูดิโอ ซึ่งในอนาคตเราอาจเห็นนักแสดงชื่อดัง "ถูกสตัฟฟ์" ไว้ในวัยที่เหมาะสมเพื่อรับบทในหนังภาคต่อได้ตลอดกาล

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องความเคารพต่อผู้ล่วงลับยังคงเป็นข้อถกเถียงสำคัญ เพราะนักแสดงที่เสียชีวิตไปแล้วไม่มีโอกาสปฏิเสธบทบาทที่ได้รับ แม้ว่าปัจจุบันการอนุญาตจะขึ้นอยู่กับผู้ดูแลมรดกหรือทายาท แต่คำถามคือสิ่งนี้เหมาะสมหรือไม่เมื่อตัวละครนั้นมีบทบาทสำคัญในเนื้อเรื่อง

คำถามที่พบบ่อย

การคืนชีพนักแสดงใน Rogue One ใช้เทคนิคอะไร?

ใช้การผสมผสานระหว่างการแสดงของนักแสดงแทน (Guy Henry) ร่วมกับเทคโนโลยี Motion-capture และการสร้างภาพจำลองด้วย CG โดยทีมงานจาก ILM เพื่อให้ได้รูปลักษณ์ของ Peter Cushing

ทำไมตัวละคร CG Tarkin ถึงยังดูไม่สมจริงในบางจุด?

เนื่องจากข้อจำกัดในการเรนเดอร์รายละเอียดที่ซับซ้อนของมนุษย์ โดยเฉพาะบริเวณดวงตาและการขยับของริมฝีปากที่ยังขาดความละเอียดอ่อนแบบธรรมชาติ

มีการใช้เทคนิคนี้ในภาพยนตร์เรื่องอื่นอีกหรือไม่?

มีหลายเรื่อง เช่น Gladiator ที่ใช้กับ Oliver Reed และ Furious 7 ที่ใช้กับ Paul Walker รวมถึงการใช้โฮโลแกรมในคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดัง

ประเด็นทางจริยธรรมที่น่ากังวลที่สุดคืออะไร?

คือการที่นักแสดงผู้ล่วงลับไม่สามารถให้ความยินยอม (Consent) ในการรับบทบาทนั้นๆ ได้ และการตัดสินใจตกไปอยู่ที่ผู้ดูแลผลประโยชน์หรือทายาทแทน

ในอนาคตเราจะเห็นการใช้ CG แบบนี้มากขึ้นหรือไม่?

มีแนวโน้มสูง โดยเฉพาะในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ (Tentpole films) ที่ต้องการดึงดูดผู้ชมด้วยตัวละครคลาสสิก แต่อาจมีการทำสัญญาเรื่องสิทธิในภาพลักษณ์ดิจิทัลไว้ล่วงหน้าตั้งแต่นักแสดงยังมีชีวิตอยู่