Project CHIP มาตรฐานใหม่ที่จะทำให้สมาร์ทโฮมทุกแบรนด์ทำงานร่วมกันได้
ปัญหาใหญ่ที่สุดของผู้ที่ต้องการสร้างบ้านอัจฉริยะคือความกังวลว่าอุปกรณ์ที่ซื้อมาจะใช้งานร่วมกับระบบเดิมที่มีอยู่ได้หรือไม่ แต่ในเร็วๆ นี้ ปัญหานี้อาจหมดไปด้วย Project Connected Home over IP หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า CHIP ซึ่งเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Apple, Amazon, Google และบริษัทพันธมิตรกว่า 170 แห่ง เพื่อสร้างมาตรฐานกลางที่ทำให้อุปกรณ์สมาร์ทโฮมต่างแบรนด์สามารถสื่อสารกันได้อย่างไร้รอยต่อ
เจาะลึกเทคโนโลยีเบื้องหลัง Project CHIP
เพื่อให้ครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลาย Project CHIP จึงไม่ได้ใช้เทคโนโลยีเดียว แต่เป็นการผสมผสาน 3 เทคโนโลยีหลักเข้าด้วยกันเพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะการทำงานของอุปกรณ์แต่ละประเภท ดังนี้:
- Bluetooth LE (Low Energy): ใช้สำหรับขั้นตอนการติดตั้งและตั้งค่าอุปกรณ์เริ่มต้น (Setup) ให้ทำได้ง่ายและรวดเร็ว
- Wi-Fi: ใช้สำหรับการรับส่งข้อมูลปริมาณมาก (High-bandwidth) เช่น การสตรีมวิดีโอความละเอียดสูงจากกล้องวงจรปิด
- Thread: โปรโตคอลเครือข่ายแบบ Mesh (เครือข่ายใยแมงมุมที่อุปกรณ์ช่วยส่งต่อสัญญาณกัน) ซึ่งออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานต่ำและส่งข้อมูลน้อย เช่น เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว โดยปัจจุบัน Thread เริ่มถูกนำมาใช้ในอุปกรณ์อย่าง Apple HomePod Mini, Google Nest Hub รุ่นใหม่ และเราเตอร์ Eero แล้ว
กำหนดการเปิดตัวและอุปกรณ์ที่รองรับ
แม้ว่าโครงการนี้จะประกาศตัวตั้งแต่ปลายปี 2019 แต่ต้องเผชิญกับความล่าช้าจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้กำหนดการเดิมที่ตั้งไว้ในปี 2020 ต้องเลื่อนออกไป อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดจากเว็บบินาร์ของ Zigbee Alliance ระบุว่าบริษัทสมาชิกจะสามารถส่งอุปกรณ์เข้าขอการรับรองมาตรฐาน CHIP ได้ภายในปลายปี 2021 ซึ่งหมายความว่าเราอาจได้เห็นสินค้ากลุ่มแรกวางจำหน่ายในช่วงเทศกาลวันหยุดปลายปีนี้ หรืออาจเลื่อนไปในช่วงต้นปี 2022
สำหรับอุปกรณ์ระลอกแรกที่จะรองรับมาตรฐานนี้ ครอบคลุมตั้งแต่ระบบแสงสว่าง, ม่านไฟฟ้า, ระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศ (HVAC), ทีวี, กลอนประตูอัจฉริยะ, เครื่องเปิดประตูโรงรถ, ระบบรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงเราเตอร์ Wi-Fi นอกจากนี้ ผู้ผลิตยังสามารถพัฒนา Bridge (อุปกรณ์สะพานเชื่อมสัญญาณ) เพื่อให้ผลิตภัณฑ์รุ่นเก่าสามารถใช้งานร่วมกับมาตรฐาน CHIP ได้ในอนาคต
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้ร่วมก่อตั้งหลัก | Apple, Amazon, Google และบริษัทอื่นๆ กว่า 170 แห่ง |
| เทคโนโลยีที่ใช้ | Bluetooth LE, Wi-Fi และ Thread |
| เป้าหมายหลัก | สร้างมาตรฐานกลางเพื่อให้อุปกรณ์ต่างแบรนด์ทำงานร่วมกันได้ |
| กลุ่มอุปกรณ์รองรับ | ไฟ, ม่าน, แอร์, ทีวี, กลอนประตู, ระบบรักษาความปลอดภัย |
| ช่วงเวลาคาดการณ์ | ปลายปี 2021 ถึงต้นปี 2022 |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ลดความยุ่งยาก: ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเรื่องการเลือกซื้ออุปกรณ์ให้ตรงกับ Ecosystem ของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง
- ทดแทนมาตรฐานเก่า: ออกแบบมาเพื่อแทนที่โปรโตคอลเดิมอย่าง Zigbee และ Z-Wave
- อิสระในการเลือก: รองรับการทำงานร่วมกับผู้ช่วยสั่งการด้วยเสียง (Voice Assistant) ทุกค่ายที่ผู้ใช้ชื่นชอบ
- ความยืดหยุ่น: อุปกรณ์รุ่นเก่ามีโอกาสใช้งานได้ผ่านการใช้ Bridge เชื่อมต่อ
คำถามที่พบบ่อย
Project CHIP คืออะไร?
คือโครงการสร้างมาตรฐานกลางสำหรับอุปกรณ์บ้านอัจฉริยะ เพื่อให้อุปกรณ์จากผู้ผลิตต่างรายกันสามารถทำงานร่วมกันได้โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบปิดของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง
อุปกรณ์รุ่นเก่าที่ฉันมีจะใช้งานได้หรือไม่?
มีโอกาสเป็นไปได้ เนื่องจากผู้ผลิตสามารถสร้าง Bridge หรืออุปกรณ์เชื่อมต่อเพื่อให้สินค้าเดิมรองรับมาตรฐาน CHIP ได้
มาตรฐานนี้จะเข้ามาแทนที่อะไรบ้าง?
Project CHIP ถูกออกแบบมาเพื่อทดแทนโปรโตคอลการสื่อสารแบบเดิม เช่น Zigbee และ Z-Wave เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพมากขึ้นในตลาดสมาร์ทโฮม
เราจะเริ่มเห็นอุปกรณ์ CHIP ในตลาดเมื่อไหร่?
คาดการณ์ว่าอุปกรณ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจะเริ่มทยอยวางจำหน่ายในช่วงปลายปี 2021 หรืออาจเป็นต้นปี 2022
Thread คืออะไรและสำคัญอย่างไร?
Thread คือโปรโตคอลเครือข่ายแบบ Mesh ที่ช่วยให้อุปกรณ์ขนาดเล็กที่ใช้พลังงานต่ำสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างเสถียรและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในสามเสาหลักของ Project CHIP


