Pandora: The World of Avatar ทัวร์ดินแดนมหัศจรรย์แห่งจินตนาการที่ Disney’s Animal Kingdom

สัมผัสประสบการณ์การก้าวเข้าสู่โลกของ James Cameron ที่กลายเป็นจริงใน Pandora: The World of Avatar โซนใหม่ล่าสุดภายในสวนสนุก Disney’s Animal Kingdom เมืองออร์แลนโด ที่นี่ไม่ใช่แค่การสร้างเครื่องเล่น แต่เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ผู้เยี่ยมชมรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในดาวแพนโดราจริงๆ ทั้งในยามกลางวันที่สดใสและยามค่ำคืนที่เรืองแสงได้อย่างน่าอัศจรรย์

ก้าวแรกสู่หุบเขา Mo’ara และธรรมชาติที่เหนือจริง

เมื่อข้ามสะพานเข้าสู่ดินแดนแห่งนี้ สิ่งแรกที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวคือแผนที่ของ Valley of Mo’ara (หุบเขาโมอาร่า) ซึ่งเป็นฉากหลังหลักของโซนนี้ ตลอดเส้นทางคุณจะได้พบกับพืชพรรณแปลกตา เช่น Flaska Reclinata พืชยักษ์ที่สามารถพ่นน้ำและไอน้ำออกมาได้เมื่อมีคนสัมผัสส่วนสีม่วงด้านใน

Image 7

ไฮไลท์ที่สะกดสายตาที่สุดคือ Hallelujah Mountains หรือภูเขาลอยฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์จากภาพยนตร์ แม้ในความเป็นจริงภูเขาเหล่านี้จะไม่ได้ลอยอยู่กลางอากาศด้วยเวทมนตร์ แต่การออกแบบของทีม Walt Disney Imagineering นั้นยอดเยี่ยมจนทำให้ดูเหมือนหินยักษ์เหล่านี้แขวนอยู่บนฟ้าได้อย่างแนบเนียน พร้อมด้วยเถาวัลย์ที่พริ้วไหวตามลม เพิ่มความสมจริงให้กับทัศนียภาพ

Image 9

พฤกษศาสตร์แห่งดาวแพนโดรา

นอกจากภูเขาลอยฟ้าแล้ว พืชพรรณในโซนนี้ยังมีความหลากหลายและสีสันฉูดฉาด ทั้งสีม่วง ชมพู และน้ำเงิน ตัดกับสีเขียวของใบไม้ โดยมีพืชรูปทรงคล้ายไข่ที่เรียกว่า Vein Pods กระจายอยู่ทั่วบริเวณ ซึ่งหากโชคดีคุณอาจได้พบกับไกด์จาก Alpha Centauri Expeditions บริษัทสมมติที่นำทัวร์สำรวจดาวแพนโดรา ซึ่งจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 100 ปีหลังจากเหตุการณ์ในภาพยนตร์ปี 2009

Image 10

เจาะลึกเครื่องเล่นไฮไลท์: ความตื่นเต้นและความสงบ

Avatar: Flight of Passage

นี่คือเครื่องเล่นที่เปรียบเสมือนหัวใจหลักของ Pandora โดยเป็นเครื่องจำลองการบินแบบ 3D ที่มอบประสบการณ์ความรู้สึกเหมือนได้บินอยู่บนหลัง Banshee (สัตว์บินได้แห่งแพนโดรา) จริงๆ ความสมจริงของภาพและสัมผัสทำให้ผู้เล่นรู้สึกตื่นเต้นและเคลิบเคลิ้มจนหลายคนอยากกลับมาเล่นซ้ำ

Image 11

ก่อนจะเริ่มบิน ผู้เข้าชมจะได้เดินผ่านเส้นทางที่ออกแบบมาอย่างประณีต ตั้งแต่ถ้ำที่มีภาพวาดของชาว Na’vi ทางเดินที่เต็มไปด้วยพืชเรืองแสง (Bioluminescent plants) ไปจนถึงห้องแล็บของ Pandora Conservation Initiative ซึ่งตกแต่งรายละเอียดได้สมบูรณ์แบบราวกับฉากในภาพยนตร์ มีทั้งเสื้อกาวน์ แก้วกาแฟ และตัวอย่างสิ่งมีชีวิตในถังทดลอง

Article image

Na’vi River Journey

ในทางตรงกันข้าม Na’vi River Journey คือการล่องเรือชมธรรมชาติที่เน้นความสงบและสวยงาม เป็นการนำเสนอในรูปแบบเครื่องเล่นคลาสสิกของดิสนีย์ จุดเด่นอยู่ที่การใช้หุ่นยนต์แอนิเมโทรนิกส์ โดยเฉพาะตัว Shaman of Songs ที่มีความสมจริงอย่างน่าทึ่ง แม้บรรยากาศจะดูแคบกว่าและให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในถ้ำมากกว่าป่าฝนอันกว้างใหญ่ แต่ก็เป็นจุดที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดของงานสร้าง

Article image

อาหารและของที่ระลึกจากต่างดาว

เมื่อหิว นักท่องเที่ยวสามารถแวะที่ Satu’li Canteen ร้านอาหารที่สร้างขึ้นจากซากอาคารของบริษัท RDA (บริษัทเหมืองแร่จากโลก) เมนูที่นี่เน้นความเรียบง่าย เช่น ข้าวหน้าต่างๆ (Bowls) และซาลาเปาไส้แกงผักหรือชีสเบอร์เกอร์ แม้รสชาติจะคุ้นเคย แต่การตกแต่งร้านช่วยให้รู้สึกว่าเรายังคงอยู่ในโลกของ Avatar

Article image

สำหรับเครื่องดื่ม ต้องไม่พลาดร้าน Pongu Pongu (ซึ่งในภาษา Na’vi แปลว่า Party Party) โดยมีเมนูแนะนำคือ Night Blossom เครื่องดื่มรสหวานฉ่ำที่ให้ความรู้สึกสดชื่น และในบริเวณใกล้เคียงยังมีหุ่นยนต์ Mech Walker ยักษ์ตั้งตระหง่านให้ถ่ายรูปอีกด้วย

Article image

ก่อนกลับ อย่าลืมแวะร้าน Windtraders ร้านขายของที่ระลึกที่มีสินค้าหลากหลาย ตั้งแต่เสื้อยืด รองเท้าแตะ ไปจนถึงหางชาว Na’vi และหุ่นจำลอง Banshee ตัวจิ๋ว รวมถึงแร่ Unobtanium จำลองที่สามารถลอยและหมุนได้ ซึ่งเป็นแร่หายากที่เป็นต้นเหตุของการทำเหมืองบนดาวแพนโดรา

Article image

มนต์เสน่ห์ของ Pandora ยามค่ำคืน

หากการมาเยือนตอนกลางวันทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ดาวดวงอื่น การมาเยือนในตอนกลางคืนจะทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ใน โลกต่างดาว อย่างแท้จริง ด้วยการใช้แสง Black light และสีเรืองแสงคุณภาพสูง ทำให้พืชพรรณและสภาพแวดล้อมทั้งหมดส่องแสงระยิบระยับ เปลี่ยนบรรยากาศจากป่าเขียวขจีให้กลายเป็นดินแดนมหัศจรรย์ที่ยากจะบรรยายด้วยคำพูด

Article image

สรุปข้อมูลการเยี่ยมชม Pandora: The World of Avatar
หัวข้อ รายละเอียดสำคัญ
เครื่องเล่นแนะนำ Flight of Passage (ตื่นเต้น/จำลองการบิน), Na’vi River Journey (ผ่อนคลาย/ชมธรรมชาติ)
จุดเช็คอินห้ามพลาด ภูเขาลอยฟ้า Hallelujah Mountains, ห้องแล็บ Pandora Conservation Initiative
อาหารและเครื่องดื่ม Satu’li Canteen (อาหาร), Pongu Pongu (เครื่องดื่ม Night Blossom)
ช่วงเวลาแนะนำ กลางคืน (เพื่อชมการเรืองแสงของพืชพรรณ Bioluminescence)
ของที่ระลึกยอดฮิต แร่ Unobtanium จำลอง, เครื่องประดับชาว Na’vi

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Flight of Passage เป็นเครื่องเล่นที่ใช้เทคโนโลยีจำลองการบินระดับสูงและมีคิวรอค่อนข้างยาว
  • Bioluminescence คือปรากฏการณ์การเรืองแสงของสิ่งมีชีวิต ซึ่งถูกนำมาจำลองในสวนสนุกผ่านสีและแสงไฟในตอนกลางคืน
  • Unobtanium เป็นชื่อแร่สมมติในเรื่อง Avatar ที่มีคุณสมบัติลอยตัวได้
  • Satu’li Canteen ออกแบบโดยใช้ธีมซากปรักหักพังของบริษัท RDA เพื่อเล่าเรื่องราวในจักรวาลของหนัง

คำถามที่พบบ่อย

ควรเล่นเครื่องเล่นไหนก่อนระหว่าง Flight of Passage และ Na’vi River Journey?

แนะนำให้เล่น Na’vi River Journey ก่อน เนื่องจากเป็นเครื่องเล่นที่เน้นความสงบ หากเล่น Flight of Passage ที่มีความตื่นเต้นสูงก่อน อาจทำให้รู้สึกว่าการล่องเรือนั้นเรียบง่ายเกินไป

ภูเขาลอยฟ้าในสวนสนุกลอยได้จริงหรือไม่?

ในทางกายภาพไม่ได้ลอยได้จริง แต่เป็นการออกแบบทางวิศวกรรมของ Disney Imagineering ที่ใช้โครงสร้างพยุงอย่างแนบเนียนจนดูเหมือนลอยอยู่กลางอากาศ

อาหารใน Satu’li Canteen มีรสชาติแปลกเหมือนอาหารต่างดาวไหม?

รสชาติอาหารค่อนข้างเป็นมาตรฐานและคุ้นเคย เช่น รสชาติของชีสเบอร์เกอร์ แต่โดดเด่นที่การนำเสนอและการตกแต่งสถานที่ให้เข้ากับธีม

การมาเที่ยวตอนกลางคืนแตกต่างจากตอนกลางวันอย่างไร?

แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ในตอนกลางคืนพืชพรรณและสภาพแวดล้อมจะเรืองแสง (Bioluminescent) ทำให้บรรยากาศดูลึกลับและมหัศจรรย์มากกว่าตอนกลางวัน

สามารถถ่ายวิดีโอขณะเล่น Flight of Passage ได้หรือไม่?

แม้จะทำได้ แต่แนะนำให้เก็บโทรศัพท์และดื่มด่ำกับประสบการณ์ตรงหน้า เพราะความสมจริงของเครื่องเล่นนี้จะมอบความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมกว่าการมองผ่านหน้าจอ