OpenAI กับวิกฤตความเป็นส่วนตัว เมื่อ ChatGPT ถูกสั่งระงับในอิตาลี

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2020 การเปิดตัว GPT-3 ของ OpenAI ได้เผยให้เห็นเบื้องหลังการสร้างระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ทรงพลัง ซึ่งต้องอาศัยการกวาดข้อมูลมหาศาลจากทั่วทุกมุมโลก ทั้งจากเว็บไซต์ทั่วไป กระทู้ใน Reddit และหนังสือจำนวนมาก เพื่อนำมาฝึกฝน Large Language Model (LLM) หรือโมเดลภาษาขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นระบบที่สามารถสร้างข้อความเลียนแบบมนุษย์ได้อย่างแนบเนียน

ทว่าในกองข้อมูลมหาศาลเหล่านั้น กลับมีข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตปะปนอยู่ด้วย และนี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหาทางกฎหมายครั้งใหญ่ที่ OpenAI กำลังเผชิญในปัจจุบัน

จุดชนวนความขัดแย้ง: เมื่ออิตาลีสั่งเบรก ChatGPT

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม หน่วยงานกำกับดูแลด้านข้อมูลของอิตาลีที่ชื่อว่า Garante per la Protezione dei Dati Personali ได้ออกคำสั่งฉุกเฉินให้ OpenAI ยุติการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของชาวอิตาลีหลายล้านคนที่ถูกนำไปใช้ในชุดข้อมูลฝึกฝน โดยระบุว่า OpenAI ไม่มีสิทธิ์ทางกฎหมายในการนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ใน ChatGPT

ผลกระทบที่ตามมาคือ OpenAI ต้องระงับการเข้าถึงแชทบอทในประเทศอิตาลีชั่วคราว เพื่อหาคำตอบและชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ ซึ่งเหตุการณ์นี้ถือเป็นครั้งแรกที่หน่วยงานกำกับดูแลในโลกตะวันตกดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดกับ ChatGPT และสะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดเรื่องความเป็นส่วนตัวในการพัฒนา AI ยุคใหม่

Person silhouetted in a neon fog looks at the screen of a smartphone

GDPR และมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลของยุโรป

หัวใจสำคัญของข้อพิพาทนี้คือ GDPR (General Data Protection Regulation) ซึ่งเป็นกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรปที่ครอบคลุมประชากรกว่า 400 ล้านคน โดย GDPR นิยามว่าข้อมูลใดก็ตามที่สามารถระบุตัวตนบุคคลได้ ไม่ว่าจะเป็นชื่อหรือที่อยู่ IP Address ล้วนเป็นข้อมูลส่วนบุคคล

สิ่งที่น่าสนใจคือ ภายใต้กฎหมาย GDPR แม้ข้อมูลนั้นจะถูกเปิดเผยเป็นสาธารณะบนอินเทอร์เน็ต แต่ไม่ได้หมายความว่าบริษัทต่างๆ จะสามารถ "ดูดข้อมูล" (Scrape) ไปใช้ทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ ซึ่งแตกต่างจากกฎหมายความเป็นส่วนตัวในสหรัฐอเมริกาที่มีความกระจัดกระจายมากกว่า

4 ประเด็นหลักที่ ChatGPT ถูกกล่าวหาว่าละเมิด GDPR

  • ขาดการควบคุมอายุ: ไม่มีระบบป้องกันไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีเข้าใช้งาน
  • ข้อมูลไม่ถูกต้อง: ระบบอาจสร้างข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
  • ขาดการแจ้งเตือน: ผู้เจ้าของข้อมูลไม่ได้รับแจ้งว่าข้อมูลของตนถูกจัดเก็บ
  • ขาดฐานทางกฎหมาย: ไม่มีการระบุเหตุผลทางกฎหมายที่ชัดเจนในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมหาศาลเพื่อใช้ฝึกฝน AI

ความท้าทายในการแก้ไขและผลกระทบในวงกว้าง

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระบุว่า การที่บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ GDPR ได้นั้น ต้องมีเหตุผลรองรับ 1 ใน 6 ประการ เช่น การได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล หรือมี "ผลประโยชน์อันชอบธรรม" (Legitimate Interests) ซึ่งในกรณีของ OpenAI ทางหน่วยงาน Garante มองว่าข้ออ้างเรื่องผลประโยชน์อันชอบธรรมนั้น "ไม่เพียงพอ"

นอกจากนี้ ปัญหายังลึกลงไปถึงรากฐานของเทคโนโลยี เนื่องจากชุดข้อมูลที่ใช้ฝึก AI หลายชุดถูกสร้างขึ้นมานานแล้วโดยไม่ได้คำนึงถึงความเป็นส่วนตัว ทำให้การลบข้อมูลที่ผิดพลาดหรือข้อมูลที่เจ้าของไม่ยินยอมออกจากโมเดล AI ขนาดใหญ่นั้นทำได้ยากยิ่ง หรืออาจเป็นไปไม่ได้เลยในทางเทคนิค

สรุปประเด็นความขัดแย้งระหว่าง OpenAI และหน่วยงานกำกับดูแลของอิตาลี
หัวข้อ รายละเอียด
หน่วยงานที่สั่งระงับ Garante per la Protezione dei Dati Personali (อิตาลี)
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง GDPR (General Data Protection Regulation)
สาเหตุหลัก การนำข้อมูลส่วนบุคคลมาฝึกฝน AI โดยไม่มีฐานทางกฎหมายรองรับ
มาตรการตอบโต้ ระงับการเข้าถึง ChatGPT ในประเทศอิตาลีชั่วคราว
ความเสี่ยงในอนาคต อาจถูกสั่งให้ลบอัลกอริทึมที่ฝึกด้วยข้อมูลที่ผิดกฎหมาย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • OpenAI ถูกสั่งระงับการให้บริการ ChatGPT ในอิตาลีเนื่องจากปัญหาการละเมิดความเป็นส่วนตัว
  • GDPR ให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแม้ข้อมูลนั้นจะปรากฏเป็นสาธารณะบนอินเทอร์เน็ต
  • การลบข้อมูลเฉพาะส่วนออกจาก Large Language Model เป็นเรื่องยากทางเทคนิค
  • หน่วยงานกำกับดูแลในฝรั่งเศส เยอรมนี และไอร์แลนด์ กำลังติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม ChatGPT ถึงถูกสั่งระงับในอิตาลี?

เนื่องจากหน่วยงานกำกับดูแลด้านข้อมูลของอิตาลีพบว่า OpenAI นำข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนมาใช้ฝึกฝน AI โดยไม่มีฐานทางกฎหมายที่ถูกต้อง และขาดระบบควบคุมอายุผู้ใช้งาน

GDPR คืออะไรและเกี่ยวข้องกับกรณีนี้อย่างไร?

GDPR คือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป ซึ่งกำหนดว่าการเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีความโปร่งใสและมีเหตุผลทางกฎหมายรองรับ แม้ข้อมูลนั้นจะเป็นข้อมูลสาธารณะก็ตาม

OpenAI สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร?

OpenAI ต้องชี้แจงเหตุผลทางกฎหมายในการใช้ข้อมูล หรือปรับปรุงระบบให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ GDPR เช่น การเพิ่มระบบตรวจสอบอายุ และการสร้างกลไกในการลบข้อมูลส่วนบุคคล

หากข้อมูลถูกนำไปฝึก AI แล้ว จะสามารถลบออกได้หรือไม่?

ในทางเทคนิค การลบข้อมูลเฉพาะจุดออกจากโมเดล AI ที่ถูกฝึกฝนไปแล้วนั้นทำได้ยากมาก ซึ่งอาจนำไปสู่การที่หน่วยงานกำกับดูแลสั่งให้ลบอัลกอริทึมทั้งหมดที่สร้างขึ้นจากข้อมูลที่ผิดกฎหมาย

ประเทศอื่นในยุโรปจะทำตามอิตาลีหรือไม่?

มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากหน่วยงานกำกับดูแลในฝรั่งเศส เยอรมนี และไอร์แลนด์ ได้เริ่มติดต่อขอข้อมูลจากอิตาลีเพื่อประเมินสถานการณ์แล้ว