Oculus Venues เปลี่ยนประสบการณ์ชมกีฬาและคอนเสิร์ตให้เป็นโลกเสมือนจริง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Oculus และบริษัทแม่ยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook ได้มุ่งมั่นพัฒนาแนวคิด Social VR หรือการสร้างสังคมในโลกเสมือนจริงอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่การเปิดตัวแอปพลิเคชันแชทด้วยเสียง Parties และพื้นที่พบปะสังสรรค์เสมือนจริงอย่าง Rooms ในปี 2016 ตามมาด้วย Facebook Spaces ในปี 2017 และล่าสุดคือการเปิดตัว Oculus Venues นวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถรับชมการแสดงสดและกิจกรรมกีฬาไปพร้อมกับเพื่อนๆ และผู้คนจากทั่วโลก

สัมผัสบรรยากาศสนามกีฬาในรูปแบบดิจิทัล

จากการทดสอบใช้งานในเวอร์ชันเดโมผ่านการรับชมการแข่งขันบาสเกตบอลระหว่าง Golden State Warriors และ Memphis Grizzlies พบว่าผู้ใช้จำเป็นต้องสร้าง Oculus Avatar (ตัวละครจำลองแทนตัวผู้ใช้) และเชื่อมต่อบัญชี Facebook เข้ากับ Oculus เพื่อเริ่มต้นใช้งาน โดยในระยะแรก Venues จะรองรับการใช้งานบน Gear VR และ Oculus Go ส่วนผู้ใช้ Oculus Rift จะสามารถใช้งานได้ในภายหลัง

สิ่งที่ทำให้ Oculus Venues แตกต่างจากแอปพลิเคชัน Social VR อื่นๆ คือการเปิดพื้นที่ให้คนแปลกหน้าเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อจำลองบรรยากาศการชมคอนเสิร์ตหรือการแข่งขันกีฬาในชีวิตจริงที่มีผู้คนรายล้อม ซึ่งก่อนเข้าใช้งาน ผู้ใช้จะต้องรับชมวิดีโอ Code of Conduct หรือข้อตกลงด้านพฤติกรรม เพื่อป้องกันการกระทำที่ไม่เหมาะสมภายในพื้นที่เสมือน

Article image

คุณภาพการรับชมและความสมจริง

เมื่อเข้าสู่ระบบ ผู้ใช้จะพบว่าตนเองนั่งอยู่บริเวณข้างสนามของ Oracle Arena อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ในปัจจุบันยังให้ความรู้สึกเหมือนการรับชมผ่านจอ IMAX ขนาดใหญ่มากกว่าการอยู่ในเหตุการณ์จริง เนื่องจากมีการสลับมุมกล้องไปมาและคุณภาพของวิดีโอที่ยังมีความแตกของพิกเซล (Pixelated) ซึ่งทาง Oculus ระบุว่าในอนาคตจะพัฒนาให้มุมกล้องคงที่เพื่อเพิ่มความสมจริงให้สูงสุด

Article image

การปฏิสัมพันธ์ทางสังคมในโลก VR

ระบบเสียงของ Venues ถูกออกแบบมาให้โอบล้อมผู้ใช้ โดยจะมีทั้งเสียงจากการแข่งขันและเสียงพูดคุยของผู้ใช้คนอื่นๆ รอบตัว ผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับผู้อื่นผ่าน Avatar ได้ เช่น การหันศีรษะ การพยักหน้า หรือการโบกมือ ซึ่งคล้ายกับระบบในแอป Rooms นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันที่น่าสนใจดังนี้:

  • การเปลี่ยนที่นั่ง: สามารถกดปุ่ม 'Try New Seat' เพื่อสุ่มที่นั่งใหม่ หรือใช้เคอร์เซอร์เลือกที่นั่งที่ต้องการผ่านระบบ Teleport
  • การจัดการเสียง: ปรับระดับเสียงของกิจกรรมและเสียงแชทแยกกันได้ รวมถึงสามารถ Mute (ปิดเสียง) หรือบล็อกผู้ใช้ที่ส่งเสียงรบกวนหรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
  • โหมด Solo Viewing: สำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว สามารถเปลี่ยนเป็นโหมดรับชมเดี่ยว ซึ่งเปรียบเสมือนการมีห้อง VIP ส่วนตัว
Article image

การเชื่อมต่อเพื่อนใหม่และความเป็นส่วนตัว

สำหรับผู้ที่ชอบเข้าสังคม Oculus Venues ใช้ข้อมูลจาก Facebook เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ค้นพบเพื่อนของเพื่อน หรือผู้ที่มีความสนใจคล้ายกัน (เช่น แฟนทีมกีฬาเดียวกัน) โดยสามารถกดเพิ่มเพื่อนผ่านเมนูในแอปได้ทันที

ในด้านความเป็นส่วนตัว ผู้ใช้สามารถเลือกปิดการแชร์ข้อมูลทางสังคมได้ โดยระบบจะแสดงผลเพียง Oculus ID และ Avatar เท่านั้น จะไม่มีการเปิดเผยชื่อจริงหรือรูปถ่ายจริง นอกจากนี้ยังมีทีม Moderator คอยดูแลความเรียบร้อยภายในงานเพื่อป้องกันการก่อกวน

Article image
สรุปคุณสมบัติเด่นของ Oculus Venues
หัวข้อ รายละเอียด
อุปกรณ์ที่รองรับ Gear VR, Oculus Go (Rift ตามมาภายหลัง)
การเชื่อมต่อ ต้องใช้บัญชี Facebook และ Oculus Avatar
โหมดการรับชม แบบกลุ่ม (ร่วมกับคนแปลกหน้า) และ Solo Viewing (ส่วนตัว)
การควบคุมสังคม Mute, Block, Report และมี Moderator ดูแล
ค่าบริการ เข้าชมกิจกรรมได้ฟรี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • จำลองสังคมจริง: รองรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้สูงสุดถึง 1,000 คนต่อรอบ
  • ความหลากหลายของเนื้อหา: มีทั้งการแข่งขัน MLB, คอนเสิร์ตจาก AEG Presents, ภาพยนตร์จาก Lionsgate และการแสดง Stand-up Comedy จาก Gotham Comedy Live
  • การเข้าถึง: เน้นการสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้อื่นผ่านระบบ Social VR
Article image

คำถามที่พบบ่อย

Oculus Venues คืออะไร?

คือแอปพลิเคชัน Social VR ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถรับชมการแสดงสด กีฬา หรือคอนเสิร์ตในรูปแบบโลกเสมือนจริงร่วมกับเพื่อนและคนแปลกหน้าได้

ต้องใช้อุปกรณ์ใดบ้างในการใช้งาน?

ในช่วงเริ่มต้นรองรับ Gear VR และ Oculus Go โดยผู้ใช้จำเป็นต้องมี Oculus Avatar และเชื่อมต่อบัญชี Facebook

สามารถรับชมแบบส่วนตัวได้หรือไม่?

ได้ โดยการเลือกโหมด Solo Viewing ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้สามารถรับชมกิจกรรมได้โดยไม่มีผู้ใช้อื่นมารบกวน

มีความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวอย่างไร?

ระบบจะไม่เปิดเผยชื่อจริงหรือรูปถ่ายจริง โดยจะใช้เพียง Oculus ID และ Avatar เท่านั้น อีกทั้งยังมีตัวเลือกในการปิดการแชร์ข้อมูลทางสังคมและมีผู้ดูแล (Moderator) คอยตรวจสอบพฤติกรรมผู้ใช้

การเข้าชมกิจกรรมใน Oculus Venues มีค่าใช้จ่ายหรือไม่?

กิจกรรมทั้งหมดใน Oculus Venues เปิดให้เข้าชมได้ฟรี