Oculus Rift Crystal Cove ยกระดับ VR ด้วยจอ OLED และระบบติดตามตำแหน่งแม่นยำ
ก้าวสำคัญของวงการ Virtual Reality (VR) หรือเทคโนโลยีโลกเสมือนจริงเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อ Oculus VR ได้เปิดตัวตัวต้นแบบรุ่นล่าสุดในชื่อ Crystal Cove ภายในงาน CES 2014 ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจากรุ่น HD ที่เคยจัดแสดงในงาน E3 2013 โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาหลักที่ผู้ใช้เคยพบเจอ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนจะวางจำหน่ายจริงในปี 2014
การเปลี่ยนแปลงด้านฮาร์ดแวร์เพื่อความสมจริง
หัวใจสำคัญของการอัปเกรดในครั้งนี้คือการเปลี่ยนมาใช้หน้าจอ OLED (Organic Light Emitting Diode) ซึ่งเป็นจอภาพที่ให้สีสันสดใสและมีความคมชัดสูงกว่าจอ LED แบบเดิม ส่งผลให้ภาพที่ปรากฏในแว่น VR มีความละเอียดและชัดเจนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังมีการลดค่าความหน่วง (Lag time) ลงเหลือเพียง 30 มิลลิวินาที ซึ่งลดลงจากชุดพัฒนา (Dev kit) รุ่นก่อนหน้าถึงครึ่งหนึ่ง ทำให้การตอบสนองของภาพรวดเร็วและลื่นไหลมากขึ้น

บอกลาอาการภาพเบลอด้วย Low Persistence
หนึ่งในปัญหาที่กวนใจผู้ใช้งาน VR มากที่สุดคือ Motion Blur หรืออาการภาพเบลอขณะเคลื่อนไหว ซึ่ง Oculus ได้แก้ไขปัญหานี้ด้วยฟีเจอร์ Low Persistence (การลดระยะเวลาการแสดงผลของพิกเซล) จากการทดสอบในห้องนักบินของเกม EVE Valkyrie พบว่าเมื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ ข้อความบนแผงควบคุมที่เคยเบลอขณะหันศีรษะจะกลับมาคมชัดและอ่านออกได้ทันที ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานและลดอาการวิงเวียนศีรษะของผู้ใช้ได้อย่างมาก

ระบบ Positional Tracking: การเคลื่อนที่แบบ 1:1
ความสามารถที่น่าทึ่งอีกประการคือ Positional Tracking หรือระบบติดตามตำแหน่ง ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถเคลื่อนไหวศีรษะไปข้างหน้าหรือถอยหลัง และการเคลื่อนไหวนั้นจะถูกสะท้อนเข้าไปในเกมแบบเรียลไทม์ ตัวอย่างเช่น ในเดโมของ Unreal Engine 4 ผู้ใช้สามารถโน้มตัวลงไปมองสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในปราสาทและโต้ตอบกับพวกมันได้จริง
ในปัจจุบัน ระบบนี้ทำงานโดยใช้กล้องภายนอกตรวจจับเซนเซอร์ (จุดสีขาวเล็กๆ) ที่ติดตั้งอยู่ด้านหน้าของตัวแว่น อย่างไรก็ตาม Brendan Iribe ซีอีโอของ Oculus ระบุว่ากล้องตัวนี้เป็นเพียงโซลูชันชั่วคราวสำหรับตัวต้นแบบ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงในผลิตภัณฑ์เวอร์ชันสุดท้าย

| คุณสมบัติ | รุ่นก่อนหน้า | Crystal Cove (Prototype) |
|---|---|---|
| ประเภทหน้าจอ | LED | OLED |
| อาการภาพเบลอ | มี Motion Blur สูง | ลดลงด้วย Low Persistence |
| การติดตามตำแหน่ง | จำกัดการหมุน | รองรับ Positional Tracking (เดินหน้า-ถอยหลัง) |
| ความหน่วง (Lag) | ประมาณ 60 มิลลิวินาที | 30 มิลลิวินาที |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Crystal Cove เป็นเพียงตัวต้นแบบ (Prototype) ไม่ใช่สินค้าวางจำหน่ายทันที
- ใช้หน้าจอ OLED เพื่อความคมชัดและลดความหน่วงลง 50%
- ฟีเจอร์ Low Persistence ช่วยกำจัดปัญหาภาพเบลอขณะหันศีรษะ
- ระบบติดตามตำแหน่งใช้กล้องภายนอกตรวจจับเซนเซอร์บนตัวเครื่อง
- มีชุดพัฒนา (Dev kits) กระจายอยู่ในกลุ่มนักพัฒนาแล้วกว่า 46,000 ชุด

คำถามที่พบบ่อย
Crystal Cove คืออะไร?
คือตัวต้นแบบ (Prototype) รุ่นล่าสุดของแว่น Oculus Rift ที่นำมาจัดแสดงในงาน CES 2014 เพื่อโชว์เทคโนโลยีใหม่ก่อนจะผลิตเป็นเวอร์ชันขายจริง
หน้าจอ OLED ช่วยให้ประสบการณ์ VR ดีขึ้นอย่างไร?
ช่วยให้ภาพมีความคมชัดมากขึ้น สีสันสมจริง และที่สำคัญคือลดค่าความหน่วงของภาพลงเหลือ 30 มิลลิวินาที ทำให้การเคลื่อนไหวดูเป็นธรรมชาติ
Low Persistence มีประโยชน์อย่างไร?
ช่วยลดอาการ Motion Blur หรือภาพเบลอที่เกิดขึ้นเวลาเราหันศีรษะอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ใช้สามารถอ่านข้อความหรือมองเห็นรายละเอียดในโลกเสมือนได้ชัดเจนขึ้น
ระบบ Positional Tracking ทำงานอย่างไรในรุ่นนี้?
ใช้กล้องภายนอกในการตรวจจับจุดเซนเซอร์สีขาวที่ติดอยู่บนตัวแว่น ทำให้ระบบรู้ว่าผู้ใช้ขยับศีรษะไปในทิศทางใด รวมถึงการโน้มตัวไปข้างหน้าหรือถอยหลัง
ผู้ที่มีชุดพัฒนา (Dev kit) รุ่นเก่าจะได้อัปเกรดเป็นรุ่นนี้หรือไม่?
ทาง Oculus ระบุว่า Crystal Cove เป็นเพียงตัวต้นแบบ และเนื่องจากมีชุดพัฒนาเดิมอยู่ในตลาดถึง 46,000 ชุด จึงยังไม่มีการระบุชัดเจนว่าผู้ใช้เดิมจะต้องซื้อชุดใหม่หรือไม่
