Netscape ปรับโฉมใหม่ ท้าชน Digg ด้วยระบบคัดกรองเนื้อหาโดยบรรณาธิการ

AOL ได้ตัดสินใจพลิกโฉม Netscape จากการเป็นเพียงพอร์ทัลเว็บไซต์ทั่วไป ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มรวบรวมข่าวสารทางสังคม (Social News) เพื่อขึ้นมาเป็นคู่แข่งสำคัญของ Digg โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อยู่ภายใต้การดูแลของ Jason Calacanis ซึ่งจะเริ่มเปิดให้บริการในรูปแบบเบต้าที่ beta.netscape.com ก่อนจะย้ายไปยังโดเมนหลักในเวลาต่อมา

แม้ว่ารูปแบบการทำงานจะมีความคล้ายคลึงกับ Digg ในแง่ของการให้ผู้ใช้ส่งเรื่องราวและร่วมกันลงคะแนนโหวตเพื่อให้เนื้อหาที่ได้รับความนิยมพุ่งขึ้นสู่หน้าแรก แต่ Netscape ได้เพิ่มระบบ Anchor หรือบรรณาธิการผู้คัดสรร ซึ่งจะทำหน้าที่เลือกเรื่องราวที่กำลังเป็นกระแสขึ้นมาไว้ในตำแหน่งสูงสุดของแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของเนื้อหา

โครงสร้างการบริหารจัดการเนื้อหา

เพื่อให้ครอบคลุมความสนใจที่หลากหลาย Netscape ได้แบ่งช่องทางเนื้อหาออกเป็น 30 หมวดหมู่ ตั้งแต่ด้านศิลปะและการออกแบบไปจนถึงเรื่องของผู้หญิง โดยมีทีมงานมืออาชีพคอยขับเคลื่อน ดังนี้:

  • บรรณาธิการเต็มเวลา 8 คน และพาร์ทไทม์ 11 คน: ทำหน้าที่คัดเลือกเรื่องราวเด่นและดูแลภาพรวมของเว็บไซต์
  • ห้องแชท 24 ชั่วโมง: พื้นที่สำหรับให้ผู้ใช้งานได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวสารต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์
สรุปข้อมูลการเปิดตัว Netscape โฉมใหม่
หัวข้อ รายละเอียด
ผู้ดูแลโครงการ Jason Calacanis
จำนวนหมวดหมู่เนื้อหา 30 ช่องทาง (Topical Channels)
จำนวนทีมบรรณาธิการ 19 คน (เต็มเวลา 8, พาร์ทไทม์ 11)
จำนวนการเข้าชมต่อเดือน 811 ล้าน Page Views

ผลกระทบต่อระบบนิเวศของเว็บไซต์ต่างๆ

การที่ AOL เลือกใช้แบรนด์ Netscape แทนการสร้างเว็บไซต์ใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างจริงจัง เนื่องจาก Netscape มีฐานผู้ใช้งานมหาศาลถึง 811 ล้านครั้งต่อเดือน ซึ่งสูงกว่า Digg อย่างมาก

พลังของการส่งต่อทราฟฟิก (Traffic) ในระดับนี้อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับเว็บไซต์ที่ถูกนำมานำเสนอ หากเรื่องราวใดกลายเป็นกระแสใน Netscape อาจมีผู้เข้าชมหลั่งไหลเข้าไปยังเว็บไซต์ปลายทางจำนวนมหาศาลในเวลาอันสั้น ซึ่งอาจส่งผลให้เซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์เหล่านั้นล่มได้ เช่นเดียวกับปรากฏการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับ Digg หรือ Slashdot แต่ในสเกลที่ใหญ่กว่าเดิม

ฟีเจอร์เด่นที่น่าสนใจ

นอกจากการโหวตเนื้อหาแล้ว Netscape ยังนำเสนอเครื่องมือที่ช่วยให้การใช้งานสะดวกขึ้น ดังนี้:

  • ระบบ Tagging: ผู้ส่งเนื้อหาสามารถใส่แท็กเพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาในภายหลัง
  • RSS Feed: รองรับการติดตามข่าวสารผ่าน RSS ทั้งในระดับหมวดหมู่, รายผู้ใช้ และกลุ่มเพื่อน
  • Editorial Content: บรรณาธิการ (Anchor) จะมีการติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจและเขียนบทวิเคราะห์หรือเนื้อหาเพิ่มเติมประกอบข่าวสารนั้นๆ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Netscape เปลี่ยนโมเดลจากพอร์ทัลเป็น Social News เพื่อแข่งกับ Digg
  • ใช้ระบบผสมผสานระหว่างการโหวตจากผู้ใช้และการคัดเลือกโดยบรรณาธิการ (Anchor)
  • มีฐานผู้เข้าชมสูงถึง 811 ล้าน Page Views ต่อเดือน
  • มีหมวดหมู่เนื้อหา 30 ประเภท และมีทีมบรรณาธิการดูแลรวม 19 คน
  • รองรับการใช้งาน RSS Feed และการติดแท็กเนื้อหา

คำถามที่พบบ่อย

Netscape โฉมใหม่แตกต่างจาก Digg อย่างไร?

แม้จะใช้ระบบโหวตเหมือนกัน แต่ Netscape มีบรรณาธิการหรือ "Anchor" เป็นผู้ตัดสินใจเลือกเนื้อหาในตำแหน่งสูงสุดของหน้าเว็บ แทนที่จะปล่อยให้คะแนนโหวตเป็นตัวกำหนดเพียงอย่างเดียว

ใครเป็นผู้รับผิดชอบการบริหารจัดการ Netscape ในครั้งนี้?

Jason Calacanis เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบทรัพย์สินของ Netscape ภายใต้ AOL

การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลอย่างไรต่อเว็บไซต์ที่ถูกนำมาแชร์?

เนื่องจาก Netscape มีปริมาณผู้เข้าชมสูงมาก เว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมอาจประสบปัญหาเซิร์ฟเวอร์ล่มเนื่องจากมีผู้ใช้งานหลั่งไหลเข้าไปพร้อมกันจำนวนมาก

ผู้ใช้สามารถติดตามเนื้อหาที่สนใจได้อย่างไรบ้าง?

ผู้ใช้สามารถใช้ระบบ RSS Feed เพื่อติดตามเนื้อหาตามหมวดหมู่ที่สนใจ ติดตามผู้ใช้รายบุคคล หรือติดตามกลุ่มเพื่อนได้