Moto X (2014) รีวิวสมาร์ทโฟนที่เปลี่ยนจากม้ามืดสู่ตัวท็อปในหนึ่งปี

หากย้อนกลับไปในปีที่แล้ว Moto X รุ่นแรกอาจไม่ได้โดดเด่นเรื่องความแรงหรือหน้าจอที่สวยสะดุดตา แต่สิ่งที่ทำให้มันครองใจผู้ใช้คือความกล้าที่จะแตกต่าง ทั้งการปรับแต่งตัวเครื่องได้อย่างอิสระและฟีเจอร์ซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้จริง ซึ่งทำให้ Motorola กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งในตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม และในปีนี้ พวกเขากลับมาพร้อมกับการอัปเกรดครั้งใหญ่เพื่อให้ทัดเทียมกับคู่แข่งระดับเรือธงในตลาด

ดีไซน์และการออกแบบที่เน้นความสบายในการจับถือ

Article image

Moto X รุ่นใหม่นี้ยกระดับงานออกแบบขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเน้นความโค้งมนที่รับกับฝ่ามือ ทำให้เป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่จับถือได้สบายที่สุดในปัจจุบัน แม้จะขยับขนาดหน้าจอขึ้นเป็น 5.2 นิ้ว แต่ด้วยการออกแบบที่สอบบางบริเวณขอบเครื่อง (บางเพียง 3.8 มม.) และมีความหนาสูงสุดไม่ถึง 10 มม. ทำให้ตัวเครื่องไม่รู้สึกเทอะทะ

Article image

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือการนำ Aluminum Band หรือแถบอะลูมิเนียมมาใช้บริเวณขอบเครื่องแทนพลาสติก ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่เป็นเสาอากาศแล้ว ยังช่วยให้ตัวเครื่องดูหรูหราและมีน้ำหนักที่สมดุล ผสานกับกระจก Corning Gorilla Glass 3 ที่มีความโค้งมนบริเวณขอบ ทำให้รอยต่อของตัวเครื่องดูไร้รอยตะเข็บและลื่นไหล

Article image

สำหรับผู้ที่ชอบความโดดเด่น Moto Maker ยังคงเป็นจุดขายหลักที่ให้คุณเลือกวัสดุฝาหลังได้หลากหลาย ตั้งแต่ไม้ไผ่ไปจนถึงหนังแท้จากชิคาโก เพื่อสร้างสมาร์ทโฟนที่มีเพียงเครื่องเดียวในโลกตามสไตล์ของคุณเอง

Image 1

สเปกภายในและประสิทธิภาพ

ภายใต้รูปลักษณ์ที่สวยงาม Moto X ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 801 พร้อม CPU Quad-core 2.5GHz, RAM 2GB และ GPU Adreno 330 ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานทุกรูปแบบอย่างลื่นไหล โดยมีตัวเลือกความจุ 16GB และ 32GB (แนะนำให้เลือก 32GB เนื่องจากไม่มีช่องใส่ microSD card)

Article image
ตารางเปรียบเทียบประสิทธิภาพ Benchmark ของ Moto X (2014) และคู่แข่ง
การทดสอบ Moto X (2014) HTC One (M8) LG G3
Quadrant 2.0 22,721 25,548 -
Vellamo 2.0 2,093 1,804 1,405
3DMark IS Unlimited 19,568 20,612 16,662
SunSpider 1.0.2 (ms) 787 782 918
GFXBench 3.0 (fps) 11.9 11.2 N/A
CF-Bench 39,018 40,223 24,667
Article image

หน้าจอและระบบเสียง

Article image

หน้าจอ AMOLED ขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียด 1080p มอบประสบการณ์การรับชมที่ยอดเยี่ยม ด้วยสีสันที่สดใสแต่ไม่ฉูดฉาดจนเกินไป สีดำที่ลึกสนิท และความสว่างที่เพียงพอต่อการใช้งานกลางแจ้ง แม้จะมีปัญหาเรื่องการหักเหของแสงเป็นสีรุ้งในบางมุมมอง แต่โดยรวมถือเป็นหน้าจอที่คุณภาพสูงมาก

Image 2

ในส่วนของระบบเสียง Moto X ใช้ลำโพงเดี่ยวที่วางไว้ด้านหน้าใต้หน้าจอ ซึ่งให้เสียงที่ดังและคมชัดกว่าที่คาดไว้ แม้จะไม่ทรงพลังเท่าระบบ BoomSound ของคู่แข่ง แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป

Article image

ซอฟต์แวร์และฟีเจอร์อัจฉริยะ

Image 6

ตัวเครื่องรันบน Android 4.4.4 KitKat แบบเกือบจะบริสุทธิ์ (Stock Android) ทำให้การทำงานรวดเร็วและไม่มีส่วนติดต่อผู้ใช้ที่ซับซ้อน แม้ว่ารุ่นที่ขายผ่านเครือข่ายอาจมีแอปพลิเคชันติดตั้งล่วงหน้า (Bloatware) มาบ้าง แต่ผู้ใช้สามารถเลือกปิดการใช้งานได้

Article image

Motorola ได้เพิ่มฟีเจอร์พิเศษที่ช่วยให้การใช้งานสะดวกขึ้น ดังนี้:

  • Moto Display: แสดงการแจ้งเตือนและเวลาบนหน้าจอล็อกโดยใช้พลังงานต่ำ เนื่องจากเป็นจอ AMOLED
  • Moto Actions: ใช้เซนเซอร์ IR เพื่อสั่งการด้วยท่าทาง เช่น การโบกมือเพื่อปิดเสียงเรียกเข้าหรือดูเวลา
  • Moto Voice: ระบบสั่งการด้วยเสียงที่สามารถกำหนดคำพูดเริ่มต้นเองได้ (Custom Wake Word) ช่วยให้สั่งงานได้แม้หน้าจอปิดอยู่ เช่น การตั้งปลุกหรือค้นหาข้อมูลผ่าน Google
Image 3

การถ่ายภาพและวิดีโอ

Article image

กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลชวงแหวน LED ให้ภาพที่สีสันสดใสและรายละเอียดดีในที่แสงจ้า โดยเฉพาะเมื่อเปิดโหมด HDR อย่างไรก็ตาม ในที่แสงน้อยจะพบสัญญาณรบกวน (Grain) ค่อนข้างมาก และระบบโฟกัสอาจทำงานช้าในบางครั้ง การใช้โหมดปรับโฟกัสและแสงด้วยตนเองจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

Article image

สำหรับการถ่ายวิดีโอ รองรับความละเอียดสูงสุดที่ 4K และ 1080p ซึ่งให้สีสันที่สวยงาม ส่วนอินเทอร์เฟซของแอปกล้องถูกออกแบบมาให้เรียบง่าย โดยสามารถแตะที่ใดก็ได้บนหน้าจอเพื่อถ่ายภาพ หรือกดค้างเพื่อใช้โหมดถ่ายภาพต่อเนื่อง (Burst Mode)

Article image

จุดที่น่าผิดหวังคือกล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล ที่นอกจากคุณภาพรูปภาพจะต่ำแล้ว ยังมีอาการหน่วง (Latency) ระหว่างการเคลื่อนไหวของภาพบนหน้าจอกับความเป็นจริง ทำให้การถ่ายเซลฟี่ทำได้ลำบาก

Image 4

แบตเตอรี่และการใช้งานจริง

Article image

แบตเตอรี่ขนาด 2,300mAh แบบไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้ ให้การใช้งานที่เพียงพอสำหรับหนึ่งวันเต็มในการใช้งานทั่วไป เช่น ท่องเว็บ, ส่งข้อความ, อ่าน Kindle และดู YouTube จากการทดสอบวิดีโอต่อเนื่องสามารถใช้งานได้ 10 ชั่วโมง 34 นาที ซึ่งอยู่ในระดับมาตรฐานเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

Article image

นอกจากนี้ยังรองรับเทคโนโลยี QuickCharge 2.0 ของ Qualcomm และรองรับ Turbo Charger ของ Motorola ที่เคลมว่าชาร์จเพียง 15 นาที สามารถเพิ่มอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ถึง 8 ชั่วโมง

Article image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

Image 7
  • ชิปเซ็ต: Snapdragon 801 แรงเทียบเท่าเรือธงรุ่นอื่นในยุคเดียวกัน
  • หน้าจอ: AMOLED 5.2 นิ้ว 1080p สีสันสดใสและดำสนิท
  • จุดเด่น: การออกแบบที่จับถนัดมือและปรับแต่งวัสดุได้ผ่าน Moto Maker
  • จุดด้อย: กล้องหน้าทำงานหน่วงและไม่มีช่องใส่ microSD card
  • ซอฟต์แวร์: เน้นความเรียบง่ายแบบ Stock Android พร้อมฟีเจอร์สั่งการด้วยท่าทางและเสียง
Image 5

คำถามที่พบบ่อย

Article image
Article image
Image 8
Article image
Article image
Image 9
Article image
Article image
Image 10
Article image
Article image
Image 11
Article image
Article image
Image 12
Article image
Article image
Image 13

Moto X (2014) เหมาะกับใคร?

เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบสมาร์ทโฟนที่ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน (Simplicity) ให้ความสำคัญกับความสบายในการจับถือ และต้องการเครื่องที่สามารถปรับแต่งรูปลักษณ์ภายนอกได้ตามใจชอบ

ประสิทธิภาพการทำงานสู้คู่แข่งอย่าง Galaxy S5 หรือ One M8 ได้ไหม?

ในแง่ของความแรงดิบ (Raw Performance) ทำได้ใกล้เคียงกันมากเพราะใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 801 เหมือนกัน การใช้งานทั่วไปและการเล่นเกมทำได้อย่างลื่นไหลไม่แพ้กัน

แบตเตอรี่ใช้งานได้นานแค่ไหน?

สามารถใช้งานทั่วไปได้ครบหนึ่งวันเต็ม และรองรับการชาร์จเร็ว QuickCharge 2.0 เพื่อลดระยะเวลาในการชาร์จ

กล้องถ่ายภาพคุณภาพเป็นอย่างไร?

กล้องหลังทำผลงานได้ดีในที่แสงจ้าและมีโหมด HDR ที่ช่วยได้มาก แต่ในที่แสงน้อยคุณภาพจะลดลง และกล้องหน้ายังมีประสิทธิภาพที่ค่อนข้างต่ำและมีการตอบสนองที่ช้า

ทำไมถึงควรเลือก Moto X แทนที่จะเป็นรุ่นอื่นในราคาเดียวกัน?

เพราะ Moto X มอบประสบการณ์ Android ที่สะอาดที่สุด ไม่มีแอปขยะรบกวนมากนัก และมีการผสานฮาร์ดแวร์เข้ากับซอฟต์แวร์อัจฉริยะ (เช่น Moto Actions และ Voice) ได้อย่างลงตัว