Microsoft SharePoint ช่องโหว่ร้ายแรงทำองค์กรทั่วโลกถูกเจาะข้อมูล
สัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ เมื่อองค์กรจำนวนมากทั่วโลกตกเป็นเหยื่อของการถูกเจาะข้อมูล เนื่องจากกลุ่มแฮกเกอร์เร่งโจมตีช่องโหว่ที่เพิ่งถูกค้นพบใน SharePoint เครื่องมือแชร์ไฟล์รุ่นเก่าของ Microsoft ซึ่งเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นสำหรับหน่วยงานที่ยังคงใช้งานระบบแบบติดตั้งในองค์กร (On-premises) ในขณะที่ผู้พัฒนาอย่าง Microsoft กำลังผลักดันให้ผู้ใช้เปลี่ยนไปใช้ระบบคลาวด์แทน
วิกฤตช่องโหว่ที่แม้แต่การอัปเดตก็ช่วยไม่ได้
Microsoft เปิดเผยว่ามีกลุ่มแฮกเกอร์ที่มีความเชื่อมโยงกับประเทศจีนหลายกลุ่มที่ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้ โดยเป้าหมายหลักคือ On-premises SharePoint หรือเซิร์ฟเวอร์ที่องค์กรบริหารจัดการเอง ซึ่งแตกต่างจากเวอร์ชันคลาวด์สมัยใหม่ที่ไม่มีผลกระทบจากปัญหานี้ หนึ่งในเหยื่อที่ถูกรายงานคือสำนักงานบริหารความมั่นคงนิวเคลียร์แห่งชาติ (NNSA) ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีหน้าที่ดูแลอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศ
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ ความผิดพลาดของตัวซอฟต์แวร์แก้ไข (Patch) โดยเดิมทีช่องโหว่นี้ถูกพบในการแข่งขัน Pwn2Own ที่เบอร์ลินเมื่อเดือนพฤษภาคม และ Microsoft ได้ออกแพตช์แก้ไขไปแล้วในช่วงต้นเดือนนี้ แต่ปรากฏว่าแพตช์ดังกล่าวยังมีข้อบกพร่อง ทำให้องค์กรที่ดำเนินการอัปเดตความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดก็ยังคงถูกโจมตีได้ จนนำไปสู่การที่ Microsoft ต้องรีบออก "การป้องกันที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น" เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดซ้ำอีกครั้ง
ทำไมระบบ On-premises ถึงเป็นเป้าหมายหลัก?
เซิร์ฟเวอร์ SharePoint แบบติดตั้งเองมักกลายเป็นเป้าหมายที่ง่ายสำหรับแฮกเกอร์ เนื่องจากหลายองค์กรตั้งค่าให้ระบบเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตสาธารณะ แต่ขาดการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง หรือไม่มีงบประมาณเพียงพอในการเปลี่ยนระบบใหม่ แม้จะมีตัวอัปเดตความปลอดภัยออกมา แต่ผู้ดูแลระบบบางส่วนอาจละเลยการติดตั้ง
Jake Williams ผู้เชี่ยวชาญด้านการตอบสนองต่อเหตุการณ์จาก Hunter Strategy อธิบายว่า ในอดีตหน่วยงานรัฐและองค์กรต่างๆ ลงทุนใน SharePoint เพราะถูกนำเสนอว่าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการแชร์ไฟล์แบบ Windows รุ่นเก่า และเมื่อติดตั้งแล้วก็ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือนเหมือนการสมัครสมาชิก Microsoft 365 บนคลาวด์ อย่างไรก็ตาม การประหยัดค่าใช้จ่ายในวันนี้อาจนำไปสู่ค่าใช้จ่ายมหาศาลในการกู้คืนระบบเมื่อถูกโจมตี

เส้นตายการสนับสนุนและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
ปัจจุบัน Microsoft ยังคงสนับสนุน SharePoint Server เวอร์ชัน 2016 และ 2019 แต่จะสิ้นสุดการสนับสนุน (End of Support) ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2026 ส่วนเวอร์ชัน 2013 และเก่ากว่านั้นได้สิ้นสุดอายุการใช้งาน (End of Life) ไปแล้ว โดยจะได้รับเพียงการอัปเดตความปลอดภัยที่วิกฤตจริงๆ ผ่านบริการแบบชำระเงินเท่านั้น
ทางด้าน CISA (หน่วยงานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ) ได้ออกคำแนะนำให้องค์กรต่างๆ ตัดการเชื่อมต่อ SharePoint Server เวอร์ชันที่หมดอายุการใช้งานออกจากอินเทอร์เน็ตสาธารณะทันที เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตี
| เวอร์ชันของ SharePoint | สถานะการสนับสนุน | ข้อแนะนำ |
|---|---|---|
| เวอร์ชัน 2013 และเก่ากว่า | สิ้นสุดอายุการใช้งาน (End of Life) | ควรยกเลิกการใช้งานหรือตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต |
| เวอร์ชัน 2016 และ 2019 | สนับสนุนถึง 14 ก.ค. 2026 | รีบอัปเดตแพตช์ล่าสุดและวางแผนย้ายสู่คลาวด์ |
| เวอร์ชัน Cloud (M365) | สนับสนุนเต็มรูปแบบ | ปลอดภัยจากช่องโหว่ในครั้งนี้ |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- กลุ่มเป้าหมาย: เฉพาะ SharePoint เวอร์ชันติดตั้งในองค์กร (On-premises) ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
- สาเหตุการรั่วไหล: เกิดจากช่องโหว่ Zero-day และแพตช์แก้ไขรอบแรกที่ทำงานไม่สมบูรณ์
- ผู้โจมตี: พบกลุ่มแฮกเกอร์ที่มีความเชื่อมโยงกับประเทศจีนเป็นผู้ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้
- ผลกระทบ: มีองค์กรทั่วโลกถูกเจาะข้อมูล รวมถึงหน่วยงานด้านนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ (NNSA)
- ทางออก: อัปเดตแพตช์ล่าสุด, เปิดใช้งาน Antimalware Scan Interface และ Microsoft Defender Antivirus หรือย้ายไปใช้ระบบคลาวด์
คำถามที่พบบ่อย
การใช้ SharePoint บนคลาวด์ (Microsoft 365) ปลอดภัยจากเหตุการณ์นี้หรือไม่?
ปลอดภัย เนื่องจากช่องโหว่ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบเฉพาะในเวอร์ชันที่ติดตั้งและบริหารจัดการเองภายในองค์กร (On-premises) เท่านั้น ไม่ส่งผลต่อเวอร์ชันคลาวด์
ทำไมการอัปเดตแพตช์ในตอนแรกถึงไม่สามารถป้องกันการโจมตีได้?
เนื่องจากแพตช์ที่ Microsoft ปล่อยออกมาในช่วงแรกมีข้อบกพร่อง ทำให้ไม่สามารถปิดช่องโหว่ได้อย่างสมบูรณ์ แฮกเกอร์จึงยังสามารถเจาะระบบได้แม้ว่าองค์กรจะทำการอัปเดตแล้ว
หน่วยงาน NNSA ของสหรัฐฯ ได้รับความเสียหายรุนแรงเพียงใด?
กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่าได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย เนื่องจากมีการใช้ระบบคลาวด์ M365 เป็นหลัก และยืนยันว่าไม่มีข้อมูลลับหรือข้อมูลที่ละเอียดอ่อนรั่วไหล
ควรทำอย่างไรหากองค์กรยังจำเป็นต้องใช้ SharePoint เวอร์ชันเก่า?
ควรตัดการเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ออกจากอินเทอร์เน็ตสาธารณะทันทีหากเป็นเวอร์ชันที่หมดอายุการใช้งาน และหากยังต้องใช้งานอยู่ ต้องมั่นใจว่าได้ติดตั้งแพตช์ล่าสุดและเปิดใช้งานระบบป้องกันไวรัสของ Microsoft อย่างเต็มรูปแบบ
SharePoint เวอร์ชันใดบ้างที่กำลังจะหมดอายุการสนับสนุน?
SharePoint Server 2016 และ 2019 จะสิ้นสุดการสนับสนุนอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 กรกฎาคม 2026



