Microsoft Fiji และ Vienna ทิศทางใหม่ของระบบปฏิบัติการหลังยุค Windows Vista

ในขณะที่โลกกำลังคุ้นเคยกับ Windows Vista แต่เบื้องหลังการทำงานของ Microsoft นั้นมีการเตรียมการสำหรับก้าวต่อไปที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ข้อมูลจากแหล่งข่าววงในระบุถึงโครงการพัฒนาในชื่อ Fiji และ Vienna ซึ่งจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจาก Vista โดยนำเสนอแนวคิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่การปรับปรุงฟีเจอร์เดิมไปจนถึงการรื้อระบบปฏิบัติการใหม่ทั้งหมด

ทำความรู้จักกับ Fiji: การยกระดับ Vista ให้สมบูรณ์แบบ

โครงการ Fiji ถูกมองว่าเป็นเหมือน "Vista R2" หรือเวอร์ชันปรับปรุงที่นำเอาฟีเจอร์ล้ำสมัยซึ่งเคยถูกตัดออกไปในช่วงการพัฒนา Vista กลับมาใส่อีกครั้ง เพื่อให้ระบบปฏิบัติการมีความสมบูรณ์ตามเป้าหมายเดิมที่วางไว้

จุดเด่นที่น่าสนใจของ Fiji ประกอบด้วยการนำ WinFS (Windows Future Storage) ซึ่งเป็นระบบจัดการข้อมูลรูปแบบใหม่ที่จะทำงานอยู่บน NTFS (New Technology File System) หรือระบบไฟล์มาตรฐานของ Windows เพื่อให้การค้นหาและจัดการข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการพัฒนา Sidebar ให้มีความสามารถหลากหลายขึ้น และการผสานการทำงานร่วมกับ Windows Live อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในด้านมัลติมีเดีย

ในด้านความบันเทิงและความปลอดภัย Fiji จะรองรับการเล่นไฟล์ HD DVD ในตัว และนำระบบ Next-Generation Secure Computing Base มาใช้เพื่อยกระดับการป้องกันข้อมูล รวมถึงมีข่าวลือว่าอาจมีการเพิ่มซอฟต์แวร์สร้างสรรค์ดนตรีที่คล้ายกับ Garage Band ในชื่อ Monaco เข้ามาด้วย

ก้าวข้ามขีดจำกัดกับ Vienna: การปฏิวัติระบบปฏิบัติการครั้งใหญ่

หาก Fiji คือการปรับปรุง Vienna คือการ "เริ่มต้นใหม่" อย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายที่จะรื้อโครงสร้างระบบปฏิบัติการเดิมทิ้งทั้งหมด ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการขาดความเข้ากันได้ (Compatibility) กับแอปพลิเคชันเดิมที่มีอยู่ ซึ่งเป็นความท้าทายที่ Microsoft อาจต้องหาวิธีเปลี่ยนผ่านที่ราบรื่นคล้ายกับแนวทางของ Apple

ความเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจที่สุดของ Vienna คือการตัดองค์ประกอบคลาสสิกอย่าง Start Menu, แถบเครื่องมือ (Toolbars) และเมนูแบบเดิมออกไป แล้วแทนที่ด้วย Pie-menu interface หรือเมนูรูปวงกลมที่เน้นความรวดเร็วในการเข้าถึง โดยมี WinFS และระบบการค้นหาเป็นแกนกลางของระบบปฏิบัติการ

นอกจากนี้ Vienna ยังมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น การรองรับคำสั่งเสียง (Speech Support) ที่ทรงพลัง และการนำ Sandbox mode มาใช้ ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมจำลองที่แยกส่วนจากระบบหลัก เพื่อให้สามารถรันโค้ดที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ (Non-managed code) ได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของเครื่อง

ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Fiji และ Vienna
คุณสมบัติ Fiji (Vista R2) Vienna (Next-Gen OS)
แนวคิดหลัก ปรับปรุงและเพิ่มฟีเจอร์จาก Vista รื้อระบบและออกแบบใหม่ทั้งหมด
อินเทอร์เฟซ ปรับปรุงจากรูปแบบเดิม ใช้ Pie-menu (ไม่มี Start Menu)
การจัดการไฟล์ WinFS ทำงานบน NTFS WinFS เป็นแกนกลางของระบบ
ความเข้ากันได้ รองรับแอปพลิเคชันเดิม อาจไม่รองรับแอปพลิเคชันเดิม
ฟีเจอร์เด่น HD DVD, Monaco, Windows Live Speech Support, Sandbox mode

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Fiji เน้นการนำฟีเจอร์ที่ถูกตัดออกใน Vista กลับมาใช้ เช่น WinFS และการรองรับ HD DVD
  • Vienna มีแผนยกเลิก Start Menu และเปลี่ยนไปใช้ระบบ Pie-menu แทน
  • WinFS คือระบบจัดการข้อมูลขั้นสูงที่จะเข้ามาเปลี่ยนวิธีการจัดเก็บไฟล์แบบเดิม
  • Sandbox mode ใน Vienna ช่วยให้รันโปรแกรมที่ไม่ปลอดภัยได้โดยไม่กระทบระบบหลัก
  • ความเข้ากันได้ ของ Vienna อาจเป็นปัญหาใหญ่เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนโครงสร้าง OS ใหม่ทั้งหมด

คำถามที่พบบ่อย

Fiji แตกต่างจาก Windows Vista อย่างไร?

Fiji เปรียบเสมือนเวอร์ชันอัปเกรดของ Vista ที่นำฟีเจอร์ที่เคยถูกตัดออกไปในช่วงพัฒนา กลับมาใส่ให้ครบถ้วน เช่น ระบบ WinFS และการผสานการทำงานกับ Windows Live ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

WinFS คืออะไรและทำงานอย่างไร?

WinFS คือระบบจัดเก็บข้อมูลรูปแบบใหม่ที่ Microsoft พัฒนาขึ้น โดยใน Fiji จะทำงานอยู่บนระบบไฟล์ NTFS เพื่อช่วยให้การค้นหาและจัดการข้อมูลในเครื่องทำได้รวดเร็วและเป็นระบบมากขึ้น

ทำไม Vienna ถึงอาจไม่รองรับแอปพลิเคชันเก่า?

เนื่องจาก Vienna เป็นการรื้อโครงสร้างระบบปฏิบัติการใหม่ทั้งหมด (Complete Overhaul) เพื่อให้ Microsoft มีอิสระในการสร้างสรรค์ระบบใหม่ จึงทำให้สถาปัตยกรรมภายในเปลี่ยนไปจนไม่สามารถรันซอฟต์แวร์ที่เขียนขึ้นสำหรับ OS รุ่นเก่าได้

Pie-menu interface ใน Vienna คืออะไร?

คือรูปแบบการสั่งการผ่านเมนูรูปวงกลม ซึ่งจะเข้ามาแทนที่ Start Menu และแถบเครื่องมือแบบดั้งเดิม เพื่อเปลี่ยนวิธีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้กับคอมพิวเตอร์ให้แตกต่างไปจากเดิม

Sandbox mode ใน Vienna มีประโยชน์อย่างไร?

ช่วยให้ผู้ใช้สามารถรันโค้ดหรือโปรแกรมที่ไม่ได้ผ่านการรับรอง (Non-managed code) ในพื้นที่จำลองที่แยกออกจากระบบปฏิบัติการหลัก ทำให้หากโปรแกรมนั้นมีปัญหาหรือเป็นอันตราย จะไม่สามารถทำลายระบบความปลอดภัยของเครื่องได้