Meta เปิดตัวแพ็กเกจไร้โฆษณาบน Facebook และ Instagram ในยุโรปเพื่อตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัว
Meta ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัวตัวเลือก การใช้งานแบบไม่มีโฆษณา (Ad-free option) สำหรับผู้ใช้ Facebook และ Instagram ซึ่งการเคลื่อนไหวในครั้งนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อปฏิบัติตามกฎระเบียบ GDPR (General Data Protection Regulation) หรือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรปที่ประกาศใช้มาตั้งแต่ปี 2018
ปัจจุบัน บริการนี้เปิดให้ใช้งานเฉพาะในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (EU) รวมถึงไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ โดยผู้ใช้งานที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป สามารถเลือกได้ว่าจะใช้งานแพลตฟอร์มฟรีโดยแลกกับการเห็นโฆษณา หรือจะชำระค่าบริการรายเดือนเพื่อปิดการมองเห็นโฆษณาทั้งหมด สำหรับผู้ใช้งานที่อายุต่ำกว่า 18 ปี Meta จะมอบสิทธิ์การใช้งานแบบไร้โฆษณาให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
รายละเอียดค่าบริการและช่องทางการสมัคร
ราคาของการสมัครสมาชิกจะแตกต่างกันตามช่องทางที่ผู้ใช้เลือกดำเนินการ ดังนี้:
- สมัครผ่านเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์: ค่าบริการอยู่ที่ 10 ยูโรต่อเดือน
- สมัครผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน: ค่าบริการจะเพิ่มขึ้นเป็น 13 ยูโรต่อเดือน
ไม่ว่าผู้ใช้จะสมัครผ่านช่องทางใด สิทธิ์การใช้งานแบบไร้โฆษณาจะครอบคลุมทั้งการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันและหน้าเว็บ โดยผู้ที่สนใจสามารถกดสมัครผ่านป๊อปอัปที่จะปรากฏขึ้นเมื่อเข้าสู่ระบบ หรือเข้าไปตั้งค่าได้ด้วยตนเองในเมนู Settings ของบัญชี Facebook และ Instagram
| ช่องทางการสมัคร | ราคาต่อเดือน (ยูโร) | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| เดสก์ท็อป/เบราว์เซอร์ | 10 € | ราคาพื้นฐาน |
| แอปพลิเคชันมือถือ | 13 € | ราคาสูงกว่าเนื่องจากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม |
| บัญชีเพิ่มเติม (หลัง มี.ค. ปีหน้า) | 6 € - 8 € | ราคาต่อหนึ่งบัญชีที่เพิ่มขึ้น |
การจัดการข้อมูลและความเป็นส่วนตัว
Alex Dziedzan โฆษกด้านนโยบายของ Meta ระบุว่า สำหรับผู้ที่เลือกจ่ายเงินเพื่อไร้โฆษณา ทางบริษัทจะ ไม่นำข้อมูลใดๆ ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการโฆษณา ซึ่งรวมถึงการปิดการใช้ข้อมูล First-party data (ข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมโดยตรงจากผู้ใช้) และระงับการรับข้อมูลจากบุคคลที่สาม เช่น แบรนด์สินค้าต่างๆ อย่างไรก็ตาม ข้อมูล First-party data จะยังคงถูกนำไปใช้ในฟังก์ชันการทำงานพื้นฐานของระบบที่ไม่เกี่ยวข้องกับการโฆษณา
ในทางกลับกัน ผู้ที่เลือกใช้งานฟรีจะยินยอมให้ Meta ติดตามข้อมูลเพื่อทำ Targeted Advertising หรือการโฆษณาแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งก่อนหน้านี้ Meta เคยโต้แย้งว่าไม่จำเป็นต้องขอความยินยอมจากผู้ใหญ่ใน EU สำหรับการโฆษณาลักษณะนี้ จนกระทั่งถูกปรับเป็นเงินจำนวนมหาศาลจากการโอนย้ายข้อมูลผู้ใช้ชาวยุโรปไปยังสหรัฐอเมริกาในช่วงต้นปี 2023

ข้อถกเถียงจากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ
แม้ Meta จะนำเสนอทางเลือกนี้ แต่กลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านความเป็นส่วนตัวอย่าง Thorin Klosowski จาก Electronic Frontier Foundation มองว่านี่ไม่ใช่เพียงการซื้อความสะดวกสบายเหมือนการสมัคร Netflix แต่เป็นรูปแบบของ "การจ่ายเงินเพื่อซื้อความเป็นส่วนตัว" (Pay-for-privacy scheme) ซึ่งอาจทำให้สิทธิ์ในการไม่ถูกติดตามข้อมูลกลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้เฉพาะผู้ที่มีกำลังทรัพย์เท่านั้น
ทางด้าน Meta ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ โดยยืนยันว่าผู้ใช้เวอร์ชันฟรีทุกคนยังคงได้รับความคุ้มครองภายใต้กฎหมาย GDPR และสามารถตั้งค่าปิดการโฆษณาจากบุคคลที่สามได้บางส่วนอยู่แล้ว
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- พื้นที่ให้บริการ: เฉพาะ EU, ไอซ์แลนด์, ลิกเตนสไตน์, นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์
- กลุ่มเป้าหมาย: ผู้ใช้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป (เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีใช้ฟรีแบบไม่มีโฆษณา)
- ราคา: เริ่มต้น 10 ยูโร/เดือน (ผ่านเว็บ) และ 13 ยูโร/เดือน (ผ่านแอป)
- การเปลี่ยนแปลงในอนาคต: ตั้งแต่เดือนมีนาคมปีหน้า บัญชีเพิ่มเติมใน Accounts Center จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 6-8 ยูโรต่อบัญชี
- สถานะในสหรัฐฯ: ยังไม่มีแผนเปิดตัว ยกเว้นจะมีการออกกฎหมายคุ้มครองข้อมูลที่เข้มงวดขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
หากสมัครสมาชิกแล้ว ข้อมูลของฉันจะถูกนำไปใช้อย่างไร?
Meta จะไม่นำข้อมูลของคุณไปใช้เพื่อการโฆษณาเลย ทั้งข้อมูลที่เก็บเองและข้อมูลจากบุคคลที่สาม แต่จะยังคงใช้ข้อมูลบางส่วนเพื่อการทำงานของระบบในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการโฆษณา
ราคาการสมัครสมาชิกผ่านแอปและเว็บแตกต่างกันอย่างไร?
การสมัครผ่านเว็บจะมีราคาถูกกว่าที่ 10 ยูโรต่อเดือน ในขณะที่การสมัครผ่านแอปพลิเคชันจะมีราคาสูงกว่า 3 ยูโร (รวมเป็น 13 ยูโรต่อเดือน)
ถ้ามีทั้งบัญชี Facebook และ Instagram ต้องจ่ายเงินอย่างไร?
เนื่องจากเป็นบริการที่แยกจากกัน ผู้ใช้จะต้องชำระค่าบริการสำหรับทั้งสองบัญชี ซึ่งหากสมัครผ่านเบราว์เซอร์อาจมีค่าใช้จ่ายรวมสูงถึงประมาณ 192 ยูโรต่อปี
ผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกาจะสามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้เมื่อไหร่?
ในขณะนี้ยังไม่มีแนวโน้มว่า Meta จะนำระบบนี้มาใช้ในสหรัฐฯ เว้นแต่จะมีการผลักดันกฎหมายด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่เข้มงวดมากขึ้นจากทางรัฐสภา
สามารถยกเลิกการสมัครสมาชิกได้ที่ไหน?
ผู้ใช้สามารถเข้าไปจัดการหรือยกเลิกการสมัครสมาชิกได้ตลอดเวลาผ่านเมนูการตั้งค่า (Settings) ในบัญชี Facebook หรือ Instagram ของตนเอง



