Meta เตือนภัยมัลแวร์รูปแบบใหม่ กระจายการโจมตีหลายแพลตฟอร์มเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ

ยักษ์ใหญ่ด้านโซเชียลมีเดียอย่าง Meta ได้ออกมาเปิดเผยถึงกลยุทธ์ล่าสุดของกลุ่มแฮกเกอร์ที่ปรับเปลี่ยนวิธีการโจมตี โดยการกระจายโครงสร้างพื้นฐานของมัลแวร์ (Malware) หรือซอฟต์แวร์ประสงค์ร้าย ไปยังหลากหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน เพื่อสร้างความยากลำบากให้บริษัทเทคโนโลยีในการตรวจจับพฤติกรรมที่ผิดปกติ เนื่องจากไม่มีบริษัทใดบริษัทหนึ่งเห็นภาพรวมของการโจมตีทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม Meta มองว่าการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์นี้เป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นว่ามาตรการกวาดล้างของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังได้ผล ทำให้ผู้โจมตีต้องพยายามหาวิธีที่ซับซ้อนขึ้นเพื่อความอยู่รอด

ยกระดับการป้องกันสำหรับบัญชีธุรกิจ

เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามดังกล่าว Meta ได้เพิ่มระบบควบคุมใหม่สำหรับบัญชีธุรกิจบน Facebook เพื่อให้เจ้าของธุรกิจสามารถตรวจสอบและจำกัดสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ (Administrator) ได้อย่างเข้มงวดขึ้น โดยครอบคลุมถึงการกำหนดว่าใครสามารถแต่งตั้งผู้ดูแลคนใหม่ หรือใครที่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลสำคัญ เช่น วงเงินสินเชื่อ

มาตรการนี้มุ่งเป้าไปที่การสกัดกั้นเทคนิคยอดนิยมของแฮกเกอร์ ที่มักจะเจาะเข้าบัญชีส่วนตัวของพนักงานในบริษัทเป้าหมายก่อน จากนั้นจึงใช้บัญชีที่ถูกยึดนั้นเพิ่มตัวเองเข้าไปเป็นผู้ดูแลหน้าเพจธุรกิจเพื่อเข้าควบคุมระบบทั้งหมด

เครื่องมือช่วยกำจัดมัลแวร์ในอุปกรณ์

นอกจากนี้ Meta ยังเปิดตัวเครื่องมือแนะนำขั้นตอนการตรวจสอบและลบมัลแวร์ออกจากอุปกรณ์ขององค์กร รวมถึงแนะนำให้ใช้โปรแกรมสแกนไวรัสจากผู้ให้บริการภายนอก เนื่องจากพบรูปแบบการโจมตีที่น่ากังวล คือผู้ใช้กู้คืนบัญชี Facebook กลับมาได้แล้ว แต่กลับถูกแฮกซ้ำอีกครั้ง เพราะมัลแวร์ยังคงฝังตัวอยู่ในอุปกรณ์ที่ใช้งาน

กลยุทธ์การโจมตีแบบ "รอยเท้าขนมปัง"

วิธีการที่ผู้โจมตีใช้ในปัจจุบันมีความซับซ้อนสูง โดยจะสร้างเส้นทางให้เหยื่อเดินตาม (Bread crumbs) ผ่านบริการที่ดูน่าเชื่อถือหลายแห่ง เช่น:

  • เริ่มต้นด้วยการลงโฆษณาบน Facebook ที่ดูไม่เป็นอันตราย แต่ลิงก์ไปยังหน้าโปรไฟล์เฉพาะทางหรือหน้าผู้สร้างคอนเทนต์ปลอม
  • ในหน้าโปรไฟล์นั้น จะมีการระบุรหัสผ่านและลิงก์ไปยังบริการฝากไฟล์ เช่น Dropbox หรือ Mega
  • ไฟล์มัลแวร์จะถูกอัปโหลดและเข้ารหัสไว้ด้วยรหัสผ่านที่แจ้งไว้ก่อนหน้า เพื่อหลบเลี่ยงการสแกนและตรวจจับของระบบรักษาความปลอดภัยในแพลตฟอร์มฝากไฟล์

ด้วยวิธีนี้ ไม่มีแพลตฟอร์มใดเห็นภาพรวมของการโจมตีตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้การสกัดกั้นทำได้ยากขึ้น

การใช้กระแส Generative AI เป็นเหยื่อล่อ

Meta พบว่าผู้โจมตีเริ่มนำความสนใจใน Generative AI (ปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถสร้างเนื้อหาใหม่ได้) เช่น ChatGPT และ Bard มาใช้สร้างโฆษณาหลอกลวง โดยอ้างว่ามอบสิทธิ์การเข้าถึงเครื่องมือเหล่านี้ ซึ่งตั้งแต่เดือนมีนาคม 2023 Meta ได้บล็อกลิงก์อันตรายที่เกี่ยวข้องกับ AI ไปแล้วกว่า 1,000 ลิงก์ พร้อมแจ้งข้อมูลไปยังบริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ และรายงานการพบส่วนขยายเบราว์เซอร์ (Browser Extensions) รวมถึงแอปพลิเคชันมือถือที่เป็นอันตราย

เจาะลึกมัลแวร์ตัวร้าย: Ducktail และ NodeStealer

Meta ระบุว่ากลุ่มผู้โจมตีจากประเทศเวียดนามเป็นผู้อยู่เบื้องหลังมัลแวร์สำคัญ 2 ชนิด ได้แก่:

  1. Ducktail: มุ่งเน้นการยึดบัญชีธุรกิจบน Facebook เพื่อใช้เป็นฐานในการกระจายโฆษณาหลอกลวงต่อไป ซึ่ง Meta ได้ดำเนินการส่งจดหมายเตือนให้หยุดการกระทำและแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายแล้ว
  2. NodeStealer: มัลแวร์ที่พุ่งเป้าไปยังเบราว์เซอร์บน Windows เพื่อขโมยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และคุกกี้ (Cookies) เพื่อเข้าถึงบัญชี Facebook, Gmail และ Outlook โดย Meta ได้ประสานงานกับผู้ให้บริการโฮสติ้งและผู้จดทะเบียนโดเมนเพื่อสั่งปิดกั้น จนไม่พบตัวอย่างของมัลแวร์นี้ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์
สรุปภัยคุกคามและมาตรการตอบโต้จาก Meta
ประเภทภัยคุกคาม เป้าหมาย/วิธีการ มาตรการแก้ไขของ Meta
การโจมตีหลายแพลตฟอร์ม ใช้ Facebook $\rightarrow$ โปรไฟล์ปลอม $\rightarrow$ บริการฝากไฟล์ ประสานงานระหว่างบริษัทเทคโนโลยีและแชร์ข้อมูล
การยึดบัญชีธุรกิจ แฮกบัญชีพนักงานเพื่อเป็นผู้ดูแลเพจ เพิ่มระบบควบคุมและตรวจสอบสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ
มัลแวร์ Ducktail ยึดบัญชีธุรกิจเพื่อลงโฆษณาปลอม แจ้งความดำเนินคดีและส่งจดหมายระงับการกระทำ
มัลแวร์ NodeStealer ขโมยรหัสผ่านและคุกกี้จาก Windows สั่งปิดกั้นโดเมนและโฮสติ้งที่เกี่ยวข้อง
AI-themed Lures หลอกให้คลิกลิงก์เข้าถึงเครื่องมือ AI บล็อกลิงก์อันตรายกว่า 1,000 รายการ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • แฮกเกอร์ใช้วิธีกระจายโครงสร้างการโจมตีหลายแพลตฟอร์มเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับแบบเบ็ดเสร็จ
  • Meta เพิ่มระบบจัดการสิทธิ์ผู้ดูแลบัญชีธุรกิจเพื่อป้องกันการยึดครองเพจ
  • มัลแวร์ Ducktail และ NodeStealer ถูกระบุว่าดำเนินการโดยกลุ่มผู้โจมตีในเวียดนาม
  • การใช้ Generative AI เป็นหัวข้อล่อลวงในโฆษณามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
  • ความร่วมมือระหว่างบริษัทเทคโนโลยีและเจ้าหน้าที่รัฐเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มต้นทุนและลดประสิทธิภาพของผู้โจมตี

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมการกระจายการโจมตีหลายแพลตฟอร์มถึงอันตราย?

เพราะทำให้บริษัทเทคโนโลยีแต่ละแห่งเห็นเพียงส่วนหนึ่งของการโจมตี เช่น เห็นแค่โฆษณาบน Facebook แต่ไม่เห็นไฟล์มัลแวร์ที่ถูกฝากไว้ใน Dropbox ทำให้ยากต่อการเชื่อมโยงภาพรวมและระงับเหตุได้ทันท่วงที

หากกู้คืนบัญชี Facebook ได้แล้ว ยังต้องกังวลเรื่องมัลแวร์อีกหรือไม่?

ยังต้องกังวล เนื่องจากหากมัลแวร์ยังคงฝังตัวอยู่ในอุปกรณ์ของคุณ แฮกเกอร์สามารถขโมยข้อมูลรหัสผ่านใหม่หรือคุกกี้เพื่อกลับเข้ามาควบคุมบัญชีของคุณได้อีกครั้ง จึงควรใช้เครื่องมือสแกนมัลแวร์เพื่อล้างอุปกรณ์ให้สะอาด

NodeStealer ทำงานอย่างไรและส่งผลกระทบต่อใครบ้าง?

NodeStealer จะโจมตีเบราว์เซอร์บนระบบปฏิบัติการ Windows เพื่อดักจับชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และคุกกี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ Facebook, Gmail และ Outlook ที่ใช้เบราว์เซอร์ดังกล่าว

Meta มีวิธีป้องกันโฆษณาหลอกลวงที่เกี่ยวกับ AI อย่างไร?

Meta ใช้วิธีตรวจจับและบล็อกลิงก์อันตรายที่แอบอ้างเรื่อง Generative AI พร้อมทั้งแบ่งปันข้อมูล URL เหล่านั้นให้กับบริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ เพื่อสร้างเครือข่ายป้องกันร่วมกัน

ผู้ดูแลบัญชีธุรกิจควรทำอย่างไรเพื่อเพิ่มความปลอดภัย?

ควรใช้ระบบควบคุมใหม่ของ Meta ในการตรวจสอบและจำกัดสิทธิ์ผู้ดูแลระบบอย่างเคร่งครัด ไม่มอบสิทธิ์การเป็นผู้ดูแลให้แก่บุคคลที่ไม่จำเป็น และหมั่นตรวจสอบว่าใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าถึงการดำเนินการที่สำคัญในบัญชี