Meta ถอดระบบจดจำใบหน้า NameTag ออกจากแอป Meta AI หลังถูกเปิดโปง

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการเทคโนโลยี เมื่อ Meta ตัดสินใจลบซอฟต์แวร์จดจำใบหน้าที่ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการออกจากแอปพลิเคชัน Meta AI ซึ่งเป็นแอปคู่หูสำหรับแว่นตาอัจฉริยะ (Smart Glasses) หลังจากที่สื่ออย่าง WIRED ได้เปิดเผยว่ามีการแอบติดตั้งระบบนี้ลงในอุปกรณ์ของผู้ใช้งานมากกว่า 50 ล้านเครื่อง

ระบบดังกล่าวมีชื่อเรียกภายในว่า NameTag ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนภาพใบหน้าที่บันทึกได้จากแว่นตาให้กลายเป็น Faceprints หรือลายเซ็นชีวมาตร (Biometric Signatures) ซึ่งเป็นข้อมูลระบุตัวตนเฉพาะบุคคล เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลที่จัดเก็บไว้ในเครื่องของผู้ใช้ นอกจากนี้ ระบบยังมีความสามารถในการตัดภาพใบหน้าที่ไม่รู้จักเพื่อจัดทำดัชนีและเก็บไว้ประมวลผลในภายหลังอีกด้วย

การตอบโต้และข้อโต้แย้งจาก Meta

ในช่วงแรกที่ข้อมูลนี้ถูกเปิดเผย ผู้บริหารของ Meta ได้ออกมาปฏิเสธอย่างรุนแรง โดย Andrew Bosworth ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ระบุว่ารายงานดังกล่าวเป็นการบิดเบือนความจริงและไม่ซื่อสัตย์ ขณะที่ Andy Stone รองประธานฝ่ายสื่อสาร กล่าวว่าฟีเจอร์นี้เป็นเพียงการทดลองเบื้องต้น และบริษัทยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะนำมาใช้งานจริงหรือไม่

อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์โค้ดในเวอร์ชันล่าสุดพบว่า Meta ได้ลบไลบรารีซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับการจดจำใบหน้าออกเกือบทั้งหมด รวมถึงระบบแจ้งเตือน "Person recognized" และโฟลเดอร์ที่ใช้เก็บภาพใบหน้าที่ไม่รู้จัก ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างก่อนหน้าที่ว่า "ฟีเจอร์นี้ไม่มีอยู่จริง"

Image 7

ความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวและจริยธรรม

ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือรายงานจาก The New York Times ที่ระบุว่า Meta อาจพิจารณาเปิดตัวระบบนี้ในช่วงที่มีสถานการณ์ทางการเมืองวุ่นวาย เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากกลุ่มผู้สนับสนุนด้านสิทธิพลเมืองและความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ Meta ยังปฏิเสธที่จะตอบคำถามสำคัญหลายประการ เช่น ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลชีวมาตร หรือการส่งข้อมูลกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท

ทางด้าน Kade Crockford จาก ACLU ของรัฐแมสซาชูเซตส์ มองว่าเหตุการณ์นี้เป็นหลักฐานชัดเจนว่ากฎหมายคุ้มครองข้อมูลผู้บริโภคในปัจจุบันยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ และเรียกร้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทเทคโนโลยีให้ความสำคัญกับผลกำไรมากกว่าสิทธิความเป็นส่วนตัวของประชาชน

Image 8
สรุปรายละเอียดระบบ NameTag ของ Meta
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อระบบ NameTag
การทำงานหลัก แปลงใบหน้าเป็น Faceprints (ลายเซ็นชีวมาตร) เพื่อระบุตัวตน
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง แว่นตาอัจฉริยะ และแอป Meta AI
จำนวนผู้ได้รับผลกระทบ ผู้ติดตั้งแอปมากกว่า 50 ล้านคน
สถานะปัจจุบัน ถูกถอดออกจากโค้ดเวอร์ชันล่าสุด (เกือบทั้งหมด)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • NameTag คือระบบจดจำใบหน้าที่ Meta แอบใส่ไว้ในแอป Meta AI โดยไม่ได้แจ้งผู้ใช้
  • ระบบสามารถสร้าง Faceprints และเก็บข้อมูลใบหน้าที่ไม่รู้จักไว้ในเครื่องเพื่อประมวลผลต่อ
  • Meta ปฏิเสธการตอบคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลและการส่งข้อมูลกลับเซิร์ฟเวอร์
  • มีการลบโค้ดส่วนใหญ่ทิ้งหลังจากการรายงานของ WIRED แต่ยังคงมีเศษซากโค้ดบางส่วนหลงเหลืออยู่
  • นักสิทธิมนุษยชนเตือนว่าระบบนี้อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การสะกดรอยตาม (Stalking)

คำถามที่พบบ่อย

ระบบ NameTag ทำงานอย่างไร?

ระบบจะจับภาพใบหน้าผ่านแว่นตาอัจฉริยะ แล้วแปลงภาพนั้นให้เป็นข้อมูลดิจิทัลเฉพาะตัวที่เรียกว่า Faceprints เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลในเครื่องเพื่อระบุว่าบุคคลนั้นคือใคร

ทำไม Meta ถึงต้องลบโค้ดนี้ออก?

แม้ Meta จะไม่ได้ระบุเหตุผลอย่างเป็นทางการ แต่การลบเกิดขึ้นทันทีหลังจากที่ WIRED เปิดเผยว่ามีการแอบติดตั้งระบบจดจำใบหน้าลงในแอปที่ผู้ใช้นับล้านดาวน์โหลดไปใช้งาน

ข้อมูลใบหน้าของผู้ใช้ถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Meta หรือไม่?

ในปัจจุบันยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน เนื่องจาก Meta ปฏิเสธที่จะตอบคำถามของ WIRED ในประเด็นเรื่องการส่งข้อมูลชีวมาตรกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท

ระบบนี้ส่งผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัวอย่างไร?

ผู้เชี่ยวชาญกังวลว่าการระบุตัวตนคนแปลกหน้าในที่สาธารณะได้โดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม อาจเปิดช่องให้เกิดการคุกคามหรือการสะกดรอยตามได้ง่ายขึ้น

ปัจจุบันระบบ NameTag ยังอยู่ในแอป Meta AI หรือไม่?

โค้ดส่วนใหญ่ถูกถอดออกแล้วในเวอร์ชันล่าสุด แต่ยังคงมีส่วนประกอบเล็กน้อย เช่น เมนูดีบั๊กภายในและลิงก์ที่ไม่ได้ใช้งานหลงเหลืออยู่