Meta รุกหนักซื้อพลังงานแสงอาทิตย์ 1 GW รองรับการเติบโตของ AI
ในขณะที่การพัฒนา ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวกระโดด ความต้องการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลก็พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ล่าสุด Meta ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีได้เดินหน้าบรรลุข้อตกลงจัดซื้อพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มเติมเกือบ 1 กิกะวัตต์ (GW) เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีพลังงานเพียงพอสำหรับเป้าหมายด้าน AI ที่ทะเยอทะยาน
การตกลงซื้อขายในครั้งนี้ส่งผลให้ในปีนี้ Meta มีการจัดซื้อพลังงานแสงอาทิตย์รวมแล้วกว่า 3 กิกะวัตต์ ซึ่งเหตุผลที่บริษัทเทคโนโลยีส่วนใหญ่เลือกพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากมีต้นทุนที่ต่ำและสามารถก่อสร้างให้พร้อมใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อการขยายตัวของเครือข่ายศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
รายละเอียดการลงทุนในสหรัฐอเมริกา
ข้อตกลงล่าสุดของ Meta แบ่งออกเป็นสองพื้นที่หลักในสหรัฐฯ ดังนี้:
- รัฐเท็กซัส: Meta ได้ตกลงซื้อพลังงานจำนวน 600 เมกะวัตต์ จากฟาร์มโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่ใกล้เมืองลับบ็อก (Lubbock) โดยโครงการนี้จะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2027 แม้ว่าโรงไฟฟ้าแห่งนี้จะไม่ได้เชื่อมต่อกับศูนย์ข้อมูลของ Meta โดยตรง แต่จะส่งไฟฟ้าเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้าท้องถิ่นเพื่อเป็นการชดเชยพลังงานที่ศูนย์ข้อมูลนำไปใช้
- รัฐลุยเซียนา: มีการทำข้อตกลงสองฉบับเพื่อซื้อคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมของไฟฟ้า รวมทั้งสิ้น 385 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 ปีข้างหน้า
เจาะลึกเรื่อง EACs และข้อถกเถียงด้านสิ่งแวดล้อม
ในโครงการที่รัฐลุยเซียนา Meta ใช้วิธีการซื้อ Environmental Attribute Certificates (EACs) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ใบรับรองพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นเอกสารที่ยืนยันว่ามีการผลิตพลังงานสะอาดในปริมาณที่กำหนด เพื่อให้บริษัทนำไปใช้ชดเชยการใช้พลังงานจากแหล่งที่ปล่อยคาร์บอนสูง
ในอดีต EACs ถูกนำมาใช้ในช่วงที่พลังงานหมุนเวียนยังมีราคาสูงกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิล เพื่อจูงใจให้ผู้พัฒนาสร้างโครงการพลังงานสะอาดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันต้นทุนของพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมลดลงอย่างมากจนสามารถแข่งขันกับโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือก๊าซธรรมชาติได้
ด้วยเหตุนี้ ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนจึงวิจารณ์ว่าการใช้ EACs อาจเป็นการบิดเบือนตัวเลขการปล่อยคาร์บอนที่แท้จริงของบริษัทเทคโนโลยี โดยเฉพาะในยุคที่ AI ทำให้การใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้น และเสนอว่าหากบริษัทต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ควรสนับสนุนให้มีการสร้างกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนใหม่ๆ เพิ่มขึ้น แทนการซื้อเพียงใบรับรอง
| พื้นที่โครงการ | กำลังการผลิต | รูปแบบการดำเนินการ | ปีที่เริ่มใช้งาน |
|---|---|---|---|
| ลับบ็อก, เท็กซัส | 600 MW | ส่งเข้าโครงข่ายไฟฟ้าท้องถิ่น (Offset) | 2027 |
| รัฐลุยเซียนา | 385 MW | ซื้อใบรับรองคุณลักษณะสิ่งแวดล้อม (EACs) | ภายใน 2 ปี |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Meta จัดซื้อพลังงานแสงอาทิตย์รวมกว่า 3 GW ภายในปีนี้
- โครงการล่าสุดในเท็กซัสและลุยเซียนา รวมกันเกือบ 1 GW
- พลังงานแสงอาทิตย์ถูกเลือกเพราะ ราคาถูกและติดตั้งได้รวดเร็ว
- มีการใช้ EACs เพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอนในบางโครงการ
- ผู้เชี่ยวชาญแนะให้เน้น การสร้างกำลังการผลิตใหม่ มากกว่าการซื้อใบรับรอง
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม Meta ถึงต้องรีบซื้อพลังงานแสงอาทิตย์จำนวนมาก?
เนื่องจากการพัฒนา AI ต้องใช้ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ซึ่งบริโภคไฟฟ้ามหาศาล Meta จึงต้องจัดหาแหล่งพลังงานที่ราคาถูกและรวดเร็วเพื่อรองรับการเติบโตนี้
EACs คืออะไร และทำงานอย่างไร?
EACs หรือใบรับรองพลังงานหมุนเวียน คือเอกสารที่พิสูจน์ว่ามีการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งสะอาด ซึ่งบริษัทสามารถซื้อเพื่อนำมาอ้างสิทธิ์ในการชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการใช้ไฟฟ้าปกติ
โครงการในเท็กซัสส่งไฟฟ้าให้ Meta โดยตรงหรือไม่?
ไม่ส่งโดยตรง แต่จะส่งไฟฟ้าเข้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าส่วนกลาง ซึ่งถือเป็นการชดเชยปริมาณไฟฟ้าที่ศูนย์ข้อมูลของ Meta ดึงไปใช้จากระบบ
ทำไมผู้เชี่ยวชาญถึงวิจารณ์การใช้ EACs ในปัจจุบัน?
เพราะปัจจุบันพลังงานสะอาดมีราคาถูกลงมาก การซื้อเพียงใบรับรองอาจไม่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดใหม่ๆ ได้เท่ากับการลงทุนสร้างกำลังการผลิตโดยตรง



