Meebo ปรับกลยุทธ์สร้างรายได้ด้วยรูปแบบโฆษณาแบบใหม่สำหรับ Web Chat
หลังจากเปิดตัวมาได้ 2 ปี Meebo สตาร์ทอัพผู้ให้บริการเว็บแชท (Web Chat) ได้เริ่มต้นนำระบบโฆษณาเข้ามาใช้เพื่อสร้างรายได้ให้กับบริการของตน ซึ่งความน่าสนใจอยู่ที่การที่พวกเขาไม่สามารถใช้รูปแบบโฆษณามาตรฐานที่พบเห็นได้ทั่วไปในเว็บไซต์อื่น ๆ ได้
สาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมของผู้ใช้งานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยปกติแล้วผู้เข้าชมเว็บไซต์ทั่วไปจะใช้เวลาเพียง 1-2 นาทีต่อหน้าก่อนจะเปลี่ยนหน้าหรือออกจากเว็บ แต่สำหรับ Meebo ผู้ใช้งานมีระยะเวลาการใช้งานเฉลี่ยต่อเซสชัน (Session) หรือช่วงเวลาการใช้งานต่อเนื่องสูงถึง 2.5 ชั่วโมง โดยไม่มีการรีเฟรชหน้าเว็บเลย ยิ่งไปกว่านั้น 20% ของผู้ใช้ยังใช้เวลาในแอปพลิเคชันนานกว่า 10 ชั่วโมง ซึ่งแทบจะไม่มีการปิดโปรแกรมเลย
ด้วยเหตุนี้ การขายโฆษณาตามจำนวนการเข้าชมหน้าเว็บ (Page View) จึงไม่มีประสิทธิภาพ Meebo จึงต้องคิดค้นรูปแบบโฆษณาชนิดใหม่ที่เรียกว่า Persistent Ad Unit หรือหน่วยโฆษณาแบบคงที่ ซึ่งเป็นชุดเครื่องมือที่อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถคลิกเพื่อเพิ่มไอคอนเพื่อนใหม่ เปลี่ยนธีมพื้นหลัง รับชมวิดีโอ ฟังเพลง หรือแม้แต่เลือกที่จะปิดโฆษณานั้นออกไป
ในด้านการคิดค่าบริการ Meebo ใช้อัตราที่ตกลงกัน โดยมีค่า CPM (Cost Per Mille หรือราคาต่อการแสดงผล 1,000 ครั้ง) อยู่ที่ประมาณ 10 ดอลลาร์ โดยในหนึ่งเซสชัน Meebo จะสลับเปลี่ยนโฆษณาให้ผู้ใช้เห็นได้สูงสุด 5 ครั้ง ซึ่งจะนับการใช้งานหนึ่งเซสชันเป็นหนึ่งการแสดงผล (Impression) ทั้งนี้ หากผู้ใช้งานกดปิดโฆษณา จะไม่มีโฆษณาตัวใหม่ปรากฏขึ้นอีกในเซสชันนั้น
แม้ว่าระบบนี้จะเพิ่งเริ่มใช้งานได้ไม่นานและมีพนักงานฝ่ายขายเพียงคนเดียว แต่ Meebo สามารถสร้างรายได้จากการปิดดีลทางธุรกิจได้เป็นจำนวนหลายหมื่นดอลลาร์ ซึ่งหากโมเดลนี้ประสบความสำเร็จ อาจส่งผลให้เว็บไซต์อื่น ๆ นำแนวคิดนี้ไปปรับใช้ เช่นเดียวกับที่ VideoEgg ได้นำโซลูชันโฆษณาวิดีโอแบบ Flash ไปปรับใช้กับวิดเจ็ต (Widget) ทั่วไปและวิดเจ็ตของ Facebook
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| พฤติกรรมผู้ใช้เฉลี่ย | ใช้งานต่อเนื่อง 2.5 ชั่วโมง (ไม่มีการรีเฟรชหน้าเว็บ) |
| กลุ่มผู้ใช้ Heavy User | 20% ใช้งานนานกว่า 10 ชั่วโมงต่อเซสชัน |
| รูปแบบโฆษณา | Persistent Ad Unit (โฆษณาแบบคงที่/โต้ตอบได้) |
| อัตราค่าโฆษณา | ประมาณ $10 CPM (ต่อ 1,000 Impressions) |
| ข้อจำกัดการแสดงผล | สูงสุด 5 ครั้งต่อเซสชัน และจะไม่แสดงซ้ำหากผู้ใช้กดปิด |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- พฤติกรรมผู้ใช้: ผู้ใช้ Meebo มี Session Time ยาวนานกว่าเว็บทั่วไป ทำให้การนับ Page View ใช้ไม่ได้ผล
- นวัตกรรมโฆษณา: พัฒนา Persistent Ad Unit ที่รวมฟังก์ชันการปรับแต่งโปรไฟล์และการรับชมสื่อเข้าด้วยกัน
- การคิดเงิน: ใช้ระบบ CPM โดยนับ 1 เซสชันเท่ากับ 1 Impression
- ผลลัพธ์เบื้องต้น: สร้างรายได้หลักหมื่นดอลลาร์ด้วยพนักงานขายเพียงคนเดียว
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม Meebo ถึงไม่ใช้โฆษณาแบบ Page View เหมือนเว็บไซต์อื่น?
เพราะผู้ใช้งาน Meebo ใช้เวลาอยู่ในหน้าเดียวเป็นเวลานานมาก (เฉลี่ย 2.5 ชั่วโมง) โดยไม่มีการโหลดหน้าใหม่ ทำให้จำนวน Page View ต่ำเกินกว่าจะสร้างรายได้ในรูปแบบปกติ
Persistent Ad Unit คืออะไร?
คือหน่วยโฆษณาที่แสดงผลค้างไว้ในหน้าจอ ซึ่งไม่ได้มีไว้เพื่อโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ผู้ใช้สามารถโต้ตอบ เช่น เปลี่ยนธีมพื้นหลัง หรือเพิ่มไอคอนเพื่อนได้
การคิดค่า CPM ของ Meebo คำนวณอย่างไร?
Meebo คิดค่าบริการประมาณ 10 ดอลลาร์ต่อการแสดงผล 1,000 ครั้ง โดยนับการเข้าใช้งานหนึ่งเซสชัน (Session) เป็นหนึ่งการแสดงผล (Impression)
หากผู้ใช้งานกดปิดโฆษณาจะเกิดอะไรขึ้น?
เมื่อผู้ใช้เลือกที่จะปิดโฆษณา ระบบจะไม่แสดงโฆษณาตัวใหม่ขึ้นมาแทนที่อีกในเซสชันการใช้งานนั้น ๆ
แนวโน้มนี้ส่งผลต่อแพลตฟอร์มอื่นอย่างไร?
ความสำเร็จของ Meebo อาจทำให้เว็บไซต์หรือบริการที่มีลักษณะเป็นวิดเจ็ต (Widget) หรือแอปพลิเคชันที่ผู้ใช้ใช้งานต่อเนื่องนาน ๆ หันมาใช้โมเดลโฆษณาที่เน้นเซสชันแทนการนับหน้าเว็บ


