macOS Big Sur เปิดตัว Public Beta ปรับโฉมดีไซน์ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี
Apple ได้ปล่อย macOS Big Sur ในเวอร์ชัน Public Beta ให้ผู้ใช้งานทั่วไปได้ทดลองใช้แล้ว โดยการอัปเดตครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดในรอบหลายปี โดยเน้นไปที่การยกเครื่องรูปลักษณ์หน้าตา (Visual Overhaul) พร้อมเพิ่มฟังก์ชันการทำงานใหม่ๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานบนเครื่อง Mac ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น
การเปลี่ยนแปลงด้านดีไซน์ที่โดดเด่น
สิ่งแรกที่ผู้ใช้จะสังเกตเห็นได้ทันทีคือการปรับเปลี่ยนดีไซน์ทั่วทั้งระบบ โดยหน้าต่างโปรแกรมจะเน้นการใช้สีขาวมากขึ้น (หรือสีดำสำหรับผู้ที่ใช้ Dark Mode) นอกจากนี้ App Icons หรือไอคอนของแอปพลิเคชันต่างๆ ถูกเปลี่ยนเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมมน ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับดีไซน์บน iOS มากขึ้น รวมถึงแถบเมนู (Menu Bar) ที่ปรับให้มีความโปร่งแสงเพื่อให้กลมกลืนกับภาพพื้นหลังของหน้าจอ

ฟีเจอร์ใหม่เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน
Apple ได้นำ Control Center (ศูนย์ควบคุม) ซึ่งเป็นฟีเจอร์ยอดนิยมจาก iOS มาไว้บน Mac ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการการเชื่อมต่อ Wi-Fi, Bluetooth รวมถึงปรับความสว่างหน้าจอและระดับเสียงได้จากจุดเดียวอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีการรวม Notification Center (ศูนย์แจ้งเตือน) และ Widget เข้าด้วยกันเป็นแผงเดียว เพื่อให้การติดตามข้อมูลและการแจ้งเตือนทำได้ง่ายขึ้น

ยกระดับการท่องเว็บด้วย Safari
เบราว์เซอร์ Safari ได้รับการอัปเกรดให้ปรับแต่งหน้า Start Page ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเว็บไซต์ที่เข้าบ่อย รายการโปรด หรือการเลือกภาพพื้นหลังเอง ในส่วนของ Tab การใช้งานจะสะดวกขึ้นด้วยการแสดง Favicon (ไอคอนขนาดเล็กของเว็บไซต์) เป็นค่าเริ่มต้น และมีระบบ Preview แสดงตัวอย่างหน้าเว็บเมื่อนำเมาส์ไปวางเหนือแท็บ นอกจากนี้ยังมี Privacy Report (รายงานความเป็นส่วนตัว) ที่ช่วยแจ้งให้ผู้ใช้ทราบว่าเบราว์เซอร์ได้ทำการบล็อกตัวติดตาม (Trackers) ไปมากน้อยเพียงใด

การสื่อสารที่สนุกขึ้นใน Messages
แอปพลิเคชัน Messages รองรับการส่ง Message Effects หรือเอฟเฟกต์ข้อความ เช่น การส่งพลุกระดาษ (Confetti), ลูกโป่ง หรือเลเซอร์ ซึ่งจะใช้งานได้เมื่อผู้ส่งและผู้รับใช้ iMessage ทั้งคู่ นอกจากนี้ยังนำฟีเจอร์จาก iOS 14 มาใช้ เช่น การปักหมุดบทสนทนา (Pinned Conversations) และการตอบกลับข้อความแบบเจาะจง (Inline Replies)

นอกเหนือจากนี้ Big Sur ยังมีการปรับปรุงแอป Maps, เพิ่มชุดเสียงระบบใหม่ และการนำเสียง Startup Chime อันเป็นเอกลักษณ์ของ Mac กลับมาใช้อีกครั้ง
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- สถานะปัจจุบัน: เป็นเวอร์ชัน Public Beta ซึ่งอาจพบข้อผิดพลาด (Bugs) และแอปบางตัวอาจยังไม่รองรับ
- คำแนะนำ: ควรสำรองข้อมูลสำคัญก่อนติดตั้ง และแนะนำให้ติดตั้งบนเครื่อง Mac สำรองหากเป็นไปได้
- กำหนดการปล่อยตัวเต็ม: คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้
- การเปลี่ยนแปลงหลัก: ปรับดีไซน์ไอคอน, เพิ่ม Control Center และอัปเกรด Safari/Messages
| รุ่นอุปกรณ์ | ปีที่รองรับ (และรุ่นหลังจากนั้น) |
|---|---|
| MacBook | 2015 |
| MacBook Air | 2013 |
| MacBook Pro | ปลายปี 2013 |
| Mac mini | 2014 |
| iMac | 2014 |
| iMac Pro | 2017 |
| Mac Pro | 2013 |
คำถามที่พบบ่อย
การติดตั้ง macOS Big Sur Public Beta มีความเสี่ยงหรือไม่?
มีความเสี่ยงเนื่องจากยังเป็นซอฟต์แวร์เวอร์ชันทดสอบ (Beta) ซึ่งอาจทำให้เกิดบั๊กหรือแอปพลิเคชันบางตัวทำงานผิดปกติ จึงควรสำรองข้อมูลก่อนติดตั้งเสมอ
Control Center ใน macOS Big Sur ทำอะไรได้บ้าง?
ใช้สำหรับจัดการการตั้งค่าด่วน เช่น การเปิด-ปิด Wi-Fi และ Bluetooth รวมถึงการปรับระดับเสียงและความสว่างของหน้าจอในที่เดียว
Privacy Report ใน Safari คืออะไร?
คือฟีเจอร์ที่รายงานให้ผู้ใช้ทราบว่า Safari ได้ทำการบล็อกตัวติดตาม (Trackers) จากเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน
สามารถส่งเอฟเฟกต์ใน Messages ให้ทุกคนได้หรือไม่?
สามารถส่งได้เฉพาะผู้ติดต่อที่ใช้งาน iMessage ด้วยกันเท่านั้น
macOS Big Sur จะเปิดตัวเวอร์ชันเต็มเมื่อไหร่?
Apple ระบุว่าจะมีการปล่อยเวอร์ชันเต็มออกมาในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้
