Logitech MX Anywhere 2 เมาส์พกพาสเปกแรงที่ถอดแบบความล้ำมาจากรุ่น Master

หลังจากที่ Logitech ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัว MX Master ที่ชูจุดเด่นเรื่องงานฝีมือและการออกแบบที่ประณีตระดับศิลปิน ล่าสุดทางแบรนด์ได้นำแนวคิดการออกแบบที่ยอดเยี่ยมนั้นมาปรับใช้กับอุปกรณ์ที่เน้นความคล่องตัวมากขึ้นอย่าง MX Anywhere 2 ซึ่งเป็นเมาส์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การทำงานนอกสถานที่โดยเฉพาะ

ประสิทธิภาพการทำงานที่ไร้ขีดจำกัดในขนาดกะทัดรัด

Logitech นิยามให้ MX Anywhere 2 เป็นเวอร์ชันพกพาของรุ่น MX Master โดยหัวใจสำคัญคือการติดตั้ง Darkfield laser sensor (เซนเซอร์เลเซอร์ประสิทธิภาพสูง) ซึ่งช่วยให้เมาส์สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวได้อย่างแม่นยำบนทุกพื้นผิว แม้กระทั่งบนพื้นผิวกระจกที่เมาส์ทั่วไปไม่สามารถใช้งานได้

ในด้านการเชื่อมต่อ ผู้ใช้สามารถเลือกใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Windows และ Mac ผ่านทาง Unifying dongle (ตัวรับสัญญาณไร้สายขนาดเล็กของ Logitech) หรือจะเลือกเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth มาตรฐานก็ได้ ซึ่งจุดเด่นของการใช้ Bluetooth คือความสามารถในการจับคู่กับอุปกรณ์ได้พร้อมกันถึง 3 เครื่อง และสามารถสลับการใช้งานระหว่างเครื่องได้อย่างรวดเร็วผ่านปุ่มกดที่อยู่บริเวณด้านล่างของตัวเมาส์

ดีไซน์ที่เน้นความเรียบง่ายและคล่องตัว

หากเปรียบเทียบกับรุ่นพี่อย่าง MX Master แล้ว MX Anywhere 2 จะมีรูปทรงที่สมมาตรและโค้งมนมากกว่า ไม่ดูดุดันเท่ารุ่นใหญ่ แต่ยังคงมีที่พักนิ้วโป้งสำหรับผู้ที่ถนัดขวาซึ่งตกแต่งด้วยลวดลายโพลีกอนที่สวยงาม อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้ได้ตัดล้อเลื่อน (Scroll wheel) พิเศษออก และแทนที่ด้วยปุ่มกดสองปุ่มเพื่อความกะทัดรัด

Image 6

ด้านพลังงาน ตัวเมาส์มาพร้อมแบตเตอรี่ภายในที่ชาร์จไฟได้ โดยการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งสามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 2 เดือน และมีระบบชาร์จเร็วที่ช่วยให้ใช้งานได้นานถึง 2 ชั่วโมง หลังจากเสียบชาร์จเพียง 1 นาทีเท่านั้น

สรุปข้อมูลทางเทคนิคและราคาของ Logitech MX Anywhere 2
คุณสมบัติ รายละเอียด
เซนเซอร์ Darkfield laser sensor (ใช้งานบนกระจกได้)
การเชื่อมต่อ Unifying dongle และ Bluetooth (เชื่อมต่อได้ 3 อุปกรณ์)
ระยะเวลาแบตเตอรี่ สูงสุด 2 เดือนต่อการชาร์จเต็ม
ระบบชาร์จเร็ว ชาร์จ 1 นาที ใช้งานได้ 2 ชั่วโมง
ราคาจำหน่าย $79.99

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความสามารถด้านพื้นผิว: ใช้งานได้ทุกพื้นผิวรวมถึงกระจกด้วยเซนเซอร์ Darkfield
  • การสลับอุปกรณ์: รองรับการเชื่อมต่อ 3 อุปกรณ์ผ่าน Bluetooth และสลับได้ด้วยปุ่มใต้เมาส์
  • ความคุ้มค่า: ราคาถูกกว่ารุ่น MX Master ประมาณ $20
  • การออกแบบ: เน้นความสมมาตร พกพาง่าย แต่ไม่มีการระบุว่าใช้การปั้นด้วยมือ (Hand-sculpted) เหมือนรุ่น Master

คำถามที่พบบ่อย

MX Anywhere 2 ต่างจาก MX Master อย่างไร?

MX Anywhere 2 มีขนาดเล็กกว่า รูปทรงสมมาตรกว่า และราคาถูกกว่า โดยตัดล้อเลื่อนพิเศษออกและไม่มีการชูจุดเด่นเรื่องการปั้นตัวเรือนด้วยมือเหมือนรุ่น Master แต่ยังคงใช้เซนเซอร์ระดับเดียวกัน

เมาส์รุ่นนี้สามารถใช้งานบนโต๊ะกระจกได้จริงหรือไม่?

ใช้งานได้จริง เนื่องจากมีการใช้ Darkfield laser sensor ที่ถูกออกแบบมาให้ติดตามการเคลื่อนไหวบนพื้นผิวที่ราบเรียบและสะท้อนแสงอย่างกระจกได้

สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หลายเครื่องพร้อมกันได้หรือไม่?

ได้ โดยการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth จะช่วยให้ผู้ใช้จับคู่กับอุปกรณ์ได้สูงสุด 3 เครื่อง และสลับการใช้งานได้ง่ายๆ ผ่านปุ่มที่ด้านล่างของตัวเมาส์

แบตเตอรี่ใช้งานได้นานแค่ไหนและชาร์จอย่างไร?

แบตเตอรี่ภายในสามารถใช้งานได้นานสูงสุด 2 เดือนต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และรองรับการชาร์จด่วน ซึ่งชาร์จเพียง 1 นาทีก็สามารถใช้งานต่อได้อีก 2 ชั่วโมง