LockBit และการเปิดโปง Dmitry Khoroshev ผู้อยู่เบื้องหลังอาณาจักรแรนซัมแวร์ระดับโลก
สิ้นสุดการรอคอยสำหรับการตามล่าตัวตนที่แท้จริงของ LockBitSupp ฉายาในโลกมืดของผู้บงการกลุ่ม LockBit ซึ่งเป็นกลุ่มแรนซัมแวร์ (Ransomware - มัลแวร์เรียกค่าไถ่) ที่สร้างความเสียหายมหาศาลทั่วโลก โดยล่าสุดหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ได้ร่วมกันระบุตัวตนว่าเขาคือ Dmitry Yuryevich Khoroshev ชายชาวรัสเซียวัย 31 ปี ผู้ซึ่งเปลี่ยนการโจมตีทางไซเบอร์ให้กลายเป็นธุรกิจทำเงินมหาศาล
ความสำเร็จในการระบุตัวตนครั้งนี้เป็นผลมาจาก Operation Cronos ซึ่งนำโดยหน่วยงานอาชญากรรมแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NCA) ที่สามารถเจาะเข้าสู่ระบบภายในของ LockBit ยึดเซิร์ฟเวอร์ และรวบรวมข้อมูลการสื่อสารลับ จนสามารถทำลายเครือข่ายการโจมตีและเปิดเผยโฉมหน้าของ Khoroshev ได้ในที่สุด
เส้นทางสู่การเป็นเจ้าพ่อ RaaS ของ LockBitSupp
LockBit เริ่มต้นในปี 2019 ในรูปแบบของ Ransomware-as-a-Service (RaaS) หรือการให้บริการมัลแวร์เรียกค่าไถ่แก่ผู้อื่น โดย Khoroshev ในฐานะผู้พัฒนาและผู้ดูแลระบบ ได้สร้างเครื่องมือที่ใช้งานง่ายและเว็บไซต์สำหรับปล่อยข้อมูลหลุด เพื่อให้เหล่าแฮกเกอร์ที่เป็น "พันธมิตร" (Affiliates) นำไปใช้โจมตีเป้าหมาย โดย LockBit จะหักส่วนแบ่งกำไรประมาณ 20% จากค่าไถ่ที่เรียกเก็บได้
Khoroshev บริหารจัดการกลุ่มนี้เหมือนบริษัทธุรกิจ เขาให้ความสำคัญกับการพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมักขอคำติชมจากพันธมิตรเพื่อปรับปรุงระบบ นอกจากนี้เขายังสร้างภาพลักษณ์ในเว็บบอร์ดอาชญากรรมไซเบอร์ให้ดูเหมือน "ซูเปอร์วายร้าย" ที่โอ้อวดความร่ำรวย และเคยท้าทายให้คนเปิดเผยชื่อจริงของเขาโดยเสนอเงินรางวัลสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์

ความเสียหายและขอบเขตการโจมตีระดับโลก
จากการสืบสวนพบว่า LockBit สามารถรีดไถเงินจากเหยื่อได้มากกว่า 500 ล้านดอลลาร์ จาก 120 ประเทศทั่วโลก โดย Khoroshev ได้รับส่วนแบ่งจากกิจกรรมนี้ไปประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ เป้าหมายของกลุ่มนี้มีความหลากหลาย ตั้งแต่บริษัทการบินและป้องกันประเทศในเวอร์จิเนียที่ถูกเรียกค่าไถ่สูงถึง 200 ล้านดอลลาร์ ไปจนถึงหน่วยงานสำคัญอย่าง Boeing, Royal Mail ของสหราชอาณาจักร และธนาคาร ICBC ของจีน
สิ่งที่น่าตกใจคือ แม้กลุ่ม LockBit จะมีกฎภายในว่าห้ามโจมตีสถานพยาบาล แต่จากการตรวจสอบพบว่ามีโรงพยาบาลมากกว่า 100 แห่งที่ตกเป็นเหยื่อ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการละเลยกฎของตนเองและการขาดจริยธรรมแม้ในหมู่มิจฉาชีพด้วยกัน
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้บงการ | Dmitry Yuryevich Khoroshev (LockBitSupp) |
| รูปแบบธุรกิจ | Ransomware-as-a-Service (RaaS) |
| มูลค่าความเสียหายรวม | ประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ |
| จำนวนประเทศที่ได้รับผลกระทบ | 120 ประเทศ |
| บทลงโทษสูงสุด (สหรัฐฯ) | จำคุกสูงสุด 185 ปี |

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การระบุตัวตน: Khoroshev ถูกเปิดเผยตัวตนผ่านปฏิบัติการร่วมของสหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย
- ข้อหาทางกฎหมาย: กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ยื่นฟ้อง 26 ข้อหา รวมถึงสมคบคิดฉ้อโกง กรรโชกทรัพย์ และการแฮกข้อมูล
- พฤติกรรมส่วนตัว: ชอบโอ้อวดความรวยในฟอรัมรัสเซีย และเคยจ้างคนสักโลโก้ LockBit ด้วยเงิน 1,000 ดอลลาร์
- สถานะปัจจุบัน: ถูกคว่ำบาตรทางการเงินจากหลายประเทศ และสูญเสียความเชื่อมั่นจากเครือข่ายพันธมิตรแฮกเกอร์
จุดจบของอาณาจักรและการล่มสลายของความเชื่อมั่น
แม้ว่าหลังจาก Operation Cronos จะทำให้ระบบล่มไป Khoroshev จะพยายามสร้างเว็บไซต์เลียนแบบขึ้นมาใหม่ภายใน 5 วันเพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่ากลุ่มยังคงแข็งแกร่ง แต่ในความเป็นจริง ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ LockBit ได้ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าจำนวนพันธมิตรลดลงอย่างมาก และแฮกเกอร์รายย่อยเริ่มตีตัวออกห่างเพื่อย้ายไปร่วมงานกับกลุ่มอื่น
นอกจากนี้ ข้อมูลจาก DOJ ยังเปิดเผยพฤติกรรมที่น่าสนใจว่า หลังจากระบบถูกยึด Khoroshev เคยพยายามติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อเสนอความร่วมมือ โดยมีเงื่อนไขว่าเขาต้องการทราบชื่อของ "ศัตรู" หรือคู่แข่งในธุรกิจ RaaS เพื่อกำจัดคู่แข่งของตนเอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความทะเยอทะยานและนิสัยที่ไม่ยอมแพ้แม้ในยามวิกฤต
คำถามที่พบบ่อย
LockBitSupp คือใคร?
คือฉายาออนไลน์ของ Dmitry Yuryevich Khoroshev ชาวรัสเซีย ผู้เป็นผู้ก่อตั้ง ผู้พัฒนา และผู้บริหารจัดการกลุ่มแรนซัมแวร์ LockBit
Ransomware-as-a-Service (RaaS) ทำงานอย่างไร?
เป็นโมเดลธุรกิจที่ผู้พัฒนาหลักสร้างมัลแวร์และโครงสร้างพื้นฐานขึ้นมา แล้วให้แฮกเกอร์รายอื่น (Affiliates) เช่าหรือนำไปใช้โจมตีเป้าหมาย โดยมีการแบ่งผลประโยชน์จากค่าไถ่ที่เรียกเก็บได้
Operation Cronos คืออะไร?
คือปฏิบัติการร่วมระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายนานาชาติ นำโดย NCA ของสหราชอาณาจักร เพื่อทลายโครงสร้างพื้นฐานของ LockBit ยึดเซิร์ฟเวอร์ และเปิดเผยข้อมูลภายในของกลุ่ม
Dmitry Khoroshev จะได้รับโทษอย่างไร?
เขาถูกตั้งข้อหา 26 กระทงในสหรัฐฯ ซึ่งหากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง อาจต้องโทษจำคุกสูงสุดถึง 185 ปี และปัจจุบันถูกคว่ำบาตรทางการเงินจากสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย
ปัจจุบันกลุ่ม LockBit ยังคงอันตรายอยู่หรือไม่?
แม้จะยังมีความพยายามในการดำเนินงานต่อ แต่ความน่าเชื่อถือและจำนวนพันธมิตรลดลงอย่างมาก ทำให้ศักยภาพในการโจมตีลดลงกว่าแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัด



