Liberty Vote กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Dominion Voting Systems และผลกระทบต่อการเลือกตั้งสหรัฐฯ

วงการการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกากำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อ Dominion Voting Systems ผู้ให้บริการเครื่องลงคะแนนรายใหญ่ ถูกซื้อกิจการโดย Scott Leiendecker ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Knowink บริษัทผู้ผลิตสมุดลงทะเบียนเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Poll Books) จากรัฐมิสซูรี การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มาพร้อมกับการรีแบรนด์ชื่อบริษัทใหม่เป็น Liberty Vote ซึ่งสร้างทั้งความหวังและความกังวลในกลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อความโปร่งใสของการเลือกตั้ง

เป้าหมายหลักของการเปลี่ยนชื่อเป็น Liberty Vote คือการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ เพื่อให้ห่างไกลจากข้อกล่าวหาที่ไม่มีหลักฐานของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และกลุ่มผู้สนับสนุน ที่เคยระบุว่า Dominion มีส่วนในการทุจริตการเลือกตั้งปี 2020 เพื่อให้โจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้ง โดย Leiendecker ประกาศว่าบริษัทใหม่นี้จะเป็นบริษัทที่ เป็นของชาวอเมริกัน 100% และจะมุ่งเน้นไปที่การใช้บัตรเลือกตั้งแบบเขียนด้วยมือ รวมถึงการเปิดกว้างให้มีการตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอก

การปรับโครงสร้างและข้อกังขาด้านความปลอดภัย

แม้จะมีการประกาศว่า Liberty Vote จะใช้บุคลากรและพัฒนาซอฟต์แวร์ภายในประเทศสหรัฐฯ ทั้งหมด แต่ในความเป็นจริง Dominion มีการพัฒนาซอฟต์แวร์ในแคนาดาและเมืองเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย มายาวนานกว่าสองทศวรรษ ซึ่งนำไปสู่คำถามสำคัญว่าบริษัทจะจัดการกับโค้ดโปรแกรมจำนวนมหาศาลที่เขียนโดยโปรแกรมเมอร์ต่างชาติอย่างไร

Philip Stark ศาสตราจารย์ด้านสถิติจาก UC Berkeley มองว่าการเน้นย้ำเรื่องการใช้พนักงานในประเทศเป็นเพียง "การเบี่ยงเบนความสนใจ" (Red Herring) เนื่องจากความเสี่ยงในการแทรกแซงระบบไม่ได้ขึ้นอยู่กับสัญชาติของโปรแกรมเมอร์ แต่ขึ้นอยู่กับความปลอดภัยของตัวระบบเอง นอกจากนี้ การประกาศว่าจะมีการตรวจสอบซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ทั้งหมดก่อนการเลือกตั้งกลางปีหน้า ถูกมองว่าอาจเป็นเรื่องที่ทำได้ยากในทางปฏิบัติ เนื่องจากกระบวนการทดสอบและรับรองมาตรฐานของรัฐและรัฐบาลกลางนั้นมีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เวลานานหลายเดือน

ข้อจำกัดของการตรวจสอบซอฟต์แวร์

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การตรวจสอบซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับประกันความถูกต้องของผลการเลือกตั้งได้ เพราะการตั้งค่าเครื่องสามารถถูกเปลี่ยนแปลงได้หลังการตรวจสอบ วิธีเดียวที่จะยืนยันผลได้อย่างแท้จริงคือ การตรวจสอบบัตรเลือกตั้งกระดาษหลังการเลือกตั้ง (Post-election audits of paper ballots)

การผูกขาดในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการเลือกตั้ง

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ทำให้ Scott Leiendecker มีอำนาจควบคุมเทคโนโลยีการเลือกตั้งในสัดส่วนที่สูงมาก เนื่องจาก Dominion ถูกใช้งานใน 26 รัฐและเปอร์โตริโก ขณะที่ Knowink ถูกใช้งานใน 29 รัฐและวอชิงตัน ดี.ซี. ในบางพื้นที่ที่มีการใช้ทั้งสองระบบ Leiendecker จะกลายเป็นผู้ควบคุมกระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่การตรวจสอบสิทธิ์ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปจนถึงการนับคะแนน

สรุปภาพรวมการครอบคลุมของระบบในเครือ Liberty Vote และ Knowink
ระบบ/บริษัท ขอบเขตการใช้งาน หน้าที่หลัก
Dominion (Liberty Vote) 26 รัฐ + เปอร์โตริโก เครื่องลงคะแนนและการนับคะแนน
Knowink 29 รัฐ + วอชิงตัน ดี.ซี. สมุดลงทะเบียนเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์
ระบบผสม (ทั้งสองบริษัท) 14 รัฐ (ผู้มีสิทธิ 20 ล้านคน) ควบคุมตั้งแต่ลงทะเบียนจนถึงนับคะแนน

แม้ว่าธุรกิจเครื่องลงคะแนนจะไม่ใช่ธุรกิจที่ทำกำไรมหาศาล เนื่องจากรอบการเปลี่ยนอุปกรณ์มีระยะเวลานานถึง 10 ปี แต่การควบรวมกิจการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการลดจำนวนผู้เล่นในตลาด โดยปัจจุบันเหลือผู้ผลิตรายใหญ่เพียง 3 ราย คือ Election Systems & Software, Liberty Vote และ Hart InterCivic

ประเด็นทางการเมืองและการระงับข้อพิพาททางกฎหมาย

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการระงับข้อพิพาททางกฎหมายหลายคดีที่ Dominion เคยฟ้องร้องสื่อและบุคคลที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จเรื่องการทุจริตเลือกตั้ง เช่น Fox News และ Newsmax ซึ่งมีการจ่ายค่าเสียหายจำนวนมหาศาล การที่ Leiendecker เข้ามาจัดการให้คดีส่วนใหญ่จบลงด้วยการประนีประนอม นำไปสู่การตั้งคำถามว่านี่เป็นการช่วยเหลือนักการเมืองฝ่ายขวาหรือเป็นเพียงการเคลียร์ปัญหาทางกฎหมายเพื่อให้การซื้อขายราบรื่น

อย่างไรก็ตาม ประวัติของ Leiendecker ในอดีตแสดงให้เห็นว่าเขาให้ความสำคัญกับความถูกต้องของระบบ โดยครั้งหนึ่งเขาเคยโต้แย้งอดีตเจ้านายที่เป็นพันธมิตรของทรัมป์ที่พยายามอ้างว่าการเลือกตั้งในเซนต์หลุยส์ถูก "ขโมย" ไป โดยเขายืนยันว่าไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น

ข้อถกเถียงเรื่องบัตรเลือกตั้งและ QR Code

Liberty Vote ประกาศสนับสนุนการใช้ บัตรเลือกตั้งแบบเขียนด้วยมือ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการยกเลิกการใช้ระบบที่สร้างรหัส QR Code หรือ Barcode ในการนับคะแนน เนื่องจากรหัสเหล่านี้มนุษย์ไม่สามารถอ่านได้ และอาจถูกโปรแกรมให้บันทึกคะแนนแตกต่างจากสิ่งที่ปรากฏบนหน้ากระดาษ

ปัจจุบันเครื่อง ImageCast X ของ Dominion ซึ่งใช้ในหลายรัฐรวมถึงจอร์เจีย ใช้ระบบ QR Code ในการบันทึกคะแนน ซึ่งเป็นจุดที่นักเคลื่อนไหวเพื่อความโปร่งใสทั้งฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาต่างกังวล และเรียกร้องให้เปลี่ยนไปใช้การนับคะแนนจากส่วนที่มนุษย์อ่านได้เท่านั้น

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การรีแบรนด์: Dominion Voting Systems เปลี่ยนชื่อเป็น Liberty Vote ภายใต้การนำของ Scott Leiendecker
  • ความเป็นเจ้าของ: ประกาศเป็นบริษัทที่ถือหุ้นโดยชาวอเมริกัน 100% เพื่อสร้างความเชื่อมั่น
  • การครอบคลุม: ควบคุมเทคโนโลยีการเลือกตั้งในกว่าครึ่งหนึ่งของรัฐในสหรัฐฯ
  • จุดเน้นใหม่: มุ่งเน้นบัตรเลือกตั้งกระดาษที่เขียนด้วยมือและเปิดให้ตรวจสอบโดยบุคคลที่สาม
  • ประเด็นทางเทคนิค: มีข้อกังวลเรื่องการเปลี่ยนผ่านซอฟต์แวร์ที่เดิมพัฒนาในต่างประเทศ (แคนาดาและเซอร์เบีย)

คำถามที่พบบ่อย

Liberty Vote แตกต่างจาก Dominion อย่างไร?

ในเชิงโครงสร้างคือการเปลี่ยนเจ้าของและการรีแบรนด์ โดยมุ่งเน้นความเป็นเจ้าของโดยชาวอเมริกัน 100% และปรับนโยบายให้เน้นการใช้บัตรเลือกตั้งกระดาษและการตรวจสอบที่โปร่งใสมากขึ้นเพื่อลบภาพจำเชิงลบในอดีต

ทำไมการใช้ QR Code ในบัตรเลือกตั้งถึงเป็นปัญหา?

เพราะเครื่องสแกนจะอ่านค่าจาก QR Code ไม่ใช่ข้อความที่มนุษย์อ่านได้ ทำให้มีความเสี่ยงทางทฤษฎีที่ซอฟต์แวร์อาจบันทึกคะแนนใน QR Code ให้แตกต่างจากสิ่งที่ผู้เลือกตั้งเห็นบนกระดาษ

การตรวจสอบซอฟต์แวร์สามารถรับประกันความโปร่งใสได้จริงหรือไม่?

ผู้เชี่ยวชาญมองว่าไม่เพียงพอ เพราะซอฟต์แวร์สามารถถูกแก้ไขได้หลังการตรวจสอบ วิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดคือการนำบัตรเลือกตั้งกระดาษที่ผู้เลือกตั้งทำเครื่องหมายไว้มานับตรวจสอบซ้ำ (Audit)

Scott Leiendecker มีความเกี่ยวข้องทางการเมืองอย่างไร?

เขาเคยทำงานใกล้ชิดกับพรรครีพับลิกันและเป็นอดีตผู้อำนวยการการเลือกตั้งในมิสซูรี แต่มีประวัติการยึดมั่นในความถูกต้องของผลการเลือกตั้งแม้จะต้องขัดแย้งกับผู้มีอำนาจในพรรคเดียวกัน

การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งหน้าทันทีหรือไม่?

อาจทำได้ยาก เนื่องจากกระบวนการทดสอบและรับรองมาตรฐานเครื่องลงคะแนนใหม่ต้องใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งอาจไม่ทันต่อรอบการเลือกตั้งในระยะสั้น