LG webOS 3.0 ยกระดับสมาร์ททีวีให้ใช้งานง่ายและชาญฉลาดยิ่งขึ้น
นับตั้งแต่ LG ได้นำเทคโนโลยีจาก HP มาปรับใช้กับ HDTV ในปี 2014 เพื่อสร้างระบบปฏิบัติการ webOS ที่เน้นความรวดเร็วและใช้งานง่ายขึ้น จนกระทั่งเวอร์ชันที่สองที่มุ่งเน้นเรื่องความเร็วในการประมวลผล สำหรับปี 2016 นี้ LG ได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการพัฒนา webOS 3.0 เพื่อแก้ปัญหาความยุ่งยากในการจัดการแอปพลิเคชันสตรีมมิ่ง ท่ามกลางอุปกรณ์ที่หลากหลายทั้งกล่องรับสัญญาณและเครื่องเล่นเกมที่แย่งชิงพื้นที่บนหน้าจอทีวี
จุดเด่นของเวอร์ชันนี้คือการมุ่งเน้นไปที่ Usability หรือความสามารถในการใช้งานที่สะดวกสบายและควบคุมได้ดั่งใจ โดยมีการเปิดตัวฟีเจอร์ตระกูล "Magic" ใหม่ 3 รายการ ได้แก่ Mobile Connection ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถส่งแอปพลิเคชันจากสมาร์ทโฟนขึ้นสู่หน้าจอทีวีได้อย่างรวดเร็ว, รีโมทคอนโทรลรุ่นใหม่ที่รองรับการควบคุมกล่องรับสัญญาณ (Set-top box) ได้หลากหลายรุ่นมากขึ้น และฟีเจอร์ Zoom ที่สามารถขยายภาพเฉพาะจุดได้โดยไม่สูญเสียคุณภาพความคมชัด
นอกจากนี้ LG ยังได้ร่วมมือกับบริษัท Xumo เพื่อสร้างสรรค์ฟีเจอร์ Channel Plus ซึ่งเป็นการนำวิดีโอจากอินเทอร์เน็ตมาจัดเรียงในรูปแบบไกด์รายการ ทำให้ผู้ใช้สามารถค้นหาเนื้อหาออนไลน์ได้ง่ายเหมือนกับการเปลี่ยนช่องทีวีปกติ พร้อมทั้งเพิ่มแอปพลิเคชัน IoTV (Internet of Things TV) เพื่อใช้ควบคุมอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ของ LG และอุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับผู้ที่ชอบความหลากหลาย LG ยังนำเสนอ Multi-view ที่ช่วยให้สามารถรับชมได้หลายช่องหรือหลายสัญญาณอินพุตพร้อมกันในหน้าจอเดียว และยังมีเครื่องเล่นเพลงที่สามารถทำงานต่อเนื่องได้แม้จะปิดหน้าจอทีวีไปแล้วก็ตาม ซึ่งความก้าวหน้าเหล่านี้จะถูกนำไปจัดแสดงในงาน CES เพื่อพิสูจน์ว่า webOS 3.0 จะยังคงรักษามาตรฐานความประทับใจไว้ได้เหมือนเวอร์ชันก่อนๆ
| ฟีเจอร์ | ความสามารถหลัก |
|---|---|
| Mobile Connection | ส่งแอปจากมือถือขึ้นหน้าจอทีวี |
| Channel Plus | จัดระเบียบวิดีโอออนไลน์ให้เหมือนช่องทีวี (ร่วมกับ Xumo) |
| Multi-view | รับชมหลายช่องหรือหลายสัญญาณพร้อมกัน |
| IoTV | ควบคุมอุปกรณ์ LG และฮาร์ดแวร์ที่รองรับ |
| Magic Zoom | ขยายภาพเฉพาะจุดโดยไม่เสียคุณภาพ |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- webOS เริ่มนำมาใช้กับ HDTV ของ LG ครั้งแรกในปี 2014 โดยดัดแปลงมาจากเทคโนโลยีมือถือของ HP
- webOS 3.0 เน้นการปรับปรุงด้านการควบคุมและความสะดวกในการใช้งานเป็นหลัก
- มีการนำระบบ Channel Plus มาใช้เพื่อรวมเนื้อหาจากอินเทอร์เน็ตให้ค้นหาง่ายขึ้น
- รองรับการทำงานแบบ Multi-view และการเล่นเพลงขณะปิดหน้าจอ
คำถามที่พบบ่อย
webOS 3.0 แตกต่างจากเวอร์ชันก่อนหน้าอย่างไร?
ในขณะที่เวอร์ชันแรกเน้นความเรียบง่าย และเวอร์ชันที่สองเน้นความเร็ว แต่ webOS 3.0 จะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุม (Control) และความสะดวกในการใช้งาน (Usability) เพื่อจัดการกับแอปสตรีมมิ่งที่หลากหลาย
ฟีเจอร์ Channel Plus ทำงานอย่างไร?
Channel Plus เป็นความร่วมมือกับ Xumo ที่นำวิดีโอจากแหล่งต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตมาจัดเรียงในรูปแบบของผังรายการ ทำให้ผู้ใช้ค้นหาและเลือกชมเนื้อหาออนไลน์ได้ง่ายเหมือนกับการเปลี่ยนช่องทีวีปกติ
Mobile Connection มีประโยชน์อย่างไร?
ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถส่งต่อหรือ "โยน" แอปพลิเคชันที่กำลังใช้งานอยู่ในสมาร์ทโฟนขึ้นไปแสดงผลบนหน้าจอทีวีขนาดใหญ่ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
ฟีเจอร์ Multi-view คืออะไร?
คือความสามารถในการแบ่งหน้าจอเพื่อรับชมเนื้อหาจากหลายช่องทาง หรือหลายสัญญาณอินพุตได้พร้อมกันในเวลาเดียว
รีโมทคอนโทรลรุ่นใหม่ใน webOS 3.0 มีอะไรพิเศษ?
รีโมทตัวใหม่ถูกออกแบบมาให้มีความสามารถในการควบคุมกล่องรับสัญญาณ (Set-top boxes) ได้หลากหลายรุ่นมากขึ้น ลดความยุ่งยากในการใช้รีโมทหลายตัว


