Lengoo ระดมทุน 20 ล้านดอลลาร์ ยกระดับ AI แปลภาษาสำหรับองค์กรให้แม่นยำระดับมืออาชีพ

ในขณะที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการใช้เครื่องมือแปลภาษา AI สำหรับงานง่ายๆ เช่น การแปลประโยคสั้นๆ หรือคำคม แต่สำหรับภาคธุรกิจที่ต้องจัดการเอกสารทางเทคนิคในหลายสิบภาษา ความแม่นยำระดับ "พอใช้ได้" นั้นไม่เพียงพอ Lengoo สตาร์ทอัพผู้เชี่ยวชาญด้านการแปลภาษาจึงก้าวเข้ามาแก้ปัญหานี้ด้วยการสร้างโมเดลการแปลภาษาที่ปรับแต่งให้เข้ากับความต้องการเฉพาะของแต่ละองค์กร และล่าสุดพวกเขาเพิ่งระดมทุนรอบ Series B ได้อีก 20 ล้านดอลลาร์ เพื่อขยายขีดความสามารถและรุกตลาดโลก

ธุรกิจการแปลภาษามีมูลค่ามหาศาลและยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากบริษัทต่างๆ จำเป็นต้องนำเสนอซอฟต์แวร์ เว็บไซต์ หรือเอกสารสำคัญในหลายภาษาเพื่อเข้าถึงตลาดสากล แม้ว่าปัจจุบันจะมีเครื่องมือแปลภาษาฟรีมากมาย แต่สำหรับงานระดับมืออาชีพ เช่น คู่มือการใช้งาน คำเตือนด้านความปลอดภัย หรือสัญญาทางกฎหมาย ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ได้

นวัตกรรมการแปลที่ผสานพลัง AI และมนุษย์

Christopher Kränzler ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Lengoo มองว่าเป้าหมายไม่ใช่การแทนที่มนุษย์ แต่คือการสร้างระบบที่ช่วยให้ผู้แปลทำงานได้ง่ายขึ้น โดยการนำ Machine Learning (การเรียนรู้ของเครื่อง) มาใช้เพื่อลดภาระงานที่ซ้ำซ้อนและเพิ่มความแม่นยำของผลลัพธ์

จุดเด่นของ Lengoo คือการสร้าง Custom Language Model หรือโมเดลภาษาเฉพาะทาง ซึ่งจะนำข้อมูลจากเอกสารและเว็บไซต์ของลูกค้ามาฝึกฝน พร้อมทั้งนำคำแนะนำและการแก้ไขจากผู้แปลที่เป็นมนุษย์กลับเข้าไปพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง ทำให้ AI เรียนรู้คำศัพท์เฉพาะทาง (Jargon) รูปแบบการเขียน และข้อกำหนดด้านการจัดรูปแบบของแต่ละบริษัทได้อย่างแม่นยำ

การวัดผลด้วย Correction Distance

Lengoo ใช้ตัวชี้วัดที่เรียกว่า Correction Distance หรือระยะห่างของการแก้ไข เพื่อวัดคุณภาพของการแปล โดยคำนวณจากจำนวนครั้งที่ผู้แปลที่เป็นมนุษย์ต้องแก้ไขข้อความที่ AI เสนอ ยิ่งมีการแก้ไขน้อยลงเท่าใด หมายความว่า AI มีคุณภาพสูงขึ้นและทำงานได้รวดเร็วขึ้นเท่านั้น ซึ่งส่งผลให้การแปลมีความสม่ำเสมอ (Consistency) มากกว่าการใช้ผู้แปลหลายคนที่อาจมีสไตล์การเขียนแตกต่างกัน

สรุปจุดเด่นของบริการแปลภาษาจาก Lengoo
หัวข้อเปรียบเทียบ AI แปลภาษาทั่วไป Lengoo AI Translation
กลุ่มเป้าหมาย ผู้ใช้งานทั่วไป / งานไม่เป็นทางการ องค์กรธุรกิจ / เอกสารทางเทคนิค
ความแม่นยำ เน้นใจความสำคัญ (Good enough) เน้นความถูกต้องและคำศัพท์เฉพาะทาง
การปรับแต่ง โมเดลมาตรฐานชุดเดียว Custom Model ตามข้อมูลของลูกค้า
ความเร็ว เร็วมากแต่ต้องตรวจทานสูง เร็วกว่าคู่แข่งรายใหญ่ถึง 3 เท่าในระยะยาว

ก้าวต่อไปสู่ Neural Machine Translation ที่ตอบสนองทันที

แม้ว่าการปรับแต่งโมเดลจะให้ผลลัพธ์ที่ดี แต่ข้อจำกัดของ Machine Learning แบบดั้งเดิมคือค่าใช้จ่ายในการประมวลผลที่สูง ทำให้ไม่สามารถอัปเดตโมเดลได้แบบเรียลไทม์ Lengoo จึงวางแผนพัฒนาโครงสร้าง Neural Machine Translation (การแปลภาษาด้วยโครงข่ายประสาทเทียม) ของตนเอง

Ahmad Taie หัวหน้าฝ่ายวิจัยประยุกต์ อธิบายว่าระบบใหม่นี้จะปรับปรุงการแปลแบบ "Segment by Segment" หรือการปรับปรุงเป็นส่วนๆ ซึ่งหมายความว่าเมื่อ AI แปลข้อความส่วนหนึ่งและได้รับการแก้ไข ข้อมูลนั้นจะถูกนำไปปรับใช้กับการแปลในส่วนถัดไปได้ทันที ทำให้การพัฒนาคุณภาพเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การระดมทุน: ได้รับเงินทุนรอบ Series B จำนวน 20 ล้านดอลลาร์ นำโดย Inkef Capital
  • ประสิทธิภาพ: สามารถทำงานได้เร็วกว่า Google Translate หรือ DeepL ถึง 3 เท่า เมื่อโมเดลได้รับการฝึกฝนอย่างเต็มที่
  • กลยุทธ์: เน้นการสร้าง Custom Model ที่เรียนรู้จากข้อมูลเฉพาะของลูกค้าและ Feedback จากผู้แปล
  • เป้าหมาย: ขยายตลาดเข้าสู่ทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป พร้อมเชื่อมต่อกับระบบซอฟต์แวร์ขององค์กรชั้นนำ

คำถามที่พบบ่อย

Lengoo แตกต่างจาก Google Translate อย่างไร?

ในขณะที่ Google Translate เน้นการใช้งานทั่วไป แต่ Lengoo สร้างโมเดลเฉพาะสำหรับแต่ละลูกค้า โดยนำเอกสารภายในและคำศัพท์เฉพาะทางของบริษัทมาฝึกฝน AI ทำให้ผลลัพธ์มีความแม่นยำและเหมาะสมกับบริบททางธุรกิจมากกว่า

AI ของ Lengoo จะเข้ามาแทนที่นักแปลภาษาหรือไม่?

เป้าหมายของ Lengoo ไม่ใช่การแทนที่มนุษย์ แต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยให้ AI จัดการงานส่วนใหญ่และให้มนุษย์ทำหน้าที่ตรวจสอบและปรับแต่ง ซึ่งจะช่วยให้นักแปลทำงานได้รวดเร็วขึ้นอย่างมหาศาล

Correction Distance คืออะไรและสำคัญอย่างไร?

คือการวัดปริมาณการแก้ไขที่มนุษย์ต้องทำกับข้อความที่ AI แปลมา ยิ่งค่านี้ต่ำ แสดงว่า AI แปลได้แม่นยำจนแทบไม่ต้องแก้ไข ซึ่งเป็นตัวชี้วัดคุณภาพและความเร็วที่เป็นรูปธรรม

เงินทุน 20 ล้านดอลลาร์จะถูกนำไปใช้ทำอะไร?

เงินทุนนี้จะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาโครงสร้างทางเทคโนโลยี (Tech Stack) ให้ทันสมัยขึ้น เพื่อให้ AI อัปเดตข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงใช้ในการขยายธุรกิจไปยังตลาดอเมริกาเหนือและยุโรป