Legends of Tomorrow ซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่สายฮา ทางเลือกที่ลงตัวหลังชม Avengers: Infinity War
ในยุคที่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งมีตัวเลือกมากมายจนเลือกไม่ถูก คอลัมน์ Cut the Crap จาก The Verge จึงอาสาคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดเพียงเรื่องเดียวในแต่ละสัปดาห์ เพื่อให้คุณไม่ต้องเสียเวลากับคอนเทนต์ที่ไม่ตอบโจทย์ และสำหรับสุดสัปดาห์นี้ เราขอแนะนำซีรีส์ที่นำเสนอทีมซูเปอร์ฮีโร่ในมุมมองที่เบาสมองและแตกต่างออกไป
ทำไมต้องดู Legends of Tomorrow ในช่วงนี้?
เมื่อ Avengers: Infinity War เข้าฉายและกลายเป็นกระแสหลักที่ครอบงำทุกบทสนทนา ผู้ชมบางส่วนอาจรู้สึกหนักอึ้งกับโทนเรื่องที่ตึงเครียดหรือความตกใจจากจุดหักมุมในหนัง หรือบางคนอาจจะยิ่งโหยหาเรื่องราวของเหล่าฮีโร่มากขึ้น ซึ่ง Legends of Tomorrow คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ เพราะเป็นซีรีส์ที่มอบความบันเทิงในรูปแบบที่ต่างจากมหากาพย์ของ Marvel อย่างสิ้นเชิง
ในขณะที่ Marvel Cinematic Universe วางแผนการเล่าเรื่องอย่างประณีตเพื่อนำตัวละครยอดนิยมมารวมตัวกันในศึกตัดสินครั้งใหญ่ ทางฝั่ง Warner Bros. Television และโปรดิวเซอร์ Greg Berlanti ก็สร้างจักรวาล DC ในฉบับซีรีส์ได้อย่างน่าประทับใจ โดยใช้เรื่อง Arrow และ The Flash เป็นรากฐานในการแนะนำซูเปอร์ฮีโร่และวายร้ายที่แปลกประหลาดที่สุดของ DC Comics ให้โลกรู้จัก

เจาะลึกตอน "Here I Go Again" จุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ
หากคุณเป็นมือใหม่ เราขอแนะนำให้เริ่มที่ตอน "Here I Go Again" (ตอนที่ 11 ของซีซัน 3) ซึ่งเป็นตอนที่นำเสนอพล็อตเรื่องแบบ Time Loop หรือการติดอยู่ในลูปเวลาที่ต้องใช้ชีวิตชั่วโมงเดิมซ้ำไปซ้ำมา โดยเหตุการณ์จะจบลงด้วยการระเบิดของยานเสมอ
ในตอนนี้ Zari สมาชิกใหม่ของทีมเป็นเพียงคนเดียวที่จำเหตุการณ์ได้ เธอจึงต้องพยายามไขปริศนาเพื่อหยุดยั้งหายนะนี้ พร้อมกับทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมทีมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็น Sara Lance (White Canary) ผู้นำที่เด็ดขาด, Ray Palmer (The Atom) นักวิทยาศาสตร์ผู้ร่าเริง, Mick Rory (Heat Wave) วายร้ายที่ยังไม่กลับตัวเต็มร้อย, Nate Heywood (Steel) นักผจญภัยผู้หลงใหลในประวัติศาสตร์ และ Amaya Jiwe (Vixen) ผู้พิทักษ์ผู้เห็นอกเห็นใจผู้อื่น

เสน่ห์ของความบ้าคลั่งและไร้ขีดจำกัด
จุดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้คือความ "กล้าเล่น" ที่เพิ่มมากขึ้นในทุกซีซัน จากซีซันแรกที่เน้นพล็อตเรื่องหนักๆ และการทะเลาะกันในทีม พัฒนามาสู่ซีซัน 2 และ 3 ที่โอบรับความตลกขบขันของการเดินทางข้ามเวลา เช่น การพยายามหยุดกอริลล่านักจิตวิทยาไม่ให้ฆ่า Barack Obama ในวัยเรียน หรือการย้อนเวลากลับไปในกองถ่าย The Lord of the Rings เพื่อดึงตัวนักแสดง John Noble มาร่วมแผนการ
ความสนุกระดับนี้เห็นได้ชัดตั้งแต่ต้นตอน "Here I Go Again" ที่ทีมฮีโร่ปรากฏตัวในชุดดิสโก้สีขาว หลังจากเพิ่งไปหยุดยั้งเทป 8-track ของวง ABBA ไม่ให้โนโปเลียนเปลี่ยนใจไม่รบในยุทธการวอเตอร์ลู แม้จะไม่ได้สเกลยิ่งใหญ่เท่า Infinity War แต่รับประกันความบันเทิงอย่างแน่นอน

กลุ่มผู้ชมที่เหมาะสม
ซีรีส์เรื่องนี้เหมาะสำหรับแฟนคอมิกส์ตัวยง ผู้ที่คลั่งไคล้ซูเปอร์ฮีโร่ หรือคนที่ชอบแนวไซไฟ-แฟนตาซีที่มีความแปลกประหลาด แม้คนที่ไม่เคยอ่าน DC Comics ก็สามารถสนุกได้ แต่สำหรับแฟนพันธุ์แท้จะได้อรรถรสเป็นพิเศษเมื่อเห็นตัวละครอย่าง Gorilla Grodd หรือ Jonah Hex ออกโรง
นอกจากนี้ ตัวละคร Zari ยังเป็นการหยิบยกแรงบันดาลใจจากฮีโร่ยุค 70 อย่าง Isis มาปรับใช้ (แม้จะไม่ได้ใช้ชื่อเดิมเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดกับกลุ่มก่อการร้าย) โดยในตอนนี้เราจะได้เห็นการใช้พลังที่น่าสนใจ เช่น การย่อส่วนของ Atom, ร่างเกราะเหล็กของ Steel และการเรียกจิตวิญญาณแรดของ Vixen
ในด้านการเล่าเรื่อง ตอนนี้ได้รับอิทธิพลจากภาพยนตร์ Groundhog Day และซีรีส์คลาสสิกอย่าง Star Trek: The Next Generation รวมถึงมีกลิ่นอายของ The X-Files และ Buffy the Vampire Slayer ในยุค 90 ที่สอดแทรกตอนจบในตัว (Standalone) ไว้ท่ามกลางเส้นเรื่องหลักที่ยาวต่อเนื่อง
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- แนวทางเรื่อง: ซูเปอร์ฮีโร่, ไซไฟ, คอมเมดี้, การเดินทางข้ามเวลา
- ตอนแนะนำ: "Here I Go Again" (ซีซัน 3 ตอนที่ 11)
- จุดเด่น: การนำเสนอตัวละคร DC ที่แปลกและหลากหลาย พร้อมพล็อตเรื่องที่คาดเดาไม่ได้
- ช่องทางการรับชม: Netflix (มีครบทั้ง 3 ซีซัน)
- คำแนะนำการดู: สามารถข้ามซีซัน 1 ไปเริ่มที่ซีซัน 2 ได้เลยหากชอบความตลกโปกฮา (ยกเว้นตอน "The Magnificent Eight" ที่น่าสนใจ)
| ชื่อตัวละคร | ฉายา/ชื่อฮีโร่ | ลักษณะเด่น |
|---|---|---|
| Sara Lance | White Canary | ผู้นำทีมที่เด็ดขาดและจริงจัง |
| Ray Palmer | The Atom | นักวิทยาศาสตร์ผู้ร่าเริงและฉลาดหลักแหลม |
| Mick Rory | Heat Wave | อดีตวายร้ายสายลุย |
| Nate Heywood | Steel | นักผจญภัยผู้มีความรู้ด้านประวัติศาสตร์ |
| Amaya Jiwe | Vixen | ผู้ใช้พลังสัตว์ป่าเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ |
| Zari | - | สมาชิกใหม่ผู้มีพลังจากเครื่องรางวิเศษ |
คำถามที่พบบ่อย
จำเป็นต้องดูซีซัน 1 ก่อนหรือไม่?
ไม่จำเป็นอย่างยิ่ง หากคุณต้องการความสนุกแบบหลุดโลก แนะนำให้ข้ามไปเริ่มที่ซีซัน 2 ได้เลย เนื่องจากซีซันแรกมีพล็อตที่ค่อนข้างหนักและตัวละครขัดแย้งกันสูง
ต้องมีความรู้เรื่องคอมิกส์ DC ถึงจะดูรู้เรื่องไหม?
ไม่จำเป็นครับ ซีรีส์ออกแบบมาให้ผู้ชมทั่วไปเข้าใจได้ง่าย แต่ถ้าคุณรู้จักตัวละครจากคอมิกส์อยู่แล้ว จะยิ่งรู้สึกสนุกและตื่นเต้นมากขึ้นเมื่อเห็นตัวละครเหล่านั้นปรากฏตัว
ตอน "Here I Go Again" เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องหลักอย่างไร?
แม้จะมีองค์ประกอบของเนื้อเรื่องหลักในซีซัน 3 อยู่บ้าง แต่ตอนนี้ถูกเขียนออกมาในลักษณะ Standalone ที่เน้นการพัฒนาความสัมพันธ์ของตัวละคร ทำให้เหมาะมากสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มดู
สามารถรับชมได้ที่ไหนในปัจจุบัน?
คุณสามารถรับชม Legends of Tomorrow ได้ครบทุกซีซันผ่านทาง Netflix



