Krisp ระดมทุน 5 ล้านดอลลาร์ พัฒนา AI ตัดเสียงรบกวนเพื่อยกระดับการสื่อสารยุคดิจิทัล

ในยุคที่การประชุมออนไลน์กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการทำงาน Krisp สตาร์ทอัพผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสำคัญด้วยการนำเสนอโซลูชันที่ช่วยแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ล่าสุดบริษัทประสบความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Series A เป็นจำนวนเงิน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายขีดความสามารถของผลิตภัณฑ์และตอบสนองความต้องการของตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

Krisp เริ่มต้นเส้นทางจากโครงการบ่มเพาะ Skydeck ของมหาวิทยาลัย UC Berkeley ในปี 2018 โดยชูจุดเด่นด้านการนำ Machine Learning (การเรียนรู้ของเครื่อง) ซึ่งเป็นแขนงหนึ่งของปัญญาประดิษฐ์ มาใช้ประมวลผลสัญญาณเสียงแบบเรียลไทม์ ระบบจะถูกฝึกฝนให้แยกแยะระหว่างเสียงมนุษย์และเสียงที่ไม่ใช่เสียงพูด เพื่อกำจัดเสียงรบกวนออกไปอย่างแม่นยำแม้ในขณะที่ผู้ใช้กำลังพูดอยู่

ประสิทธิภาพและการทำงานของเทคโนโลยี

จุดเด่นที่ทำให้ Krisp แตกต่างคือความสามารถในการทำงานที่รวดเร็ว โดยมีค่าความหน่วง (Latency) หรือการดีเลย์ของเสียงเพียง 15 มิลลิวินาที และใช้ทรัพยากรเครื่องต่ำ ทำให้สามารถติดตั้งและใช้งานได้กับอุปกรณ์หลากหลายประเภท โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่มีหน่วยประมวลผล AI ในตัว

ในด้านโมเดลธุรกิจ Krisp เริ่มต้นจากการให้บริการซอฟต์แวร์ฟรีสำหรับผู้ใช้ทั่วไป และมีแพ็กเกจแบบชำระเงินเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดด้านเวลา นอกจากนี้ยังมีการผสานการทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันยอดนิยมอย่าง Discord อย่างไรก็ตาม รายได้หลักของบริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดดในกลุ่มลูกค้าองค์กร (Enterprise) โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ผลักดันให้บริษัทต่างๆ เปลี่ยนมาทำงานรูปแบบ Remote Work

สรุปข้อมูลการเติบโตและเงินทุนของ Krisp
หัวข้อ รายละเอียด
จำนวนเงินระดมทุน (Series A) 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นักลงทุนหลัก Storm Ventures, Sierra Ventures, TechNexus และ Hive Ventures
รายได้ต่อปี (ARR) เติบโตจาก 0 สู่ 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในหนึ่งปี
ฐานลูกค้าองค์กร เพิ่มขึ้นจาก 0 เป็น 600 บริษัท
ความหน่วงของเสียง (Latency) 15 มิลลิวินาที

วิสัยทัศน์ในอนาคต: มากกว่าแค่การตัดเสียงรบกวน

Davit Baghdasaryan ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Krisp เปิดเผยว่าเป้าหมายต่อไปคือการวิเคราะห์ Metadata หรือข้อมูลเบื้องหลังของการสนทนา เพื่อให้คำแนะนำแก่ผู้พูดแบบเรียลไทม์ เช่น การวิเคราะห์สัดส่วนการพูด การขัดจังหวะคู่สนทนา หรือการแนะนำคำศัพท์ เพื่อช่วยพัฒนาทักษะการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเปรียบเสมือนการเป็น "Grammarly สำหรับเสียงและวิดีโอ"

สำหรับประเด็นด้านความปลอดภัย Krisp ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวอย่างสูงสุด โดยออกแบบระบบให้ประมวลผลข้อมูลทั้งหมดภายในอุปกรณ์ของผู้ใช้ (On-device) และไม่มีการส่งข้อมูลเสียงไปยังเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่าการสนทนาจะเป็นความลับและปลอดภัย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • เทคโนโลยีหลัก: ใช้ Machine Learning แยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนแบบเรียลไทม์
  • การเติบโต: ขยายฐานลูกค้าจากผู้ใช้ทั่วไปสู่ระดับองค์กรขนาดใหญ่ รวมถึงคอลเซ็นเตอร์ที่มีพนักงานกว่า 40,000 คน
  • โครงสร้างทีม: ใช้การจ้างงานระดับโลก โดยมีทีมงานกระจายตัวอยู่ในสหรัฐอเมริกาและอาร์เมเนีย
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว: ประมวลผลข้อมูลบนอุปกรณ์เท่านั้น ไม่มีการส่งข้อมูลเสียงขึ้น Cloud

คำถามที่พบบ่อย

Krisp ทำงานอย่างไรในการตัดเสียงรบกวน?

Krisp ใช้ระบบ AI ที่ผ่านการฝึกฝนให้รู้จักลักษณะของเสียงมนุษย์ เมื่อมีการประมวลผลเสียง ระบบจะคัดกรองและลบเสียงที่ไม่ใช่เสียงพูดออกไปในทันที ทำให้เสียงที่ส่งออกไปมีความชัดเจนมากขึ้น

ซอฟต์แวร์นี้สามารถใช้งานกับอุปกรณ์ใดได้บ้าง?

สามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์เกือบทุกชนิด เนื่องจากใช้ทรัพยากรเครื่องน้อย โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่มีหน่วยเร่งความเร็ว AI (AI acceleration units) เช่น สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ จะทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ข้อมูลการสนทนาจะถูกเก็บไว้ที่ไหน ปลอดภัยหรือไม่?

ข้อมูลทั้งหมดจะถูกประมวลผลภายในเครื่องของผู้ใช้งานเอง (On-device) โดยไม่มีการส่งข้อมูลเสียงไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอก จึงมีความปลอดภัยสูงและรักษาความเป็นส่วนตัวได้อย่างสมบูรณ์

ในอนาคต Krisp จะมีฟีเจอร์อะไรเพิ่มเติม?

บริษัทมีแผนพัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์การพูด เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับทักษะการสื่อสาร เช่น การแจ้งเตือนเมื่อพูดนานเกินไป หรือการแนะนำคำศัพท์ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้พัฒนาบุคลิกภาพในการพูดให้ดีขึ้น