Joby Aviation จับมือ Delta Air Lines ปฏิวัติการเดินทางสู่สนามบินด้วยแท็กซี่บินได้ eVTOL
ลองจินตนาการถึงการเดินทางไปสนามบินที่ไม่ต้องเผชิญกับปัญหารถติดที่น่าหงุดหงิด แต่เป็นการทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยเครื่องบินไฟฟ้าที่เงียบและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นี่คือวิสัยทัศน์ที่ Joby Aviation สตาร์ทอัพผู้พัฒนาอากาศยาน eVTOL (Electric Vertical Takeoff and Landing) หรือเครื่องบินไฟฟ้าที่สามารถขึ้น-ลงในแนวดิ่งได้ กำลังร่วมมือกับ Delta Air Lines เพื่อสร้างบริการรับส่งผู้โดยสารจากย่านที่พักอาศัยสู่สนามบินในเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์กและลอสแอนเจลิส
บริการนี้จะเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางแบบเดิมให้กลายเป็นระบบ "Neighborhood-to-Airport" โดยอาศัยเครือข่าย Vertiport (สถานีขึ้น-ลงสำหรับอากาศยานแนวตั้ง) เพื่อส่งผู้โดยสารให้ถึงจุดหมายอย่างรวดเร็วและลดการปล่อยมลพิษ
รายละเอียดความร่วมมือและการลงทุน
ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ แต่มีการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม โดย Delta ได้ลงทุนขั้นต้นใน Joby เป็นจำนวนเงิน 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนหุ้นประมาณ 2% และมีแผนจะลงทุนเพิ่มเติมอีก 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หาก Joby สามารถบรรลุเป้าหมายตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
ในด้านข้อตกลงทางธุรกิจ ทั้งสองบริษัทจะมีความร่วมมือแบบผูกขาด (Mutually Exclusive) ในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรเป็นเวลา 5 ปีหลังจากเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ โดย Joby จะเป็นผู้ดำเนินการบิน ในขณะที่ Delta จะสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานภายในสนามบิน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ Joby ก้าวเข้าสู่การให้บริการจริงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| เมืองที่เริ่มนำร่อง | นิวยอร์ก และ ลอสแอนเจลิส |
| เงินลงทุนเริ่มต้นจาก Delta | 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หุ้น 2%) |
| เงินลงทุนเพิ่มเติมตามเป้าหมาย | 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ |
| รูปแบบอากาศยาน | eVTOL ความจุ 5 ที่นั่ง (แบบแชร์ที่นั่ง) |
| ระยะเวลาผูกขาดในสหรัฐฯ และอังกฤษ | 5 ปี หลังเปิดบริการเชิงพาณิชย์ |
เส้นทางสู่การใช้งานจริงและอุปสรรคที่ต้องก้าวผ่าน
JoeBen Bevirt ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Joby ระบุว่าการจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้นั้นต้องผ่านด่านสำคัญ 4 ประการ ซึ่งปัจจุบัน Joby ประสบความสำเร็จไปแล้วหนึ่งขั้น คือการได้รับใบรับรอง Part 135 Air Carrier จาก FAA (Federal Aviation Administration) หรือสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ ซึ่งอนุญาตให้ดำเนินการบินเชิงพาณิชย์แบบ On-demand ได้
อย่างไรก็ตาม ยังมีอีก 3 ขั้นตอนที่ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้น ได้แก่ การขอใบรับรองประเภทอากาศยาน (Type Certification), การขอใบรับรองโรงงานผลิต (Production Certification) และการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งในส่วนหลังนี้ Delta จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการประสานงานกับสนามบินหลัก เช่น JFK, LaGuardia ในนิวยอร์ก และ LAX ในลอสแอนเจลิส
ประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่สำหรับผู้โดยสาร
สำหรับผู้โดยสารของ Delta การจองที่นั่งบนเครื่องบิน eVTOL จะสามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ของสายการบิน โดยจะเดินทางด้วยเครื่องบินขนาด 5 ที่นั่ง นอกจากนี้ Joby ยังมีพันธมิตรกับ Uber ซึ่งในอนาคตอาจมีการเชื่อมต่อการเดินทางจากบ้านมายัง Vertiport ด้วย Uber เพื่อให้การเดินทางไร้รอยต่อที่สุด
ในด้านเวลา การเดินทางในนิวยอร์กที่ปกติอาจใช้เวลาหลายชั่วโมงเนื่องจากรถติด อาจลดลงเหลือเพียง 10 นาทีเมื่อใช้ eVTOL โดยในช่วงแรกจะใช้ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ที่มีอยู่เดิมในเมืองเป็นจุดขึ้นบิน ก่อนจะขยายไปยัง Vertiport ที่ดัดแปลงจากอาคารจอดรถในอนาคต
เมื่อถึงสนามบิน ผู้โดยสารจะได้รับประสบการณ์ระดับพรีเมียมผ่านเทคโนโลยีระบุตัวตนแบบดิจิทัล (Digital Identity) ที่ใช้การสแกนใบหน้าแทนการแสดงบัตรขึ้นเครื่องหรือพาสปอร์ต เพื่อให้การผ่านจุดตรวจความปลอดภัยเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ลดเวลาเดินทาง: การบินจากตัวเมืองนิวยอร์กสู่สนามบินอาจใช้เวลาเพียง 10 นาที
- ความยั่งยืน: ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ซึ่งช่วยลดค่าบำรุงรักษาและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- การเข้าถึง: จองผ่านแอป Delta และอาจเชื่อมต่อกับ Uber ได้ในอนาคต
- โครงสร้างพื้นฐาน: เริ่มต้นจากการใช้ลานจอดเฮลิคอปเตอร์เดิมใน NYC และ LA
คำถามที่พบบ่อย
บริการนี้จะเปิดให้ใช้งานเมื่อไหร่และราคาเท่าไหร่?
ปัจจุบันยังไม่มีการระบุวันที่เปิดให้บริการและราคาที่แน่นอน แต่ทาง Joby ตั้งเป้าที่จะกำหนดราคาให้เข้าถึงได้ง่าย โดยอาศัยข้อได้เปรียบจากต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำของระบบไฟฟ้า
eVTOL คืออะไรและแตกต่างจากเฮลิคอปเตอร์อย่างไร?
eVTOL ย่อมาจาก Electric Vertical Takeoff and Landing คืออากาศยานที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน สามารถขึ้นและลงในแนวดิ่งได้เหมือนเฮลิคอปเตอร์ แต่มีความเงียบกว่าและไม่มีการปล่อยมลพิษ
ผู้โดยสารจะขึ้นเครื่องได้จากที่ไหน?
ในช่วงเริ่มต้นจะใช้ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ที่มีอยู่แล้วในนิวยอร์ก (เช่น ย่าน Wall Street และ East 34th Street) และในลอสแอนเจลิส ก่อนจะขยายไปยัง Vertiport เฉพาะทางในอนาคต
ความร่วมมือนี้ส่งผลดีต่อผู้โดยสาร Delta อย่างไร?
ผู้โดยสารจะได้รับความสะดวกสบายสูงสุด ตั้งแต่การเลี่ยงรถติดด้วยแท็กซี่บินได้ ไปจนถึงการใช้ระบบสแกนใบหน้าเพื่อเข้าสู่เทอร์มินัลของ Delta ได้อย่างรวดเร็ว
