iPod touch (2012) รีวิวเจาะลึกความบางเฉียบและประสิทธิภาพที่ก้าวกระโดด
หากย้อนกลับไปในรุ่นที่ 4 ของ iPod touch ความบางระดับ 7.2 มม. เคยทำให้มันดูโดดเด่นจนถูกเปรียบเหมือน "ไม้จิ้มฟัน" แต่เมื่อเวลาผ่านไปและ iPhone 5 เปิดตัวด้วยความบางที่ใกล้เคียงกัน ถึงเวลาที่ Apple ต้องปรับโฉมเครื่องเล่นเพลงพกพารุ่นนี้ให้ล้ำหน้าขึ้นไปอีกขั้น
การกลับมาของ iPod touch รุ่นที่ 5 (ปี 2012) ไม่ได้มาเพียงแค่ความบางที่ลดลงเหลือ 6.1 มม. เท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับการอัปเกรดครั้งใหญ่ ทั้งหน้าจอที่กว้างขึ้น น้ำหนักที่เบาลง และประสิทธิภาพการทำงานที่รวดเร็วกว่าเดิม ในราคาเริ่มต้นที่ 299 ดอลลาร์สหรัฐ
ดีไซน์และการออกแบบ: ความหรูหราที่ทนทานขึ้น
Apple เปลี่ยนจากฝาหลังโครเมียมเงาวับในรุ่นก่อน ซึ่งมักจะเป็นรอยขีดข่วนได้ง่าย มาเป็น อลูมิเนียมผิวด้าน (Matte Aluminum) ที่ผ่านกระบวนการ Anodized มีให้เลือกถึง 6 สี โดยเฉพาะสี (Product) Red ที่ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยวและตัดกับขอบสีขาวด้านหน้าได้อย่างลงตัว
ในด้านมิติ ตัวเครื่องมีความสูงเพิ่มขึ้นเพื่อให้รองรับหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น โดยมีขนาด 123.4 x 58.6 มม. และมีน้ำหนักเพียง 88 กรัม ซึ่งเบากว่ารุ่นเดิมประมาณ 10% แม้รูปทรงจะดูเป็นเหลี่ยมมากขึ้น แต่ยังคงความสบายในการถือใช้งานมากกว่า iPhone รุ่นใหม่ๆ
จุดเปลี่ยนสำคัญคือการนำ Lightning connector (พอร์ตเชื่อมต่อแบบใหม่ของ Apple) มาใช้แทนพอร์ตเดิม และการย้ายตำแหน่งช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ไปทางด้านซ้ายเพื่อให้สอดคล้องกับ iPhone 5 นอกจากนี้ยังมี "The Loop" หรือจุดยึดสายคล้องข้อมือไมโครไฟเบอร์ที่แถมมาในกล่อง เพื่อเสริมภาพลักษณ์การเป็นกล้องคอมแพคพกพา
หน้าจอ Retina: มาตรฐานสูงสุดของอุปกรณ์พกพา
หัวใจหลักของการขยายขนาดตัวเครื่องคือการติดตั้งหน้าจอ Retina Display ขนาด 4 นิ้ว ซึ่งเป็นแผงหน้าจอเดียวกับที่ใช้ใน iPhone 5 ให้ความละเอียด 1,136 x 640 พิกเซล และมีความหนาแน่นของพิกเซลสูงถึง 326dpi (dots per inch)
คุณภาพของหน้าจอ IPS LCD นี้ถือว่าอยู่ในระดับท็อปของตลาด ทั้งในเรื่องความสว่าง คอนทราสต์ และมุมมองที่กว้าง อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตคือรุ่นนี้ ไม่มีเซนเซอร์ปรับแสงอัตโนมัติ ผู้ใช้จึงต้องปรับความสว่างด้วยตนเองตามสภาพแสงของสภาพแวดล้อม
ประสิทธิภาพการทำงานและพลังประมวลผล
ภายในขับเคลื่อนด้วยชิป A5 Dual-core ความเร็ว 800MHz พร้อมกราฟิก PowerVR ซึ่งเป็นสเปกเดียวกับ iPhone 4S จากผลการทดสอบ Geekbench ที่ได้คะแนนเฉลี่ย 627 และ SunSpider ที่ 1,785 ยืนยันได้ว่ามันทำงานได้รวดเร็วกว่า iPod touch รุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด แม้จะยังตามหลัง iPhone 5 อยู่พอสมควรก็ตาม
ด้านแบตเตอรี่ Apple ระบุว่าสามารถฟังเพลงได้นาน 40 ชั่วโมง และเล่นวิดีโอได้นานขึ้นเป็น 8 ชั่วโมง (เพิ่มจาก 7 ชั่วโมงในรุ่นก่อน) ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปในหนึ่งวัน
การถ่ายภาพและวิดีโอ: ก้าวกระโดดสู่ระดับกล้องคอมแพค
กล้องเป็นส่วนที่ได้รับการอัปเกรดอย่างชัดเจนที่สุด โดยกล้องหลังมีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟ LED Flash ซึ่งให้คุณภาพรูปถ่ายใกล้เคียงกับ iPhone 4S แม้ในที่แสงน้อยจะมี Noise (สัญญาณรบกวนในภาพ) ปรากฏให้เห็นบ้าง แต่ก็เพียงพอสำหรับการถ่ายภาพท่องเที่ยวทั่วไป
สำหรับการถ่ายวิดีโอ รองรับความละเอียดสูงสุดที่ 1080p แม้คุณภาพจะดีแต่ระบบป้องกันภาพสั่นไหวยังไม่นิ่งเท่า iPhone 5 และไม่สามารถถ่ายภาพนิ่งขณะบันทึกวิดีโอได้ ส่วนกล้องหน้า FaceTime HD ความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล ยังคงทำหน้าที่ได้ดีแม้ในสภาพแสงปานกลาง
ซอฟต์แวร์และการเชื่อมต่อ
ตัวเครื่องมาพร้อมกับ iOS 6 ที่มีฟีเจอร์เด่นอย่าง Siri, iCloud และ Safari รุ่นอัปเกรด อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดที่น่าเสียดายคือ ไม่มี GPS ในตัว ทำให้การใช้งานแอปพลิเคชันแผนที่ (Maps) หรือแอปนำทางอย่าง TomTom และ CoPilot Live ทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ รวมถึงไม่สามารถทำ Geotagging (การระบุพิกัดสถานที่ในรูปถ่าย) ได้
ในส่วนของการเชื่อมต่อ รองรับ Wi-Fi แบบ Dual-band (802.11a/b/g/n) และ Bluetooth 4.0 รวมถึงการเชื่อมต่อกับ Nike+ สำหรับผู้ที่รักการออกกำลังกาย
คุณภาพเสียง
เมื่อทดสอบกับหูฟังหลายระดับ ตั้งแต่ EarPods ของ Apple ไปจนถึงหูฟังระดับไฮเอนด์อย่าง Klipsch S4i และ Sennheiser HD555 พบว่าคุณภาพเสียงยังคงมาตรฐานเดิม ไม่ได้ดีขึ้นหรือแย่ลงจากรุ่นก่อนอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนลำโพงในตัวเครื่องยังคงมีเสียงที่เบาและคุณภาพต่ำ เหมาะสำหรับการแจ้งเตือนมากกว่าการฟังเพลง
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ความหนา/น้ำหนัก | 6.1 มม. / 88 กรัม |
| หน้าจอ | 4 นิ้ว Retina Display (1,136 x 640) |
| ชิปประมวลผล | A5 Dual-core 800MHz |
| ความจุ | 32GB / 64GB |
| กล้อง | หลัง 5MP (มี Flash) / หน้า 1.2MP |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | Lightning connector |
| ระบบปฏิบัติการ | iOS 6 |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- บางและเบาลง: ตัวเครื่องบางเพียง 6.1 มม. และน้ำหนักลดลงเหลือ 88 กรัม
- จอภาพคุณภาพสูง: ใช้หน้าจอ Retina 4 นิ้ว แบบเดียวกับ iPhone 5 แต่ไม่มีเซนเซอร์ปรับแสงอัตโนมัติ
- การอัปเกรดกล้อง: กล้องหลัง 5MP พร้อมไฟ Flash และถ่ายวิดีโอ 1080p ได้
- ข้อจำกัดด้านตำแหน่ง: ไม่มี GPS ทำให้ไม่สามารถระบุพิกัดรูปถ่ายหรือนำทางได้อย่างแม่นยำ
- พอร์ตใหม่: เปลี่ยนมาใช้ Lightning connector ซึ่งอาจไม่รองรับอุปกรณ์ Dock รุ่นเก่า
คำถามที่พบบ่อย
iPod touch รุ่นที่ 5 แตกต่างจากรุ่นที่ 4 อย่างไร?
รุ่นที่ 5 มีตัวเครื่องที่บางกว่า (6.1 มม. เทียบกับ 7.2 มม.) น้ำหนักเบากว่า หน้าจอใหญ่ขึ้นเป็น 4 นิ้ว Retina Display ประสิทธิภาพการประมวลผลเร็วขึ้นด้วยชิป A5 และกล้องหลังมีความละเอียดสูงขึ้นพร้อมไฟ Flash
สามารถใช้ iPod touch รุ่นนี้ในการนำทาง GPS ได้หรือไม่?
ไม่สามารถใช้งาน GPS ได้อย่างเต็มรูปแบบเนื่องจากไม่มีชิป GPS ในตัว ทำให้การใช้งานแอปนำทางหรือการระบุพิกัดสถานที่ในรูปถ่าย (Geotagging) ไม่สามารถทำได้
พอร์ต Lightning connector มีผลกระทบอย่างไรต่อผู้ใช้เดิม?
ผู้ที่มีอุปกรณ์เสริมหรือ Docking station รุ่นเก่าที่ใช้พอร์ต 30-pin จะไม่สามารถใช้งานกับ iPod touch รุ่นนี้ได้โดยตรง ต้องใช้ตัวแปลงหรือเปลี่ยนอุปกรณ์เสริมใหม่
คุณภาพกล้องของ iPod touch 2012 เทียบกับ iPhone ได้หรือไม่?
คุณภาพใกล้เคียงกับ iPhone 4S ในการถ่ายภาพนิ่ง แต่ยังเป็นรอง iPhone 5 ทั้งในเรื่องความละเอียดของภาพ และระบบป้องกันภาพสั่นไหวในการถ่ายวิดีโอ
หน้าจอ Retina ของรุ่นนี้มีจุดด้อยอะไรบ้าง?
แม้จะเป็นหน้าจอคุณภาพสูงมาก แต่จุดด้อยคือการขาดเซนเซอร์ตรวจวัดแสงโดยรอบ ทำให้เครื่องไม่สามารถปรับความสว่างหน้าจอให้เหมาะสมกับสภาพแสงได้โดยอัตโนมัติ
