iPhone 6s ประสิทธิภาพความเร็วและการทดสอบ Benchmark เทียบกับคู่แข่ง

แม้ว่า iPhone 6s จะไม่สามารถทำความเร็วได้เท่ากับคอมพิวเตอร์ระดับ MacBook Pro แต่จากผลการทดสอบประสิทธิภาพหรือ Benchmark (การวัดค่ามาตรฐานเพื่อเปรียบเทียบสมรรถนะ) พบว่านี่คือหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่ทรงพลังที่สุดในตลาดปัจจุบัน

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราได้นำ iPhone 6s และ 6s Plus รุ่นความจุ 128GB มาทดสอบผ่านโปรแกรมหลากหลายรูปแบบ เริ่มตั้งแต่การทดสอบข้ามแพลตฟอร์มอย่าง Antutu และ Geekbench ไปจนถึงการวัดประสิทธิภาพด้านกราฟิกด้วย GFXBench และ 3DBench รวมถึงการทดสอบการใช้งานจริง เช่น ความเร็วในการเปิดเกมและการส่งออกไฟล์วิดีโอ

การก้าวกระโดดของประสิทธิภาพจากรุ่นเดิม

ผลลัพธ์ที่น่าสนใจคือ iPhone 6s มีความเร็วเพิ่มขึ้นจาก iPhone 6 ถึงประมาณ 60% ในการทดสอบส่วนใหญ่ ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่ก้าวกระโดดมากกว่าช่วงการเปลี่ยนผ่านจาก iPhone 5s มาเป็น iPhone 6 อย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม ในการใช้งานบางประเภทที่ระบบปฏิบัติการ iOS มีการปรับแต่ง (Optimize) ไว้แล้ว ความแตกต่างอาจไม่ชัดเจนนัก ตัวอย่างเช่น การเปิดเกม Need for Speed: Hot Pursuit ซึ่ง iPhone 6 ใช้เวลา 16 วินาที ในขณะที่ iPhone 6s ใช้เวลา 15 วินาที

Apple iPhone 6s

เจาะลึกขุมพลังชิป A9

หัวใจสำคัญที่ทำให้ iPhone 6s เหนือกว่าคือชิปประมวลผล A9 ความเร็ว 1.8GHz ซึ่งทำผลงานได้โดดเด่นกว่าชิป A8 ในรุ่นก่อนหน้า โดยเฉพาะในด้านการคำนวณเลขทศนิยม (Floating-point operations), การเข้าถึงหน่วยความจำ RAM และการประมวลผลกราฟิก 3 มิติ

ในด้านกราฟิก iPhone 6s สามารถทำเฟรมเรตได้ถึง 60 FPS (Frames Per Second หรือจำนวนภาพต่อวินาที) ในการทดสอบ GFXBench T-Rex ซึ่งสอดคล้องกับอัตราการรีเฟรชของหน้าจอพอดี และยังสามารถทำคะแนนชนะ Nvidia Shield Tablet ซึ่งเคยเป็นผู้นำด้านกราฟิกมือถือมาก่อนหน้านี้

การประชันหน้ากับคู่แข่ง: Apple A9 vs Samsung Exynos

เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง ชิป A9 สามารถเอาชนะซีพียูจาก Qualcomm และ Intel ได้อย่างขาดลอย โดยมีเพียงชิป Exynos 7420 ความเร็ว 2.1GHz ใน Samsung Galaxy Note 5 เท่านั้นที่สามารถต่อกรได้

จุดที่น่าสนใจคือความแตกต่างระหว่างสถาปัตยกรรมของทั้งสองค่าย โดยชิป A9 ของ Apple มีประสิทธิภาพต่อคอร์ (Single-core) ที่สูงกว่ามาก แต่มีเพียง 2 คอร์ ในขณะที่ Exynos ของ Samsung มี 4 คอร์ ซึ่งทำให้ Samsung ได้เปรียบในการทดสอบแบบหลายคอร์ (Multi-core)

ประเด็นนี้ก่อให้เกิดการถกเถียงในวงการว่า แอปพลิเคชันและระบบปฏิบัติการสามารถดึงพลังจากหลายคอร์มาใช้ได้อย่างเต็มที่หรือไม่ รวมถึงการพิจารณาว่าการใช้คอร์เดี่ยวที่ความเร็วสูงมาก หรือการใช้หลายคอร์ที่แบ่งหน้าที่กันทำงาน แบบใดจะประหยัดพลังงานและมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน

สรุปการเปรียบเทียบประสิทธิภาพ iPhone 6s และคู่แข่ง
หัวข้อเปรียบเทียบ iPhone 6s (A9) iPhone 6 (A8) Samsung Note 5 (Exynos 7420)
ความเร็วโดยรวม เร็วขึ้น ~60% มาตรฐานเดิม ใกล้เคียงกัน
ประสิทธิภาพกราฟิก สูงมาก (แตะ 60 FPS) ปานกลาง ต่ำกว่า A9
จุดเด่นของ CPU Single-core แรงมาก รุ่นเก่า Multi-core โดดเด่น
จำนวนคอร์ประมวลผล 2 คอร์ 2 คอร์ 4 คอร์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • iPhone 6s เร็วกว่า iPhone 6 ประมาณ 60% ในการทดสอบส่วนใหญ่
  • ชิป A9 (1.8GHz) โดดเด่นด้านกราฟิก 3D และการเข้าถึง RAM
  • สามารถทำเฟรมเรตได้ 60 FPS ในการทดสอบ GFXBench T-Rex
  • มีประสิทธิภาพต่อคอร์สูงกว่า Exynos 7420 แต่มีจำนวนคอร์น้อยกว่า
  • เป็นหนึ่งในสองสมาร์ทโฟนที่เร็วที่สุดในตลาด ณ ขณะที่ทดสอบ

คำถามที่พบบ่อย

iPhone 6s เร็วกว่า iPhone 6 มากน้อยแค่ไหน?

จากการทดสอบ Benchmark พบว่า iPhone 6s มีความเร็วเพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมประมาณ 60% ซึ่งเป็นการพัฒนาที่เห็นผลชัดเจนกว่าการเปลี่ยนรุ่นในรอบก่อนหน้า

ชิป A9 มีจุดเด่นเหนือกว่าคู่แข่งในด้านใด?

ชิป A9 มีความโดดเด่นอย่างมากในด้านการประมวลผลกราฟิก และมีประสิทธิภาพการทำงานต่อหนึ่งคอร์ (Single-core) ที่สูงกว่าชิปของ Samsung และค่ายอื่นๆ

ทำไม Samsung Galaxy Note 5 ถึงชนะในบางการทดสอบ?

เนื่องจากชิป Exynos 7420 ของ Samsung มีจำนวนคอร์ประมวลผลถึง 4 คอร์ ซึ่งมากกว่าชิป A9 ของ Apple ที่มี 2 คอร์ จึงทำให้ได้คะแนนสูงกว่าในการทดสอบแบบ Multi-core

การใช้งานจริง เช่น การเปิดเกม เห็นความต่างชัดเจนหรือไม่?

ในบางกรณีอาจไม่เห็นความต่างมากนักเนื่องจาก iOS มีการปรับแต่งระบบไว้แล้ว เช่น การเปิดเกม Need for Speed: Hot Pursuit ที่ iPhone 6s เร็วกว่า iPhone 6 เพียง 1 วินาทีเท่านั้น