Intel Core Ultra Series 3 เปิดตัวที่ CES 2026 พร้อมเทคโนโลยี 18A กู้ชื่อคืนสู่บัลลังก์ชิปโลก

ในงาน CES 2026 ที่ผ่านมา Intel ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัว Core Ultra Series 3 ตระกูลชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดที่มุ่งเน้นการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในกลุ่มโปรเซสเซอร์สำหรับอุปกรณ์พกพา (เดิมใช้รหัสพัฒนาว่า Panther Lake) ที่ชูจุดเด่นทั้งในด้านพลังการประมวลผล กราฟิกที่ทรงพลัง และการจัดการพลังงานเพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานยิ่งขึ้น

ความน่าสนใจของชิปรุ่นนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล แต่ Intel ยังได้ขยายขอบเขตการใช้งานโดยการรับรองให้ชิปชุดนี้สามารถนำไปใช้ในงานระดับอุตสาหกรรมและระบบฝังตัว (Embedded Systems) ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities) และระบบหุ่นยนต์อีกด้วย

เจาะลึกสเปกและประสิทธิภาพของ Core Ultra Series 3

สำหรับไลน์ผลิตภัณฑ์ในซีรีส์นี้จะแบ่งออกเป็นรุ่น Core Ultra 7 และ Core Ultra 9 รวมถึงรุ่นประสิทธิภาพสูงอย่าง Core X7 และ Core X9 ซึ่งรุ่นหลังนี้จะมาพร้อมกับคอร์กราฟิก Xe ถึง 12 คอร์ ซึ่งมากกว่ารุ่นมาตรฐานที่มีเพียง 4 คอร์อย่างเห็นได้ชัด

ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ชิปส่วนใหญ่ในซีรีส์นี้จะมีจำนวนคอร์และเธรดรวมอยู่ที่ 16 คอร์ และเกือบทุกรุ่น (ยกเว้น 2 รุ่น) จะมีประสิทธิภาพของ NPU (Neural Processing Unit หรือหน่วยประมวลผลโครงข่ายประสาทเทียมที่ช่วยเร่งการทำงานของ AI) อยู่ที่ 50 PTOPS (Peta Operations Per Second ซึ่งเป็นหน่วยวัดความเร็วในการประมวลผลของ AI)

Image of the Core Ultra Series 3

จุดเปลี่ยนสำคัญ: กระบวนการผลิต 18A และการกลับมาของ Intel

สิ่งที่ทำให้ Core Ultra Series 3 กลายเป็นจุดสนใจของโลกเทคโนโลยี คือการเป็นชิปที่ล้ำสมัยที่สุดเท่าที่เคยผลิตในสหรัฐอเมริกา และเป็นรุ่นแรกที่ใช้กระบวนการผลิต 18A ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ Intel พยายามผลักดันมาอย่างยาวนาน

คำว่า 18A ย่อมาจาก 18 Angstrom (อังสตรอม) ซึ่งเป็นหน่วยวัดที่เล็กกว่านาโนเมตร โดย 18 อังสตรอมจะมีค่าประมาณ 1.8 นาโนเมตร ซึ่งถือเป็นระดับเดียวกับกระบวนการผลิต N2 ของ TSMC จากไต้หวัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชิปที่ก้าวหน้าที่สุดในโลก

แม้ว่าในอดีต Intel จะเผชิญกับปัญหาเรื่องอัตราการผลิตที่ต่ำ (Low Yields) และอัตราการเกิดข้อผิดพลาดของชิปที่สูงในช่วงเดือนสิงหาคม 2025 จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงตัว CEO ในช่วงปลายปี 2024 แต่ Lip Bu-Tan CEO คนปัจจุบันได้ยืนยันในงาน CES ว่า ขณะนี้การเร่งกำลังการผลิตด้วยเทคโนโลยี 18A เป็นไปได้เร็วกว่ากำหนดการเดิม ซึ่งอาจส่งผลกระทบสำคัญต่อสมดุลของตลาดชิปทั่วโลก

สรุปข้อมูลทางเทคนิค Intel Core Ultra Series 3
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อรหัสพัฒนาเดิม Panther Lake
รุ่นที่วางจำหน่าย Core Ultra 7, 9 และ Core X7, X9
จำนวนคอร์/เธรด ส่วนใหญ่มี 16 คอร์/เธรด
ประสิทธิภาพ NPU 50 PTOPS (เกือบทุกรุ่น)
เทคโนโลยีการผลิต 18A (ประมาณ 1.8 นาโนเมตร)
จุดเด่นกราฟิก รุ่น X-Series มี Xe Graphics สูงถึง 12 คอร์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Core Ultra Series 3 เป็นชิปที่ผลิตในสหรัฐฯ ที่ล้ำสมัยที่สุดในปัจจุบัน
  • ใช้เทคโนโลยีการผลิต 18A (1.8 นาโนเมตร) เพื่อแข่งขันกับ TSMC
  • รองรับการใช้งานหลากหลาย ตั้งแต่โน้ตบุ๊กทั่วไปจนถึงระบบหุ่นยนต์และเมืองอัจฉริยะ
  • คาดว่าจะเริ่มเห็นในโน้ตบุ๊กจากแบรนด์ชั้นนำ เช่น HP, Acer, Lenovo, Dell และ Samsung ภายในปีนี้

คำถามที่พบบ่อย

Intel Core Ultra Series 3 แตกต่างจากรุ่นก่อนอย่างไร?

รุ่นนี้โดดเด่นด้วยการใช้กระบวนการผลิต 18A ที่เล็กลงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมการเพิ่มจำนวนคอร์กราฟิกในรุ่น X-Series และพลังประมวลผล AI (NPU) ที่สูงถึง 50 PTOPS

เทคโนโลยี 18A คืออะไร?

คือกระบวนการผลิตชิปที่ขนาดทรานซิสเตอร์อยู่ที่ 18 อังสตรอม หรือประมาณ 1.8 นาโนเมตร ซึ่งช่วยให้ชิปมีประสิทธิภาพสูงขึ้นและประหยัดพลังงานมากขึ้น

ชิปรุ่นนี้จะนำไปใช้ในอุปกรณ์ใดบ้าง?

นอกจากจะอยู่ในโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่จากแบรนด์ดังแล้ว ยังได้รับการรับรองให้ใช้ในงานด้านอุตสาหกรรม ระบบฝังตัว และเทคโนโลยีสมาร์ทซิตี้

เราจะหาซื้อโน้ตบุ๊กที่ใช้ชิปนี้ได้เมื่อไหร่?

คาดว่าผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Dell, HP, Lenovo, Acer และ Samsung จะเริ่มทยอยวางจำหน่ายภายในปีนี้