Infinite Roots ระดมทุน 58 ล้านดอลลาร์ ขับเคลื่อนนวัตกรรม Mycelium สู่ระดับอุตสาหกรรม

โลกของเทคโนโลยีชีวภาพกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ เมื่อ Infinite Roots (IR) หรือที่เคยรู้จักในชื่อ Mushlabs บริษัทไบโอเทคจากเยอรมนี ประสบความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Series B เป็นจำนวนเงินสูงถึง 58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในกลุ่มธุรกิจ Mycelium (ไมซีเลียม) ของยุโรป เพื่อผลักดันวัสดุจากเห็ดราให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้จริงในวงกว้าง

Mycelium คือส่วนโครงสร้างที่ทำหน้าที่เสมือน "ราก" ของเห็ด ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์ โดยธรรมชาติแล้วไมซีเลียมจะหลั่งเอนไซม์เพื่อย่อยสลายสารอาหารรอบตัวและดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย คุณสมบัติพิเศษนี้ทำให้มันสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่โปรตีนทางเลือกสำหรับอาหาร ไปจนถึงวัสดุก่อสร้างและสิ่งทอ

กลยุทธ์การเติบโตและการผลิตที่ยั่งยืน

Dr. Mazen Rizk ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Infinite Roots ระบุว่าบริษัทกำลังอยู่ในจุดที่เหมาะสมในการกำหนดทิศทางใหม่ของผลิตภัณฑ์จากไมซีเลียม โดยเงินทุนก้อนนี้จะถูกนำไปใช้ในการขยายกำลังการผลิตและรุกตลาดเชิงพาณิชย์อย่างเต็มตัว

สิ่งที่ทำให้ Infinite Roots โดดเด่นคือแนวทางการผลิตแบบ Asset-light หรือการลดการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรที่หนักเกินไป โดยบริษัทใช้วิธีการดังนี้:

  • ความร่วมมือกับโรงงานเดิม: ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกที่มีอยู่แล้วในการผลิตวัตถุดิบ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้าง (Capex)
  • การเปลี่ยนโรงเบียร์เป็นฐานผลิต: ร่วมมือกับโรงเบียร์รายใหญ่ในเยอรมนีเพื่อปรับปรุงพื้นที่บางส่วนให้เป็นศูนย์การผลิต โดยนำของเสียจากกระบวนการต้มเบียร์มาใช้เป็นวัตถุดิบหลัก

เป้าหมายของบริษัทไม่ใช่เพียงแค่การสร้าง "เนื้อจำลอง" แต่ต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เน้นความอร่อยและดีต่อสุขภาพอย่างแท้จริง โดยอาศัยกระบวนการ Fermentation (การหมัก) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างโปรตีนคุณภาพสูง

การแข่งขันในตลาด Mycelium ระดับโลก

แม้ Infinite Roots จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ในตลาดโลกยังมีคู่แข่งที่ระดมทุนได้มหาศาล เช่น Meati จากสหรัฐฯ ที่ระดมทุนได้กว่า 274.5 ล้านดอลลาร์ และ Nature’s Fynd ที่ระดมทุนได้ถึง 509.6 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังมี Quorn แบรนด์ผู้บุกเบิกด้านการหมักที่รู้จักกันดีในระดับครัวเรือน

นอกจากด้านอาหารแล้ว เทคโนโลยีไมซีเลียมยังขยายตัวไปสู่ภาคอุตสาหกรรมอื่น เช่น บริษัท Sqim (เดิมชื่อ Mogu SRL) ที่เพิ่งระดมทุน 12 ล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนาวัสดุสำหรับตกแต่งผนัง พื้น แผ่นซับเสียง รวมถึงวัสดุทางเลือกที่ไม่ใช้สัตว์สำหรับอุตสาหกรรมแฟชั่นหรูหราและยานยนต์

สรุปการระดมทุนของบริษัทนวัตกรรม Mycelium และโปรตีนทางเลือก
ชื่อบริษัท จำนวนเงินระดมทุน (โดยประมาณ) จุดเน้นของผลิตภัณฑ์
Infinite Roots 58 ล้านดอลลาร์ (Series B) อาหารและวัตถุดิบจากไมซีเลียม
Nature’s Fynd 509.6 ล้านดอลลาร์ โปรตีนทางเลือก
Meati 274.5 ล้านดอลลาร์ Whole-food protein (Mega Ranch)
Myco Technology 207.6 ล้านดอลลาร์ นวัตกรรมจากเชื้อรา
Enough 121.7 ล้านดอลลาร์ โปรตีนจากการหมัก
Sqim 12 ล้านดอลลาร์ วัสดุก่อสร้างและแฟชั่นหรูหรา

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Infinite Roots ระดมทุนรอบ Series B ได้ 58 ล้านดอลลาร์ นำโดย Dr. Hans Riegel Holding (บริษัทโฮลดิ้งของ Haribo)
  • ผู้ร่วมลงทุนรายอื่น ได้แก่ Europe Investment Council, REWE Group, Betagro Ventures และนักลงทุนเดิมอย่าง Clay Capital และ FoodLabs
  • โมเดลธุรกิจ เน้นการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน โดยนำของเสียจากโรงเบียร์มาเป็นวัตถุดิบในการผลิต
  • การขยายตัว มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากการวิจัยสู่การเติบโตเชิงพาณิชย์และการเพิ่มกำลังการผลิตระดับอุตสาหกรรม

คำถามที่พบบ่อย

Mycelium คืออะไรและนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไร?

Mycelium คือโครงข่ายเส้นใยที่เป็นส่วนรากของเห็ดรา มีคุณสมบัติในการย่อยสลายสารอินทรีย์และสร้างโครงสร้างที่แข็งแรง จึงสามารถนำมาพัฒนาเป็นทั้งอาหารโปรตีนสูง วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่หนังเทียมในอุตสาหกรรมแฟชั่น

Infinite Roots แตกต่างจากบริษัทเนื้อจำลองทั่วไปอย่างไร?

บริษัทไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การเลียนแบบเนื้อสัตว์ (Meat Mimicking) แต่ต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ชูจุดเด่นเรื่องรสชาติที่ดีและคุณค่าทางโภชนาการ โดยใช้เทคโนโลยีการหมักระดับอุตสาหกรรม

ทำไมการร่วมมือกับโรงเบียร์ถึงมีความสำคัญ?

เป็นการใช้กลยุทธ์เศรษฐกิจหมุนเวียน โดยการนำของเสียจากกระบวนการผลิตเบียร์มาเป็นอาหารให้ไมซีเลียมเติบโต และใช้โครงสร้างพื้นฐานของโรงเบียร์ที่มีอยู่แล้วเพื่อลดต้นทุนในการสร้างโรงงานใหม่

ใครคือผู้ลงทุนหลักในรอบ Series B ของ Infinite Roots?

การระดมทุนครั้งนี้ถูกนำโดย Dr. Hans Riegel Holding ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทโฮลดิ้งของ Haribo ผู้ผลิตขนมเยลลี่ชื่อดังระดับโลก พร้อมด้วยการสนับสนุนจากกองทุนยุโรปและพันธมิตรทางธุรกิจรายอื่น