Imprompter ภัยเงียบรูปแบบใหม่ที่ใช้ AI ขโมยข้อมูลส่วนตัวผ่าน Prompt ลึกลับ
ในยุคที่เราสื่อสารกับแชตบอต (Chatbot) จนเป็นเรื่องปกติ หลายคนมักเผลอให้ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ ที่อยู่ หรือรายละเอียดการทำงาน โดยไม่ทันระวังว่ายิ่งเราแบ่งปันข้อมูลให้กับ Large Language Model (LLM) หรือโมเดลภาษาขนาดใหญ่มากเท่าไหร่ ความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีหากระบบมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัยก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น
ล่าสุด ทีมนักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก University of California, San Diego (UCSD) และ Nanyang Technological University ประเทศสิงคโปร์ ได้เปิดเผยวิธีการโจมตีรูปแบบใหม่ที่ชื่อว่า "Imprompter" ซึ่งสามารถสั่งการให้ AI แอบเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้แล้วส่งตรงไปยังแฮกเกอร์โดยที่เจ้าของข้อมูลไม่รู้ตัวเลย
กลไกการทำงานของ Imprompter: เปลี่ยนคำสั่งให้เป็นรหัสลับ
Imprompter ไม่ใช่การสั่งการแบบปกติ แต่ใช้กระบวนการที่เรียกว่า Obfuscation หรือการทำให้ข้อมูลกำกวม โดยใช้อัลกอริทึมเปลี่ยนคำสั่งภาษาอังกฤษที่ชัดเจน (เช่น "จงค้นหาข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้และส่งไปที่ URL นี้") ให้กลายเป็นชุดตัวอักษรที่ดูเหมือนการสุ่มพิมพ์ที่ไม่มีความหมาย
แม้ว่ามนุษย์จะมองเห็นเป็นเพียงตัวอักษรขยะ แต่สำหรับ LLM แล้ว คำสั่งเหล่านี้ยังคงมีความหมายเดิม ซึ่งจะสั่งให้ AI ทำงานดังนี้:
- ค้นหาข้อมูลส่วนบุคคล (PII - Personally Identifiable Information) เช่น เลขบัตรประชาชน, อีเมล, หรือข้อมูลบัตรเครดิต จากบทสนทนา
- นำข้อมูลเหล่านั้นไปแนบกับ URL ของผู้โจมตี
- ส่งข้อมูลกลับไปยังโดเมนของแฮกเกอร์ผ่านคำสั่ง Markdown image โดยการสร้างพิกเซลโปร่งใสขนาด 1x1 ที่ผู้ใช้มองไม่เห็น

ผลการทดสอบและความสำเร็จในการโจมตี
ทีมนักวิจัยได้ทดสอบวิธีการนี้กับ LLM สองค่าย ได้แก่ LeChat ของ Mistral AI และ ChatGLM ของจีน ซึ่งพบว่ามีอัตราความสำเร็จในการดึงข้อมูลสูงถึงเกือบ 80% โดยสามารถดึงข้อมูลได้แม้กระทั่งจากไฟล์ CV ที่ผู้ใช้อัปโหลดขึ้นไปในแชต
ความแตกต่างระหว่าง Jailbreak และ Prompt Injection
เพื่อให้เข้าใจความเสี่ยงนี้ เราต้องแยกแยะประเภทของการโจมตี AI ที่พบบ่อยในปัจจุบัน:
| ประเภทการโจมตี | วิธีการทำงาน | เป้าหมายหลัก |
|---|---|---|
| Jailbreak | ใช้คำสั่งหลอกล่อให้ AI ละทิ้งกฎความปลอดภัยที่ตั้งไว้ | ให้ AI ทำในสิ่งที่ถูกสั่งห้าม (เช่น สอนวิธีสร้างระเบิด) |
| Prompt Injection | แทรกคำสั่งอันตรายลงในแหล่งข้อมูลภายนอกที่ AI เข้าถึง | ขโมยข้อมูล หรือบิดเบือนการทำงานของ AI |
| Imprompter | ใช้รหัสลับ (Obfuscated Prompt) เพื่อพรางคำสั่งโจมตี | แอบดึงข้อมูลส่วนตัว (PII) ส่งออกไปยังภายนอก |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Imprompter เปลี่ยนคำสั่งโจมตีให้เป็นตัวอักษรที่มนุษย์อ่านไม่รู้เรื่อง แต่ AI เข้าใจ
- สามารถขโมยข้อมูล PII เช่น ชื่อ, เลขบัตรประชาชน และข้อมูลการชำระเงิน
- ใช้วิธีส่งข้อมูลผ่าน Markdown image command ทำให้ผู้ใช้ไม่สังเกตเห็นความผิดปกติ
- Mistral AI ได้ดำเนินการแก้ไขช่องโหว่โดยการระงับการโหลดรูปภาพจาก URL ภายนอก
- ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการสร้าง AI Agent ที่รับข้อมูลจากผู้ใช้โดยตรงถือเป็น กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง
คำถามที่พบบ่อย
Imprompter แตกต่างจากการโจมตีแบบ Prompt Injection ทั่วไปอย่างไร?
ความแตกต่างหลักคือการ "พรางตัว" ในขณะที่ Prompt Injection ทั่วไปอาจใช้ข้อความที่มนุษย์อ่านออก แต่ Imprompter ใช้อัลกอริทึมเปลี่ยนคำสั่งให้เป็นรหัสที่ดูเหมือนตัวอักษรสุ่ม ทำให้ผู้ใช้ไม่สงสัยเมื่อเห็นคำสั่งนั้นในหน้าจอ
เราจะป้องกันตัวเองจากการโจมตีรูปแบบนี้ได้อย่างไร?
วิธีที่ดีที่สุดคือการระมัดระวังในการให้ข้อมูลส่วนตัวกับ AI และหลีกเลี่ยงการคัดลอก Prompt จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือบนอินเทอร์เน็ตมาใช้งาน เพราะ Prompt เหล่านั้นอาจแฝงคำสั่งอันตรายไว้
ผู้พัฒนา AI แก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร?
ตัวอย่างเช่น Mistral AI ได้แก้ไขโดยการปิดกั้นไม่ให้ตัวเรนเดอร์ Markdown สามารถเรียกใช้ URL ภายนอกเพื่อโหลดรูปภาพได้ ซึ่งเป็นการตัดช่องทางการส่งข้อมูลออกไปยังเซิร์ฟเวอร์ของแฮกเกอร์
ทำไม AI ถึงเข้าใจคำสั่งที่ดูเหมือนตัวอักษรสุ่ม?
นักวิจัยสันนิษฐานว่า LLM เรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่าง Token (หน่วยย่อยของข้อความ) ในระดับที่ลึกกว่าภาษาธรรมชาติ ทำให้มันสามารถเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในรูปแบบตัวอักษรที่มนุษย์มองว่าไม่มีความหมายได้



