Hulu Plus บน Xbox 360 ประสบการณ์ความบันเทิงในห้องนั่งเล่นที่เกือบจะสมบูรณ์แบบ

การก้าวเข้าสู่ตลาดความบันเทิงในห้องนั่งเล่นของ Hulu Plus บนเครื่อง Xbox 360 ถือเป็นความพยายามที่น่าสนใจในการท้าชนกับยักษ์ใหญ่อย่าง Netflix และระบบเคเบิลทีวีแบบดั้งเดิม แม้ว่าเป้าหมายหลักคือการสร้างศูนย์รวมความบันเทิงที่ครบวงจร แต่ในความเป็นจริง การนำแนวคิดมาปรับใช้ในรูปแบบแอปพลิเคชันยังคงมีจุดที่ต้องปรับปรุงเพื่อให้การใช้งานลื่นไหลยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน Xbox 360 ได้กลายเป็นประตูสู่โลกความบันเทิงที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม การใช้งาน ESPN3 หรือ Netflix และเมื่อมีการเพิ่ม Hulu Plus เข้ามา ยิ่งทำให้เครื่องคอนโซลเครื่องนี้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของความบันเทิงในบ้านอย่างแท้จริง

รายละเอียดค่าบริการและเงื่อนไขการใช้งาน

สำหรับการเข้าถึงเนื้อหาของ Hulu บนอุปกรณ์ที่ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ ผู้ใช้จำเป็นต้องสมัครสมาชิก Hulu Plus ซึ่งมีค่าบริการรายเดือนคงที่อยู่ที่ 7.99 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นการใช้งานผ่าน Xbox 360 ผู้ใช้จึงต้องมีสมาชิก Xbox Live Gold (บริการสมาชิกรายปีของ Microsoft เพื่อใช้งานออนไลน์) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก 60 ดอลลาร์ต่อปี

หากคำนวณค่าใช้จ่ายรวมต่อปี จะพบว่าต้นทุนเพิ่มขึ้นจากประมาณ 96 ดอลลาร์ เป็น 156 ดอลลาร์ ซึ่งอาจดูสูงสำหรับบางคน แต่สำหรับเกมเมอร์ส่วนใหญ่ที่มีสมาชิก Gold อยู่แล้ว ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จึงไม่ใช่ประเด็นสำคัญนัก

Hulu_for_xbox_360_show_menu

การออกแบบอินเทอร์เฟซและการใช้งาน

หน้าจอผู้ใช้งาน (User Interface หรือ UI) ของ Hulu Plus ถูกออกแบบมาในสไตล์มาตรฐานของแอปบน Xbox 360 โดยใช้การจัดวางแผงเมนูในแนวนอน และมีรายการหมวดหมู่ในแนวตั้งอยู่ด้านบน ซึ่งประกอบไปด้วยส่วนสำคัญดังนี้:

  • ภาพยนตร์และตอนของซีรีส์ยอดนิยม: เข้าถึงเนื้อหาที่กำลังเป็นกระแสได้ทันที
  • คิวรายการ (Queue): จัดเก็บเนื้อหาที่ต้องการรับชม
  • ระบบค้นหา: ค้นหาชื่อเรื่องที่ต้องการ
  • การจัดกลุ่ม: แยกตามช่องรายการหรือประเภทของเนื้อหา (Genre)

ในส่วนของรายละเอียดรายการทีวี ผู้ใช้สามารถเลือกดูตอนล่าสุด แยกดูตามซีซัน รับชมคลิปสั้นๆ หรือค้นหารายการที่เกี่ยวข้องได้ โดยตัววิดีโอจะรองรับความละเอียดระดับ HD (High Definition หรือความคมชัดสูง) และมีระบบควบคุมการเล่นที่คล้ายคลึงกับ Netflix นอกจากนี้ยังรองรับการสั่งงานผ่าน Kinect (เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวและเสียงของ Xbox) อีกด้วย

Hulu_for_xbox_360_ff_300px

จุดที่ควรปรับปรุงและข้อจำกัด

แม้จะมีฟังก์ชันที่ครบถ้วน แต่การทำงานจริงกลับพบปัญหาเล็กน้อยที่ส่งผลต่อประสบการณ์ผู้ใช้ เช่น การเปลี่ยนผ่านระหว่างแผงเมนูที่มีอาการหน่วงหรือดูเหมือนแอปค้างชั่วขณะ รวมถึงรายการคลิปวิดีโอสั้นในบางเรื่องที่มีจำนวนมากเกินไปจนน่ารำคาญ และที่สำคัญคือไม่มีระบบค้นหาเฉพาะสำหรับคลิปสั้นเหล่านี้

นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดที่น่าเสียดาย คือการไม่มีระบบ Closed Captioning (คำบรรยายแทนเสียงสำหรับผู้บกพร่องทางการได้ยิน) และไม่สามารถใช้งานแบบ Multitasking หรือการเปิดเมนูอื่นในขณะที่วิดีโอยังเล่นอยู่ในมุมจอ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่มีในเครื่อง PlayStation 3 ทำให้ภาพรวมของแอปนี้ยังรู้สึกว่าขาดความสมบูรณ์ไปเล็กน้อย

Hulu_for_xbox_360_kinect_voice_300px

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ค่าบริการ: Hulu Plus 7.99 ดอลลาร์/เดือน + Xbox Live Gold 60 ดอลลาร์/ปี
  • คุณภาพวิดีโอ: รองรับความละเอียดระดับ HD ในเนื้อหาที่กำหนด
  • การควบคุม: รองรับทั้งจอยคอนโทรลเลอร์และระบบสั่งการด้วยเสียงผ่าน Kinect
  • ข้อจำกัด: ไม่มีคำบรรยาย (Closed Captioning) และไม่รองรับการทำงานหลายหน้าจอพร้อมกัน
สรุปเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายและฟีเจอร์ของ Hulu Plus บน Xbox 360
หัวข้อ รายละเอียด
ค่าสมาชิกรายเดือน 7.99 ดอลลาร์
ค่าสมาชิกรายปี (Xbox Live Gold) 60 ดอลลาร์
ความละเอียดสูงสุด HD (เมื่อมีให้บริการ)
การรองรับอุปกรณ์เสริม Kinect
ระบบคำบรรยาย (CC) ไม่รองรับ

คำถามที่พบบ่อย

การใช้งาน Hulu Plus บน Xbox 360 ต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

ผู้ใช้ต้องชำระค่าสมาชิก Hulu Plus รายเดือน 7.99 ดอลลาร์ และต้องเป็นสมาชิก Xbox Live Gold ซึ่งมีค่าบริการรายปี 60 ดอลลาร์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงบริการออนไลน์บนเครื่อง Xbox 360 ได้

สามารถดูวิดีโอแบบความคมชัดสูง (HD) ได้หรือไม่?

ได้ โดยวิดีโอจะสตรีมในระดับ HD หากเนื้อหาเรื่องนั้นๆ มีการให้บริการในความละเอียดดังกล่าว

แอป Hulu Plus รองรับการสั่งงานด้วยเสียงหรือไม่?

รองรับ โดยผู้ใช้สามารถใช้งานร่วมกับ Kinect เพื่อสั่งการและควบคุมการทำงานภายในแอปได้

มีฟีเจอร์คำบรรยาย (Closed Captioning) ให้ใช้งานหรือไม่?

จากการตรวจสอบในปัจจุบัน แอป Hulu Plus บน Xbox 360 ยังไม่มีตัวเลือกสำหรับคำบรรยาย (Closed Captioning) ในวิดีโอ

สามารถใช้งานเมนูอื่นในขณะที่วิดีโอกำลังเล่นอยู่ได้หรือไม่?

ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากแอปไม่รองรับการทำงานแบบ Multitasking ในขณะที่เล่นวิดีโอ ซึ่งแตกต่างจากระบบของ PlayStation 3