Huione Guarantee เครือข่ายฟอกเงินและโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังขบวนการสแกมระดับโลก
ในปัจจุบัน ระบบนิเวศของการหลอกลวงออนไลน์ (Scam Ecosystem) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยอาชญากรไม่ได้เพียงแค่หาวิธีหลอกล่อเหยื่อให้โอนเงินเท่านั้น แต่ยังมีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการทำงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การสร้างโปรไฟล์ปลอม การจัดหาซิมการ์ด ไปจนถึงกระบวนการสำคัญที่สุดคือ การฟอกเงิน (Money Laundering) หรือการเปลี่ยนเงินที่ได้จากอาชญากรรมให้กลายเป็นเงินที่ดูเหมือนถูกกฎหมาย
หนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในโลกมืดนี้คือ Huione Guarantee ซึ่งนักวิจัยจาก Elliptic บริษัทติดตามเส้นทางคริปโตระบุว่า เป็นตลาดออนไลน์ผิดกฎหมายที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยไม่ได้เน้นขายยาเสพติดหรือของเถื่อน แต่เน้นขาย "บริการ" ให้กับเหล่านักต้มตุ๋นด้วยกันเอง
การขยายอาณาจักรและตัวเลขที่น่าตกใจ
ข้อมูลล่าสุดจาก Elliptic เผยว่า Huione Guarantee อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกรรมในตลาดสีเทาที่มีมูลค่าสูงถึง 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยปริมาณกิจกรรมบนแพลตฟอร์มพุ่งสูงขึ้นถึง 51% นับตั้งแต่การสืบสวนครั้งแรกเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว
เพื่อสร้างความมั่นคงและลดความเสี่ยงจากการถูกกวาดล้างโดยเจ้าหน้าที่รัฐ Huione Guarantee ได้พยายามสร้างระบบนิเวศที่พึ่งพาตนเองได้ (Self-sufficient) โดยการเปิดตัวบริการใหม่ๆ ดังนี้:
- ChatMe: แอปพลิเคชันส่งข้อความภายในเครือข่าย
- Huione Crypto: ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล
- USDH: สเตเบิลคอยน์ (Stablecoin) หรือเหรียญคริปโตที่มีมูลค่าคงที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถูกโฆษณาว่าไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานกำกับดูแล และหลีกเลี่ยงการถูกอายัดธุรกรรม

กลไกการทำงาน: จาก 'โรงเก็บของ' สู่ 'เครื่องฟอกเงิน'
Huione Guarantee เริ่มปรากฏตัวในปี 2021 พร้อมกับการระบาดของ Pig Butchering Scam (การหลอกให้รักแล้วชวนลงทุน) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีจุดเด่นคือบริการ Escrow หรือบริการคนกลางที่ถือเงินไว้ให้เพื่อให้ผู้ซื้อและผู้ขายมั่นใจในการทำธุรกรรม
อย่างไรก็ตาม บริการนี้กลับกลายเป็น "ห้างสรรพสินค้า" สำหรับมิจฉาชีพ ที่มีการขายตั้งแต่ข้อมูลติดต่อของเหยื่อ, เครื่องมือ Deepfake (เทคโนโลยีสร้างภาพและเสียงปลอมที่เหมือนจริง), ไปจนถึงเว็บไซต์ลงทุนปลอม โดยดำเนินงานหลักผ่านแอปพลิเคชัน Telegram และใช้เหรียญ Tether (USDT) เป็นสกุลเงินหลักในการแลกเปลี่ยน
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| มูลค่าธุรกรรมสะสม | ประมาณ 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ |
| ช่องทางดำเนินงานหลัก | Telegram (กลุ่มและบอท) |
| สกุลเงินที่ใช้หลัก | Tether (USDT) |
| บริการหลักสำหรับมิจฉาชีพ | Escrow, ฟอกเงิน, ขายข้อมูลเหยื่อ, เครื่องมือ Deepfake |
| ความเชื่อมโยง | มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจในกัมพูชา |
การอำพรางตัวและการใช้การพนันบังหน้า
เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ Huione Group พยายามลดความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทแม่กับตลาดมืดแห่งนี้ และมีการเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น "Haowang Guarantee" แต่ในความเป็นจริงยังคงมีความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์และผู้ถือหุ้นร่วมกัน
นอกจากนี้ นักวิจัยยังพบการใช้ บอทใน Telegram ที่ดูเหมือนเป็นเกมการพนันออนไลน์ ซึ่งมีเงินหมุนเวียนกว่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่พฤติกรรมการเดิมพันที่ซ้ำซ้อนและเป็นระบบอัตโนมัติบ่งชี้ว่า สิ่งนี้ไม่ใช่การพนันเพื่อความบันเทิง แต่เป็นวิธีการ ฟอกเงิน ที่แนบเนียน

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การเปลี่ยนผ่านสู่ระดับอุตสาหกรรม: แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้การหลอกลวงออนไลน์เปลี่ยนจากกลุ่มเล็กๆ กลายเป็นระบบอุตสาหกรรมที่ขยายตัวได้รวดเร็ว
- การพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานภายนอก: แม้จะพยายามสร้างระบบของตัวเอง แต่ปัจจุบันยังต้องพึ่งพา Telegram และ Tether ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่เจ้าหน้าที่สามารถเข้าแทรกแซงได้
- เป้าหมายหลัก: บริการที่ทำกำไรสูงสุดไม่ใช่การขายเครื่องมือ แต่คือการรับฟอกเงินที่ได้จากการฉ้อโกง
คำถามที่พบบ่อย
Huione Guarantee คืออะไร?
คือแพลตฟอร์มตลาดมืดออนไลน์ที่ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานแก่กลุ่มมิจฉาชีพ เช่น บริการคนกลางถือเงิน (Escrow) และการขายเครื่องมือสำหรับหลอกลวงเหยื่อ
Pig Butchering Scam คืออะไร?
คือการหลอกลวงรูปแบบหนึ่งที่มิจฉาชีพจะสร้างความสัมพันธ์ความเชื่อใจกับเหยื่อ (มักเริ่มจากความรักหรือมิตรภาพ) ก่อนจะชักชวนให้ลงทุนในแพลตฟอร์มปลอมจนสูญเสียเงินจำนวนมาก
ทำไมต้องใช้คริปโตเคอร์เรนซีในการทำธุรกรรม?
เพราะคริปโตเคอร์เรนซี โดยเฉพาะ Stablecoin อย่าง Tether ช่วยให้การโอนเงินจำนวนมหาศาลข้ามพรมแดนทำได้รวดเร็ว และติดตามตัวตนผู้โอนได้ยากกว่าระบบธนาคารปกติ
แพลตฟอร์มนี้ฟอกเงินได้อย่างไร?
ทำได้ผ่านหลายช่องทาง เช่น การใช้บริการ Escrow เพื่อโอนย้ายเงิน หรือการสร้างเกมการพนันปลอมใน Telegram เพื่อให้เงินที่ได้จากการโกงดูเหมือนเป็นเงินที่ชนะจากการเดิมพัน
การปิดกั้น Huione Guarantee จะช่วยลดการสแกมได้จริงหรือไม่?
Tom Robinson จาก Elliptic ระบุว่าเนื่องจากเป็นโหนดสำคัญในเครือข่ายผู้สนับสนุนมิจฉาชีพ การหยุดยั้งแพลตฟอร์มนี้จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อขบวนการสแกมและเป็นประโยชน์ต่อเหยื่อโดยตรง



