Huawei ปฏิเสธข้อกล่าวหาจารกรรมข้อมูล พร้อมออก White Paper ย้ำจุดยืนด้านความปลอดภัยไซเบอร์
กลายเป็นประเด็นร้อนระดับโลกเมื่อ Huawei ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจากจีน ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาที่ระบุว่าบริษัทมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจารกรรมข้อมูลให้กับรัฐบาลจีน โดยล่าสุดได้มีการเผยแพร่ White Paper หรือเอกสารวิชาการฉบับขาว เพื่อยืนยันว่าบริษัทให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลอย่างสูงสุด และไม่เคยทำงานภายใต้คำสั่งของเจ้าหน้าที่รัฐในการสอดแนมข้อมูลใดๆ
Ken Hu รองประธานกรรมการบริหารของ Huawei ระบุในเอกสารว่า บริษัทไม่เคยได้รับคำสั่งหรือคำขอจากรัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐใดๆ ให้เปลี่ยนแปลงนโยบาย ขั้นตอนการทำงาน ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรือแม้แต่แนวทางการจ้างงาน เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการสอดแนม นอกจากนี้ยังยืนยันว่าไม่เคยมีการขอให้เข้าถึงเทคโนโลยี หรือส่งมอบข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองและองค์กรให้แก่รัฐบาลใดๆ ทั้งสิ้น
แรงกดดันจากนานาชาติและข้อกังวลด้านความมั่นคง
ความขัดแย้งนี้ทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากคณะกรรมการข่าวกรองของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้แจ้งเตือนหน่วยงานรัฐและบริษัทเอกชนในสหรัฐฯ ให้ระมัดระวังการทำธุรกิจกับ Huawei และ ZTE โดยตั้งข้อสงสัยว่าบริษัทเหล่านี้อาจใช้การขยายตลาดในสหรัฐฯ เป็นช่องทางในการจารกรรมข้อมูลให้กับรัฐบาลจีน
ไม่เพียงแต่สหรัฐฯ เท่านั้น แต่ในสหราชอาณาจักร นายกรัฐมนตรี David Cameron ได้แสดงความกังวลต่อรัฐสภาเกี่ยวกับปฏิบัติการของ Huawei ซึ่งนำไปสู่การที่คณะกรรมการข่าวกรองและความมั่นคงประกาศทบทวนประสิทธิภาพของศูนย์ความปลอดภัยไซเบอร์ที่บริหารงานโดย Huawei ขณะที่ประเทศออสเตรเลียได้ตัดสินใจสั่งห้าม Huawei เข้าร่วมประมูลสัญญาโครงการที่มีความสำคัญด้านความมั่นคงของประเทศ
วิสัยทัศน์ใหม่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในอนาคต
ในเอกสารความยาว 45 หน้าฉบับนี้ Huawei พยายามนำเสนอแนวคิดว่า Cyber Security (ความปลอดภัยทางไซเบอร์ หรือการป้องกันระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายจากการโจมตี) ควรเป็นส่วนหนึ่งของ "DNA" ขององค์กร โดย John Suffolk เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลกของ Huawei เสนอว่าถึงเวลาแล้วที่โลกต้องรีเซ็ตมุมมองต่อความท้าทายด้านความปลอดภัย และร่วมกันกำหนดมาตรฐาน กฎหมาย และบรรทัดฐานใหม่ที่สร้างสมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวและความมั่นคง
Suffolk เน้นย้ำว่า Huawei ไม่ได้มองเพียงการแก้ไขปัญหาในอดีตหรือปัจจุบัน แต่กำลังวางรากฐานเพื่อสร้างโลกที่ปลอดภัยในอนาคต อย่างไรก็ตาม เขายอมรับในการให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ว่าการจะลบความระแวงจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อาจต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ตัวตนและสร้างความเชื่อมั่นนานถึงหนึ่งทศวรรษ
| ประเทศ/หน่วยงาน | มาตรการ/ข้อกังวล | จุดยืนของ Huawei |
|---|---|---|
| สหรัฐอเมริกา | เตือนให้ระวังการทำธุรกิจเนื่องจากเสี่ยงต่อการจารกรรม | ปฏิเสธการรับคำสั่งจากรัฐบาลเพื่อสอดแนม |
| สหราชอาณาจักร | ทบทวนประสิทธิภาพศูนย์ความปลอดภัยไซเบอร์ | มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีที่ปลอดภัยและโปร่งใส |
| ออสเตรเลีย | สั่งห้ามรับงานในสัญญาที่มีความสำคัญระดับชาติ | ยืนยันความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- การปฏิเสธ: Huawei ยืนยันว่าไม่เคยส่งมอบข้อมูลพลเมืองหรือองค์กรให้รัฐบาลใดๆ
- เอกสารยืนยัน: ออก White Paper 45 หน้า เพื่อชี้แจงแนวทางความปลอดภัยไซเบอร์ของบริษัท
- ผลกระทบ: ถูกจำกัดการดำเนินงานในสหรัฐฯ ออสเตรเลีย และถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดในสหราชอาณาจักร
- เป้าหมาย: ต้องการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ที่สมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวและความมั่นคง
คำถามที่พบบ่อย
Huawei ถูกกล่าวหาว่าทำอะไร?
ถูกกล่าวหาว่าใช้เทคโนโลยีและเครือข่ายของบริษัทในการจารกรรมข้อมูลหรือสอดแนมให้กับรัฐบาลจีน เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงและข่าวกรอง
White Paper ที่ Huawei ออกมามีจุดประสงค์เพื่ออะไร?
เพื่อชี้แจงว่าความปลอดภัยไซเบอร์เป็นหัวใจหลักของบริษัท และปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการเป็นเครื่องมือให้รัฐบาลจีน พร้อมเสนอแนวทางความร่วมมือด้านมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล
ประเทศใดบ้างที่มีมาตรการตอบโต้ Huawei?
หลักๆ คือสหรัฐอเมริกาที่เตือนให้ระวังการทำธุรกิจ ออสเตรเลียที่สั่งห้ามรับงานสำคัญ และสหราชอาณาจักรที่สั่งทบทวนการดำเนินงานของศูนย์ความปลอดภัยไซเบอร์
Huawei เชื่อว่าจะสามารถกู้คืนความเชื่อมั่นได้เมื่อไหร่?
John Suffolk เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยไซเบอร์ของบริษัทยอมรับว่า อาจต้องใช้เวลาถึง 10 ปี ในการแก้ไขข้อกังวลและสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา



