Handala กลุ่มแฮกเกอร์อิหร่านกับสงครามไซเบอร์ระลอกใหม่ที่สั่นคลอนโลกตะวันตก

ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองและการทหารระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน สงครามไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การโจมตีทางอากาศเท่านั้น แต่ได้ลุกลามเข้าสู่ สงครามไซเบอร์ (Cyber Warfare) อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อกลุ่มแฮกเกอร์ที่เรียกตนเองว่า Handala ได้สร้างความเสียหายครั้งใหญ่ด้วยการเจาะระบบบริษัท Stryker ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีการแพทย์ในสหรัฐฯ ส่งผลให้คอมพิวเตอร์หลายหมื่นเครื่องใช้งานไม่ได้และระบบปฏิบัติการทั่วโลกเป็นอัมพาต

การโจมตีครั้งนี้ถูกระบุว่าเป็นมาตรการตอบโต้การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่โรงเรียนในเมือง Minab ซึ่ง Handala ประกาศว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของยุคสมัยใหม่แห่งการต่อสู้บนโลกดิจิทัล

เบื้องหลัง Handala: จากนักกิจกรรมสู่เครื่องมือของรัฐ

แม้ว่า Handala จะนำเสนอภาพลักษณ์เป็นกลุ่ม Hacktivist (กลุ่มแฮกเกอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์ทางการเมือง) ที่สนับสนุนปาเลสไตน์ โดยใช้ชื่อตามตัวละครในการ์ตูนการเมืองของ Naji al-Ali แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์จากอิสราเอลและบริษัทชั้นนำอย่าง Check Point ระบุว่า กลุ่มนี้แท้จริงแล้วเป็นฉากหน้าของ กระทรวงข่าวกรองอิหร่าน (Ministry of Intelligence หรือ MOIS)

กลยุทธ์ของ Handala คือการผสมผสานระหว่างความวุ่นวายแบบกลุ่มนักกิจกรรมเข้ากับขีดความสามารถในการทำลายล้างระดับรัฐชาติ โดยใช้ชื่อเรียกที่หลากหลายเพื่อปกปิดตัวตนและสร้างความสับสน ซึ่งในวงการความปลอดภัยไซเบอร์รู้จักกลุ่มแม่ข่ายนี้ในชื่อ Void Manticore หรือชื่ออื่นๆ เช่น Red Sandstorm และ Cobalt Mystique

วิวัฒนาการและเป้าหมายการโจมตี

  • การโจมตีรัฐบาลแอลเบเนีย: ในปี 2022 กลุ่มนี้ (ในชื่อ Homeland Justice) ได้ใช้มัลแวร์ทำลายข้อมูลเพื่อกดดันรัฐบาลแอลเบเนียเรื่องการให้ที่พักพิงกลุ่มต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน
  • การโจมตีในอิสราเอล: มุ่งเป้าไปที่หน่วยงานรัฐบาล ธุรกิจ และเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมถึงการเจาะข้อมูลโทรศัพท์และบัญชี Telegram ของบุคคลสำคัญ
  • การโจมตีบริษัท Stryker: อ้างเหตุผลเรื่องความเชื่อมโยงกับอิสราเอลและการรับสัญญาจ้างทางทหารจากสหรัฐฯ

อาวุธดิจิทัลและวิธีการปฏิบัติการ

Handala ไม่ได้เพียงแค่ขโมยข้อมูล แต่ยังใช้เครื่องมือที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง โดยเฉพาะ Wiper Malware (มัลแวร์ประเภทลบข้อมูล) เช่น Coolwipe, Chillwipe และ Bibiwiper ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อลบไฟล์ในระบบทิ้งอย่างถาวร ทำให้องค์กรไม่สามารถกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ

นอกจากนี้ กลุ่มนี้ยังใช้เทคนิค Hack-and-Leak หรือการเจาะระบบเพื่อนำข้อมูลลับมาเปิดเผยต่อสาธารณะผ่าน Telegram และ X เพื่อใช้เป็นอาวุธทางจิตวิทยา และมีการใช้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink เพื่อหลีกเลี่ยงการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตภายในประเทศอิหร่าน

สรุปข้อมูลกลุ่มแฮกเกอร์ Handala และ Void Manticore
หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อกลุ่ม/ฉายา Handala, Void Manticore, Red Sandstorm, Cobalt Mystique
ผู้สนับสนุนเบื้องหลัง กระทรวงข่าวกรองอิหร่าน (MOIS)
เป้าหมายหลัก สหรัฐอเมริกา, อิสราเอล, แอลเบเนีย
เครื่องมือที่ใช้ Wiper Malware, Rhadamanthys infostealer, Phishing
วัตถุประสงค์ ตอบโต้ทางการเมือง, สร้างความโกลาหล, จารกรรมข้อมูล

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Handala เป็นกลุ่มย่อยของ Void Manticore ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อโจมตีเป้าหมายในอิสราเอลโดยใช้ประเด็นปาเลสไตน์บังหน้า
  • การโจมตีบริษัท Stryker ส่งผลกระทบต่อคอมพิวเตอร์หลายหมื่นเครื่องและระบบปฏิบัติการทั่วโลก
  • มีการใช้ กล้องวงจรปิด (CCTV) ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในตะวันออกกลางเพื่อการสอดแนมทางทหาร
  • รูปแบบการโจมตีเน้นความรวดเร็วและฉวยโอกาส (Opportunistic) มากกว่าการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว

คำถามที่พบบ่อย

Handala คือใครและมีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลอิหร่านอย่างไร?

Handala นำเสนอตัวเองเป็นกลุ่มแฮกเกอร์นักกิจกรรมที่สนับสนุนปาเลสไตน์ แต่จากการวิเคราะห์โครงสร้างเซิร์ฟเวอร์และมัลแวร์โดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่ามีความเชื่อมโยงโดยตรงกับกระทรวงข่าวกรองของอิหร่าน (MOIS) และเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม Void Manticore

Wiper Malware ที่กลุ่มนี้ใช้ทำงานอย่างไร?

Wiper Malware คือซอฟต์แวร์อันตรายที่ออกแบบมาเพื่อลบข้อมูลในฮาร์ดไดรฟ์หรือทำลายระบบไฟล์ของเป้าหมายอย่างถาวร ต่างจาก Ransomware ที่ล็อกข้อมูลเพื่อเรียกค่าไถ่ แต่ Wiper มีเป้าหมายเพื่อทำลายล้างให้ระบบใช้งานไม่ได้

ทำไมบริษัท Stryker ถึงตกเป็นเป้าหมาย?

กลุ่ม Handala อ้างว่า Stryker มีความสัมพันธ์กับอิสราเอลผ่านการเข้าซื้อกิจการบริษัท Orthospace และการรับสัญญาจ้างทางทหารจากสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่าเป็นการโจมตีแบบฉวยโอกาสเมื่อพบช่องโหว่ที่สามารถเจาะเข้าถึงได้

การโจมตีกล้องวงจรปิดมีจุดประสงค์เพื่ออะไร?

มีการตรวจพบว่ากลุ่มแฮกเกอร์อิหร่านพยายามเจาะระบบกล้องวงจรปิดในหลายประเทศ เช่น บาห์เรน ยูเออี และไซปรัส ซึ่งคาดว่าเป็นการสอดแนมเพื่อระบุพิกัดเป้าหมายสำหรับการโจมตีด้วยขีปนาวุธหรือโดรนในโลกจริง