GPT-4o กับความเป็นส่วนตัวของข้อมูล สิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนใช้งาน ChatGPT

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา OpenAI ได้เปิดตัว GPT-4o ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ขับเคลื่อน ChatGPT โดยมีความสามารถที่ก้าวกระโดดและมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ การเล่านิทาน หรือแม้แต่การวิเคราะห์อารมณ์จากสีหน้าของผู้ใช้งาน

แม้ OpenAI จะพยายามผลักดันให้เครื่องมือนี้เข้าถึงทุกคนได้ฟรี แต่ผู้เชี่ยวชาญกลับแสดงความกังวลว่า ความสามารถที่เพิ่มขึ้นของ GPT-4o อาจทำให้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลในปริมาณที่มากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน

ประวัติและข้อกังวลด้านความปลอดภัยของ OpenAI

ที่ผ่านมา OpenAI มีประวัติการจัดการข้อมูลที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยในปี 2020 มีการเปิดเผยว่าระบบ Generative AI (AI ที่สามารถสร้างเนื้อหาใหม่ได้) ถูกฝึกฝนด้วยการกวาดข้อมูลนับล้านหน้าจาก Reddit หนังสือ และเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ใช้แชร์ไว้บนโลกออนไลน์ จนนำไปสู่การถูกสั่งระงับการใช้งานชั่วคราวในประเทศอิตาลีโดยหน่วยงานคุ้มครองข้อมูล

นอกจากนี้ หลังจากเปิดตัว GPT-4o ได้ไม่นาน แอปพลิเคชัน ChatGPT บน macOS ก็ถูกตั้งคำถามเรื่องความปลอดภัย โดยพบว่าตัวแชทบอทอาจเข้าถึงหน้าจอของผู้ใช้ได้ และในเดือนกรกฎาคมยังพบช่องโหว่ที่ทำให้สามารถเข้าถึงประวัติการแชทที่เก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ในรูปแบบข้อความธรรมดา (Plain Text) แม้ภายหลัง OpenAI จะรีบออกอัปเดตเพื่อเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) แต่เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ผู้ใช้เกิดความระแวงว่าข้อมูลของตนปลอดภัยจริงหรือไม่

เจาะลึกนโยบายความเป็นส่วนตัวของ OpenAI

หากพิจารณาตามนโยบายความเป็นส่วนตัว OpenAI มีการเก็บข้อมูลจำนวนมาก ทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลการใช้งาน และเนื้อหาที่ผู้ใช้ป้อนเข้าไป โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ Train หรือฝึกฝนโมเดล AI ให้ฉลาดขึ้น เว้นแต่ผู้ใช้จะปิดการตั้งค่านี้หรือใช้งานเวอร์ชันสำหรับองค์กร (Enterprise)

ผู้เชี่ยวชาญมองว่านโยบายของ OpenAI มีลักษณะเหมือน "เครื่องดูดข้อมูล" ที่เก็บทุกอย่างไว้ก่อนแล้วค่อยมาจัดการภายหลัง ซึ่งคำว่า "เนื้อหาของผู้ใช้" (User Content) ในที่นี้ครอบคลุมไปถึงทั้งข้อความ รูปภาพ และเสียง โดยข้อมูลที่ถูกเก็บรวบรวมประกอบด้วย:

  • ข้อมูลระบุตัวตน: ชื่อ-นามสกุล, อีเมล, เบอร์โทรศัพท์ และข้อมูลการชำระเงิน
  • ข้อมูลทางเทคนิค: ที่อยู่ IP, ข้อมูลตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ (Geolocation), กิจกรรมเครือข่าย และประเภทอุปกรณ์ที่ใช้
  • ข้อมูลการเชื่อมต่อ: ข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, LinkedIn หรือ Instagram หากผู้ใช้เลือกเชื่อมต่อบัญชี

แม้ OpenAI จะระบุว่าข้อมูลถูกทำให้เป็นนิรนาม (Anonymized) และไม่ได้นำข้อมูลไปขายเพื่อการโฆษณาเหมือนบริษัทบิ๊กเทครายอื่น แต่ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท และอาจมีการแบ่งปันข้อมูลกับบริษัทในเครือ ผู้ให้บริการ หรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายตามเงื่อนไขที่กำหนด

สรุปการจัดการข้อมูลของ OpenAI
ประเภทข้อมูล วัตถุประสงค์การใช้งาน การควบคุมโดยผู้ใช้
ข้อความ/รูปภาพ/เสียง ฝึกฝนโมเดล AI (Model Training) ปิดได้ใน Settings หรือใช้ Temporary Chat
ข้อมูลบัญชี/การชำระเงิน บริหารจัดการบัญชีและธุรกรรม จัดการผ่านการตั้งค่าบัญชี
ข้อมูลอุปกรณ์/ตำแหน่ง ปรับปรุงการบริการและวิเคราะห์การใช้งาน จำกัดได้บางส่วนตามนโยบายระบบ
ข้อมูล API/Enterprise ให้บริการแก่ลูกค้าองค์กร ไม่นำมาฝึกฝนโมเดลโดยค่าเริ่มต้น

วิธีตั้งค่าเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณ

สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งาน ChatGPT แต่กังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหล OpenAI ได้จัดเตรียมเครื่องมือควบคุมความเป็นส่วนตัวไว้ดังนี้:

  1. ปิดการฝึกฝนโมเดล: ไปที่ Settings > Data Controls แล้วปิดตัวเลือก "Improve the model for everyone" วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ข้อมูลของคุณถูกนำไปใช้พัฒนา AI รุ่นถัดไป
  2. ใช้โหมดแชทชั่วคราว (Temporary Chat): เลือกเมนู ChatGPT ที่มุมซ้ายบนและเปิด Temporary Chat ซึ่งระบบจะไม่บันทึกประวัติการสนทนาและไม่นำข้อมูลไปฝึกฝน
  3. การจัดการข้อมูลขั้นสูง: ผู้ใช้สามารถลบประวัติการแชท, ส่งคำขอส่งออกข้อมูล (Export Data), หรือลบบัญชีทิ้งทั้งหมด รวมถึงการเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนหลายชั้น (Multifactor Authentication) เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

อย่างไรก็ตาม การจำกัดการเข้าถึงข้อมูลอาจทำให้ประสิทธิภาพของ AI ลดลง เนื่องจาก AI จะไม่สามารถจดจำบริบทจากการสนทนาก่อนหน้าได้ ทำให้คำตอบที่ได้รับมีความเป็นกลางและขาดความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • GPT-4o สามารถประมวลผลได้ทั้งข้อความ เสียง และภาพ ทำให้ขอบเขตการเก็บข้อมูลกว้างขึ้น
  • ข้อมูลใน ChatGPT Free และ Plus จะถูกนำไปฝึกฝน AI โดยค่าเริ่มต้น หากไม่ปิดการตั้งค่า
  • ChatGPT Enterprise และ Team จะไม่นำข้อมูลลูกค้ามาฝึกฝนโมเดลโดยอัตโนมัติ
  • การใช้ Temporary Chat ช่วยให้การสนทนาไม่ถูกบันทึก แต่จะแลกกับความแม่นยำที่ลดลงเนื่องจากขาดบริบทเดิม
  • OpenAI ไม่ได้ขายข้อมูลผู้ใช้เพื่อการโฆษณา แต่ใช้เพื่อพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาของตนเอง

คำถามที่พบบ่อย

GPT-4o แอบเข้าถึงข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราหรือไม่?

ตามนโยบาย OpenAI ระบุว่า ChatGPT จะเข้าถึงเฉพาะข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อนเข้าไปในแชทเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เคยมีรายงานพบช่องโหว่ในแอป macOS ที่อาจเข้าถึงหน้าจอหรือไฟล์แชทในเครื่องได้ ซึ่งทางบริษัทได้ออกอัปเดตเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว

ถ้าปิดการฝึกฝนโมเดล (Opt-out) ข้อมูลเก่าจะถูกลบออกไปหรือไม่?

การปิดการตั้งค่า "Improve the model for everyone" จะป้องกันไม่ให้ข้อมูล ในอนาคต ถูกนำไปฝึกฝน แต่ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลที่เคยถูกส่งไปก่อนหน้านี้จะถูกลบออกจากระบบฝึกฝนของ OpenAI ทันที

การใช้ Temporary Chat มีข้อเสียอย่างไร?

ข้อเสียหลักคือ AI จะไม่มีความจำระยะยาว (Memory) เกี่ยวกับการสนทนาของคุณ ทำให้คำตอบที่ได้มีความเป็นทั่วไป (Generic) มากขึ้น และไม่สามารถปรับแต่งให้เข้ากับสไตล์หรือความต้องการเฉพาะบุคคลได้เหมือนโหมดปกติ

ข้อมูลเสียงใน Voice Chat ถูกนำไปใช้ทำอะไร?

โดยปกติ OpenAI จะไม่นำคลิปเสียงไปฝึกฝนโมเดล เว้นแต่ผู้ใช้จะกดยินยอมแชร์ข้อมูลเสียงเพื่อช่วยปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น ส่วนข้อความที่ถูกถอดความ (Transcribed text) อาจถูกนำไปใช้ฝึกฝนตามการตั้งค่าและแผนการใช้งานของผู้ใช้

เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าข้อมูลใน Custom GPTs ปลอดภัย?

ผู้ใช้ควรระมัดระวังในการใส่ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนลงใน Custom GPTs เพราะอาจมีการรั่วไหลของข้อมูลได้โดยไม่ตั้งใจ วิธีที่ดีที่สุดคือการเลือกแชร์เฉพาะข้อมูลที่จำเป็นและไม่เป็นความลับ