Gorilla Tag กับความเสี่ยงจากการใช้ VPN ฟรีที่อาจเปลี่ยนเครื่อง VR ให้เป็นเครื่องมือแฮกเกอร์

ในโลกของ Gorilla Tag เกม VR ยอดฮิตที่ผู้เล่นต้องใช้แขนเหวี่ยงตัวเพื่อเคลื่อนที่และหลบหนีจากการไล่ล่าของฝูงลิงที่ติดเชื้อ ความสนุกของเกมนี้คือความรวดเร็วและการชิงไหวชิงพริบ แต่ล่าสุดกลับมีกลุ่มวัยรุ่นค้นพบวิธีการโกงเกมเพื่อให้สามารถ "Tag" หรือแตะตัวคู่ต่อสู้ได้ง่ายขึ้น โดยการติดตั้ง VPN (Virtual Private Network) หรือเครือข่ายเสมือนส่วนตัวลงในแว่น VR ของ Meta

วิธีการนี้ทำได้โดยการ Side-load หรือการติดตั้งแอปพลิเคชันจากแหล่งภายนอกที่ไม่ใช่ Store ทางการ ซึ่งตามคำแนะนำในวิดีโอสอนโกงเกมระบุว่า การใช้ VPN จะสร้างความหน่วง (Delay) ในการเชื่อมต่อ ทำให้ผู้ใช้สามารถลอบเข้าไปแตะตัวผู้เล่นคนอื่นได้ง่ายกว่าปกติ

ภัยเงียบที่มาพร้อมกับ "ของฟรี"

แม้การโกงเกมอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่แอปพลิเคชันที่ถูกแนะนำอย่าง Big Mama VPN กลับซ่อนอันตรายที่ร้ายแรงกว่านั้น เนื่องจากแอปนี้ให้บริการฟรีโดยไม่ต้องสร้างบัญชีและไม่มีการจำกัดข้อมูล แต่สิ่งที่ผู้ใช้ต้องแลกมาคือการอนุญาตให้แอปนำการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่บ้านไปขายต่อให้กับบุคคลที่สาม

กระบวนการนี้เรียกว่า Residential Proxy หรือการใช้ที่อยู่ IP ของผู้ใช้ทั่วไปเป็นทางผ่านในการส่งข้อมูล ซึ่งช่วยให้ผู้ซื้อบริการสามารถพรางตัวตนและกิจกรรมออนไลน์ของตนเองได้ โดยการสวมรอยเป็นผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตตามบ้านทั่วไป

Image 11

เมื่อเครื่อง VR กลายเป็นฐานทัพของอาชญากรไซเบอร์

นักวิจัยจาก Trend Micro พบว่าแว่น VR ของ Meta กลายเป็นอุปกรณ์ยอดนิยมอันดับ 3 ที่ถูกนำมาใช้ในเครือข่าย Proxy ของ Big Mama รองจากอุปกรณ์ของ Samsung และ Xiaomi ซึ่งความน่ากังวลคือเครือข่าย Proxy เหล่านี้มักถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด

ในขณะที่บางคนใช้ Proxy เพื่อวัตถุประสงค์สีเทา เช่น การดึงข้อมูลราคาสินค้าจากคู่แข่ง (Web Scraping) หรือการกว้านซื้อรองเท้าลิมิเต็ด แต่ในอีกด้านหนึ่ง อาชญากรไซเบอร์กลับใช้เครือข่ายนี้ในการโจมตีแบบ DDoS (การส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลเพื่อทำให้ระบบล่ม), การทำ Phishing หรือแม้แต่การจารกรรมข้อมูลระดับประเทศ

Stephen Hilt ผู้เชี่ยวชาญจาก Trend Micro เตือนว่า หากคุณติดตั้งแอปนี้ มีโอกาสสูงมากที่ IP Address ของบ้านคุณจะถูกนำไปวางขายในตลาดมืด ซึ่งอาจทำให้เครื่องของคุณกลายเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีทางไซเบอร์ต่อองค์กรหรือรัฐบาลโดยที่คุณไม่รู้ตัว

สรุปความเสี่ยงของการใช้ Big Mama VPN ใน Gorilla Tag
หัวข้อ สิ่งที่ผู้ใช้ได้รับ สิ่งที่ต้องแลก/ความเสี่ยง
เป้าหมายการใช้ สร้างความหน่วงเพื่อโกงเกม Gorilla Tag เปิดช่องโหว่ให้แฮกเกอร์เข้าถึงเครือข่ายในบ้าน
รูปแบบบริการ VPN ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก ถูกนำ IP Address ไปขายเป็น Residential Proxy
ผลกระทบ ได้เปรียบในการเล่นเกม อาจถูกระบุว่าเป็นผู้ร่วมโจมตีทางไซเบอร์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • Big Mama VPN มีผู้ดาวน์โหลดมากกว่า 1 ล้านครั้งบน Google Play Store
  • เครือข่าย Proxy ของ Big Mama ถูกโปรโมตในฟอรัมอาชญากรรมไซเบอร์ เช่น WWHClub และ Exploit ตั้งแต่ปี 2020
  • การชำระเงินค่าบริการ Proxy ในตลาดมืดทำผ่าน Cryptocurrency เพื่อปกปิดตัวตน
  • Another Axiom ผู้สร้าง Gorilla Tag ยืนยันว่ามีการใช้ระบบ Anti-cheat เพื่อตรวจจับพฤติกรรมที่น่าสงสัย
  • Trend Micro เคยพบช่องโหว่ในแอปที่อาจทำให้ผู้ใช้ Proxy เข้าถึงเครือข่ายท้องถิ่นของผู้ติดตั้งแอปได้

คำถามที่พบบ่อย

การใช้ VPN ใน Gorilla Tag ผิดกฎหรือไม่?

ทางผู้พัฒนาเกม Another Axiom ระบุว่าการกระทำใดๆ ที่รบกวนความสนุกและการสร้างสรรค์ในเกมเป็นสิ่งที่ไม่ยอมรับ และมีการใช้ระบบตรวจจับการโกงเพื่อจัดการกับพฤติกรรมดังกล่าว

Residential Proxy คืออะไรและอันตรายอย่างไร?

คือการนำที่อยู่ IP ของผู้ใช้ตามบ้านมาใช้เป็นทางผ่านของข้อมูล อันตรายคือหากผู้ที่ซื้อ IP ของคุณไปใช้ทำเรื่องผิดกฎหมาย เช่น การแฮกข้อมูลหรือโจมตีระบบ ร่องรอยทางดิจิทัลจะชี้มาที่บ้านและอุปกรณ์ของคุณ

ทำไมแอป VPN ฟรีถึงน่ากลัวกว่าแอปเสียเงิน?

เนื่องจากผู้ให้บริการต้องมีรายได้ การให้บริการฟรีจึงมักแลกมาด้วยการขายข้อมูลส่วนตัว หรือการนำทรัพยากรเครื่องและอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้ไปขายต่อ ซึ่งสร้างความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยอย่างมาก

จะป้องกันตัวเองได้อย่างไรจากการถูกนำ IP ไปใช้ในทางที่ผิด?

หลีกเลี่ยงการติดตั้งแอปพลิเคชันจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ (Side-loading) และระมัดระวังการใช้ VPN ฟรีที่ไม่มีที่มาที่ไปชัดเจน ควรเลือกใช้บริการที่มีนโยบายความเป็นส่วนตัวที่โปร่งใสและตรวจสอบได้