Google รุกพลังงานความร้อนใต้พิภพในไต้หวัน ขับเคลื่อนดาต้าเซ็นเตอร์ด้วยพลังงานสะอาด
ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Google เดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอพลังงานหมุนเวียนครั้งสำคัญ โดยประกาศลงทุนในโครงการพลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal Power) หรือการนำความร้อนจากภายในโลกมาเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้า ในประเทศไต้หวัน ซึ่งถือเป็นการลงทุนในพลังงานประเภทนี้ครั้งแรกของบริษัทในภูมิภาคเอเชีย เพื่อนำมาใช้สนับสนุนการทำงานของดาต้าเซ็นเตอร์
สำหรับโครงการนี้ Google ได้ร่วมมือกับ Baseload Capital บริษัทจากประเทศสวีเดน ซึ่งดำเนินการผ่านบริษัทลูกในท้องถิ่น โดยทาง Baseload Capital ได้เริ่มสำรวจและจัดทำแผนที่ทรัพยากรความร้อนใต้พิภพบนเกาะไต้หวันมาตั้งแต่ปี 2019 เพื่อค้นหาจุดที่เหมาะสมที่สุดในการผลิตไฟฟ้า
ยุทธศาสตร์พลังงานสะอาดระดับโลกของ Google
การขยายตัวสู่ไต้หวันไม่ใช่ครั้งแรกที่ Google ให้ความสำคัญกับพลังงานความร้อนใต้พิภพ เพราะก่อนหน้านี้ในเดือนพฤศจิกายน Google ได้บรรลุข้อตกลงกับ Fervo สตาร์ทอัพด้านพลังงาน ซึ่งประสบความสำเร็จในการเชื่อมต่อโรงไฟฟ้าขนาด 3.5 เมกะวัตต์เข้ากับโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อส่งพลังงานสะอาดให้กับดาต้าเซ็นเตอร์ของ Google ในรัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา
ความน่าสนใจของพลังงานความร้อนใต้พิภพคือความสามารถในการผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องและเสถียร ซึ่งต่างจากพลังงานแสงอาทิตย์หรือลม โดยในสหรัฐอเมริกามีการคาดการณ์ว่าพลังงานประเภทนี้อาจผลิตไฟฟ้าสะอาดได้สูงถึง 90 กิกะวัตต์ภายในปี 2050

ศักยภาพของไต้หวันในฐานะแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพ
ไต้หวันมีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์อย่างมากเนื่องจากตั้งอยู่บริเวณขอบตะวันตกของ Ring of Fire (วงแหวนแห่งไฟ) ซึ่งเป็นบริเวณที่มีกิจกรรมทางธรณีวิทยาและภูเขาไฟสูง ทำให้มีแหล่งความร้อนใต้ดินมหาศาลที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้
ด้วยศักยภาพนี้ รัฐบาลไต้หวันจึงตั้งเป้าหมายที่จะผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานความร้อนใต้พิภพให้ได้ถึง 6 กิกะวัตต์ภายในปี 2050 เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
| หัวข้อ | รายละเอียดในไต้หวัน | รายละเอียดในเนวาดา (สหรัฐฯ) |
|---|---|---|
| กำลังการผลิต | 10 เมกะวัตต์ | 3.5 เมกะวัตต์ |
| พันธมิตรหลัก | Baseload Capital | Fervo |
| สถานะโครงการ | กำลังพัฒนา/สำรวจ | เชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าแล้ว |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- Google เพิ่มพลังงานสะอาด 10 เมกะวัตต์ในไต้หวัน ซึ่งเป็นการลงทุน Geothermal ครั้งแรกในเอเชีย
- Baseload Capital เริ่มสำรวจทรัพยากรในไต้หวันมาตั้งแต่ปี 2019
- ไต้หวันตั้งเป้าผลิตไฟฟ้าจากความร้อนใต้พิภพ 6 กิกะวัตต์ ภายในปี 2050
- สหรัฐฯ มีศักยภาพผลิตพลังงานประเภทนี้ได้ถึง 90 กิกะวัตต์ ภายในปี 2050

ความเคลื่อนไหวอื่น ๆ ในแวดวงพลังงานและเทคโนโลยี
นอกเหนือจากความเคลื่อนไหวของ Google แล้ว ในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและ AI ยังมีเหตุการณ์ที่น่าสนใจ เช่น Base Power ที่ระดมทุนได้อีก 1 พันล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนาระบบแบตเตอรี่สำหรับครัวเรือนเพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้า

ในขณะที่ด้านนวัตกรรมพลังงานนิวเคลียร์ Valar Atomics สตาร์ทอัพด้านนิวเคลียร์ก็ได้ระดมทุนรอบ 1 พันล้านดอลลาร์ โดยมี Shaun Maguire จาก Sequoia เป็นผู้นำการลงทุน

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นด้านโครงสร้างพื้นฐานของ AI เช่น กรณีของ xAI ที่มีการติดตั้งกังหันก๊าซในศูนย์ข้อมูลที่เมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี ซึ่งกำลังเผชิญกับประเด็นเรื่องใบอนุญาตการติดตั้งที่ยังไม่เรียบร้อย โดย SpaceX จะยังไม่ถอดถอนกังหันเหล่านี้ออกจนกว่าจะถึงปีหน้า

คำถามที่พบบ่อย
พลังงานความร้อนใต้พิภพคืออะไร?
คือการนำพลังงานความร้อนที่สะสมอยู่ใต้ผิวโลก เช่น น้ำร้อนหรือไอน้ำ มาใช้ในการหมุนกังหันเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่ผลิตได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ทำไม Google ถึงเลือกลงทุนในไต้หวัน?
เพราะไต้หวันตั้งอยู่ในบริเวณ "วงแหวนแห่งไฟ" (Ring of Fire) ทำให้มีทรัพยากรความร้อนใต้ดินสูง เหมาะแก่การผลิตไฟฟ้าเพื่อป้อนให้กับดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่
โครงการในไต้หวันแตกต่างจากโครงการในเนวาดาอย่างไร?
โครงการในเนวาดาที่ทำร่วมกับ Fervo ได้เริ่มจ่ายไฟเข้าสู่ระบบแล้วด้วยกำลังผลิต 3.5 เมกะวัตต์ ส่วนโครงการในไต้หวันมีเป้าหมายกำลังผลิตที่สูงกว่าคือ 10 เมกะวัตต์ และอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาโดย Baseload Capital
เป้าหมายระยะยาวของไต้หวันด้านพลังงานนี้คืออะไร?
ไต้หวันตั้งเป้าที่จะผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อนใต้พิภพให้ได้ถึง 6 กิกะวัตต์ ภายในปี 2050 เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและมุ่งสู่ความยั่งยืน


