Google Search วิธีลบข้อมูลส่วนตัวออกจากผลการค้นหาเพื่อความเป็นส่วนตัว

การพบข้อมูลส่วนตัว เช่น ที่อยู่บ้านหรือเบอร์โทรศัพท์ ปรากฏขึ้นเมื่อค้นหาชื่อตัวเองบน Google Search อาจเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน Google ได้ขยายขอบเขตการขอให้นำข้อมูลส่วนบุคคลออกจากผลการค้นหาให้ครอบคลุมผู้ใช้งานมากขึ้น โดยลดเกณฑ์ความเข้มงวดลงจากในอดีต เพื่อให้ผู้คนสามารถปกป้องความเป็นส่วนตัวของตนเองได้ง่ายขึ้น

นอกเหนือจากข้อมูลติดต่อทั่วไปแล้ว Google ยังรับพิจารณาคำขอให้นำรูปภาพของเยาวชน เนื้อหาลามกอนาจารที่สร้างจาก AI หรือ Deepfake (สื่อสังเคราะห์ที่ใช้ AI ปลอมแปลงใบหน้าหรือเสียง) รวมถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมอื่นๆ ออกจากระบบ แม้ว่าการดำเนินการนี้จะไม่ใช่การลบหน้าเว็บนั้นออกจากอินเทอร์เน็ตโดยสิ้นเชิง แต่จะช่วยตัดช่องทางการเข้าถึงหลัก ซึ่งก็คือผลการค้นหาของ Google นั่นเอง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ขอบเขตการลบ: การลบผลการค้นหาไม่ได้หมายถึงการลบหน้าเว็บต้นทางออกจากอินเทอร์เน็ต
  • ผลลัพธ์ที่ไม่แน่นอน: ข้อมูลอาจถูกลบออกจากการค้นหาทั้งหมด หรือลบเฉพาะเมื่อค้นหาด้วยชื่อของคุณ หรืออาจไม่ถูกลบเลยก็ได้
  • การป้องกัน Doxing: ระบบนี้ออกแบบมาเพื่อป้องกัน Doxing (การนำข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่นมาเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อมุ่งร้าย) และการรั่วไหลของข้อมูล
  • ข้อจำกัดผู้ขอ: คุณสามารถยื่นคำขอได้เฉพาะข้อมูลของตนเอง หรือข้อมูลของผู้ที่คุณได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องเท่านั้น

ขั้นตอนการยื่นคำขอให้นำข้อมูลออก

หากคุณต้องการเริ่มต้นกระบวนการลบข้อมูล ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้:

  1. เข้าไปที่หน้าสนับสนุน (Support Page) ของ Google เลื่อนลงมาด้านล่างแล้วคลิกปุ่ม Start Removal request
  2. เลือกตัวเลือก Content contains your personal information พร้อมระบุประเทศของคุณ แล้วกด Next
  3. ระบุประเภทข้อมูลที่ปรากฏ เช่น ข้อมูลการติดต่อ หรือข้อมูลใบขับขี่ ในบางกรณีอาจต้องระบุรายละเอียดเฉพาะ เช่น เลขท้ายบัญชีธนาคารหรือเลขบัตรประจำตัวประชาชน
  4. ระบุว่ากรณีนี้เกี่ยวข้องกับ Doxing หรือไม่ ซึ่ง Google นิยามว่าเป็นการนำข้อมูลส่วนตัวมาแสดงคู่กับคำขู่คุกคามทั้งทางตรงและทางอ้อม

ในขั้นตอนถัดไป คุณต้องส่ง URL ของเนื้อหาหรือรูปภาพที่ต้องการให้นำออก โดยสามารถส่งได้สูงสุดถึง 1,000 ลิงก์ในครั้งเดียว พร้อมทั้งระบุหน้าผลการค้นหาที่ข้อมูลนั้นปรากฏอยู่ด้วย

Image 7

การส่งหลักฐานและยืนยันตัวตน

เพื่อให้การพิจารณารวดเร็วขึ้น ควรแนบภาพถ่ายหน้าจอ (Screenshot) ที่แสดงตำแหน่งของข้อมูลส่วนตัวบนหน้าเว็บนั้นๆ พร้อมระบุคำค้นหา (Search Terms) ที่ทำให้ข้อมูลดังกล่าวปรากฏขึ้นมา

สุดท้าย ให้กรอกชื่อ-นามสกุลจริง ประเทศที่พำนัก และอีเมล พร้อมติ๊กเครื่องหมายยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดที่ระบุเป็นความจริง เมื่อส่งคำขอแล้ว Google จะส่งอีเมลยืนยันการรับเรื่อง โดยทางบริษัทจะแจ้งผลการพิจารณาพร้อมคำอธิบายสั้นๆ ว่าได้ดำเนินการอย่างไรหรือเหตุใดจึงไม่สามารถดำเนินการได้

สรุปประเภทข้อมูลที่สามารถขอให้นำออกจาก Google Search ได้
ประเภทข้อมูล ตัวอย่างข้อมูล เป้าหมายหลัก
ข้อมูลระบุตัวตน ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, เลขบัตรประชาชน ความเป็นส่วนตัว/ความปลอดภัย
เนื้อหาอันตราย Deepfake, สื่อลามกอนาจาร การปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ข้อมูลเยาวชน รูปภาพหรือข้อมูลของเด็ก/ผู้เยาว์ การคุ้มครองเด็ก
ข้อมูลที่ถูกเปิดเผยโดยมุ่งร้าย ข้อมูลส่วนตัวที่มาพร้อมคำขู่ (Doxing) ป้องกันการคุกคาม

คำถามที่พบบ่อย

การลบข้อมูลจาก Google จะทำให้หน้าเว็บนั้นหายไปจากอินเทอร์เน็ตเลยหรือไม่?

ไม่ การดำเนินการนี้เป็นการนำลิงก์ออกจากผลการค้นหาของ Google เท่านั้น แต่หน้าเว็บต้นฉบับยังคงอยู่ในอินเทอร์เน็ตและสามารถเข้าถึงได้ผ่านช่องทางอื่นหรือการพิมพ์ URL โดยตรง

ฉันสามารถขอให้ลบข้อมูลของเพื่อนหรือคนอื่นได้หรือไม่?

คุณสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อคุณได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากเจ้าของข้อมูลนั้นๆ เท่านั้น

ต้องใช้เวลานานเท่าใดกว่า Google จะดำเนินการลบข้อมูล?

Google ไม่ได้ระบุระยะเวลาที่แน่นอนในการตรวจสอบ แต่จะมีการส่งอีเมลแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้น

หาก Google ปฏิเสธคำขอ จะมีการแจ้งเหตุผลหรือไม่?

ใช่ Google ให้คำมั่นว่าจะระบุคำอธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับการตัดสินใจในทุกคำขอ ไม่ว่าผลจะออกมาว่าลบข้อมูลให้หรือไมก็ตาม

สามารถส่งลิงก์ขอให้ลบได้สูงสุดกี่ลิงก์ต่อหนึ่งคำขอ?

คุณสามารถส่ง URL ของเนื้อหาหรือรูปภาพที่ต้องการให้นำออกได้สูงสุดถึง 1,000 ลิงก์ต่อการยื่นคำขอหนึ่งครั้ง