Google Search วิธีลบข้อมูลส่วนตัวออกจากผลการค้นหาเพื่อความเป็นส่วนตัว
การพบข้อมูลส่วนตัว เช่น ที่อยู่บ้านหรือเบอร์โทรศัพท์ ปรากฏขึ้นเมื่อค้นหาชื่อตัวเองบน Google Search อาจเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน Google ได้ขยายขอบเขตการขอให้นำข้อมูลส่วนบุคคลออกจากผลการค้นหาให้ครอบคลุมผู้ใช้งานมากขึ้น โดยลดเกณฑ์ความเข้มงวดลงจากในอดีต เพื่อให้ผู้คนสามารถปกป้องความเป็นส่วนตัวของตนเองได้ง่ายขึ้น
นอกเหนือจากข้อมูลติดต่อทั่วไปแล้ว Google ยังรับพิจารณาคำขอให้นำรูปภาพของเยาวชน เนื้อหาลามกอนาจารที่สร้างจาก AI หรือ Deepfake (สื่อสังเคราะห์ที่ใช้ AI ปลอมแปลงใบหน้าหรือเสียง) รวมถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมอื่นๆ ออกจากระบบ แม้ว่าการดำเนินการนี้จะไม่ใช่การลบหน้าเว็บนั้นออกจากอินเทอร์เน็ตโดยสิ้นเชิง แต่จะช่วยตัดช่องทางการเข้าถึงหลัก ซึ่งก็คือผลการค้นหาของ Google นั่นเอง
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ขอบเขตการลบ: การลบผลการค้นหาไม่ได้หมายถึงการลบหน้าเว็บต้นทางออกจากอินเทอร์เน็ต
- ผลลัพธ์ที่ไม่แน่นอน: ข้อมูลอาจถูกลบออกจากการค้นหาทั้งหมด หรือลบเฉพาะเมื่อค้นหาด้วยชื่อของคุณ หรืออาจไม่ถูกลบเลยก็ได้
- การป้องกัน Doxing: ระบบนี้ออกแบบมาเพื่อป้องกัน Doxing (การนำข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่นมาเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อมุ่งร้าย) และการรั่วไหลของข้อมูล
- ข้อจำกัดผู้ขอ: คุณสามารถยื่นคำขอได้เฉพาะข้อมูลของตนเอง หรือข้อมูลของผู้ที่คุณได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องเท่านั้น
ขั้นตอนการยื่นคำขอให้นำข้อมูลออก
หากคุณต้องการเริ่มต้นกระบวนการลบข้อมูล ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้:
- เข้าไปที่หน้าสนับสนุน (Support Page) ของ Google เลื่อนลงมาด้านล่างแล้วคลิกปุ่ม Start Removal request
- เลือกตัวเลือก Content contains your personal information พร้อมระบุประเทศของคุณ แล้วกด Next
- ระบุประเภทข้อมูลที่ปรากฏ เช่น ข้อมูลการติดต่อ หรือข้อมูลใบขับขี่ ในบางกรณีอาจต้องระบุรายละเอียดเฉพาะ เช่น เลขท้ายบัญชีธนาคารหรือเลขบัตรประจำตัวประชาชน
- ระบุว่ากรณีนี้เกี่ยวข้องกับ Doxing หรือไม่ ซึ่ง Google นิยามว่าเป็นการนำข้อมูลส่วนตัวมาแสดงคู่กับคำขู่คุกคามทั้งทางตรงและทางอ้อม
ในขั้นตอนถัดไป คุณต้องส่ง URL ของเนื้อหาหรือรูปภาพที่ต้องการให้นำออก โดยสามารถส่งได้สูงสุดถึง 1,000 ลิงก์ในครั้งเดียว พร้อมทั้งระบุหน้าผลการค้นหาที่ข้อมูลนั้นปรากฏอยู่ด้วย

การส่งหลักฐานและยืนยันตัวตน
เพื่อให้การพิจารณารวดเร็วขึ้น ควรแนบภาพถ่ายหน้าจอ (Screenshot) ที่แสดงตำแหน่งของข้อมูลส่วนตัวบนหน้าเว็บนั้นๆ พร้อมระบุคำค้นหา (Search Terms) ที่ทำให้ข้อมูลดังกล่าวปรากฏขึ้นมา
สุดท้าย ให้กรอกชื่อ-นามสกุลจริง ประเทศที่พำนัก และอีเมล พร้อมติ๊กเครื่องหมายยืนยันว่าข้อมูลทั้งหมดที่ระบุเป็นความจริง เมื่อส่งคำขอแล้ว Google จะส่งอีเมลยืนยันการรับเรื่อง โดยทางบริษัทจะแจ้งผลการพิจารณาพร้อมคำอธิบายสั้นๆ ว่าได้ดำเนินการอย่างไรหรือเหตุใดจึงไม่สามารถดำเนินการได้
| ประเภทข้อมูล | ตัวอย่างข้อมูล | เป้าหมายหลัก |
|---|---|---|
| ข้อมูลระบุตัวตน | ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, เลขบัตรประชาชน | ความเป็นส่วนตัว/ความปลอดภัย |
| เนื้อหาอันตราย | Deepfake, สื่อลามกอนาจาร | การปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ |
| ข้อมูลเยาวชน | รูปภาพหรือข้อมูลของเด็ก/ผู้เยาว์ | การคุ้มครองเด็ก |
| ข้อมูลที่ถูกเปิดเผยโดยมุ่งร้าย | ข้อมูลส่วนตัวที่มาพร้อมคำขู่ (Doxing) | ป้องกันการคุกคาม |
คำถามที่พบบ่อย
การลบข้อมูลจาก Google จะทำให้หน้าเว็บนั้นหายไปจากอินเทอร์เน็ตเลยหรือไม่?
ไม่ การดำเนินการนี้เป็นการนำลิงก์ออกจากผลการค้นหาของ Google เท่านั้น แต่หน้าเว็บต้นฉบับยังคงอยู่ในอินเทอร์เน็ตและสามารถเข้าถึงได้ผ่านช่องทางอื่นหรือการพิมพ์ URL โดยตรง
ฉันสามารถขอให้ลบข้อมูลของเพื่อนหรือคนอื่นได้หรือไม่?
คุณสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อคุณได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากเจ้าของข้อมูลนั้นๆ เท่านั้น
ต้องใช้เวลานานเท่าใดกว่า Google จะดำเนินการลบข้อมูล?
Google ไม่ได้ระบุระยะเวลาที่แน่นอนในการตรวจสอบ แต่จะมีการส่งอีเมลแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้น
หาก Google ปฏิเสธคำขอ จะมีการแจ้งเหตุผลหรือไม่?
ใช่ Google ให้คำมั่นว่าจะระบุคำอธิบายสั้นๆ เกี่ยวกับการตัดสินใจในทุกคำขอ ไม่ว่าผลจะออกมาว่าลบข้อมูลให้หรือไมก็ตาม
สามารถส่งลิงก์ขอให้ลบได้สูงสุดกี่ลิงก์ต่อหนึ่งคำขอ?
คุณสามารถส่ง URL ของเนื้อหาหรือรูปภาพที่ต้องการให้นำออกได้สูงสุดถึง 1,000 ลิงก์ต่อการยื่นคำขอหนึ่งครั้ง



